ณรงค์เดช

... หนังสือ ตำนานรักบันลือโลก ที่ฝ่ายสนับสนุนทักษิณ และเสื้อแดง พยายามเผยแพร่อยู่นั้น โดยเฉพาะนายใจ อึ้งภากรณ์
อยากใครมีโอกาสได้อ่าน
ก่อนอ่านนั้นจะต้องจิตนาการไปต่างๆ ว่ามันจะมีเรื่องอะไรหนา เพราะใช้ภาษาที่กำกวม และใช้แค่พาดหัวที่ตื่นเต้น
การตั้งชื่อ เป็นเทคนิคหนึ่งที่คอมมิวนิสต์ใช้ เพื่อต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งทำบ่อย ทำให้เกิดปรากฏการสร้างกลุ่ม "เหวง"
ขึ้นมามากมายบน Facebook โดยตั้งชื่ออย่างหนึ่ง แต่มีเนื้อหาที่ตรงข้าม หรือเปลี่ยนในภายหลัง หรือใช้เผยแพร่ข้อมูลเท็จ ตาม
หลักการ propaganda ของคอมมิวนิสต์ ถ้าเรื่องไหนจริงแต่เป็นผลเสียกับตัวเองก็อย่าพูดถึง แต่เรื่องไหนใส่สีตีไข่ได้ ก็พูดมันบ่อยๆ
เรื่องไหนเพลี้ยงพล้ำ ก็อ้างบุคคลที่สามที่น่าเชื่อถือเพราะคนจะไม่สนใจที่จะไปสิบทราบต่อไปว่าจริงหรือไม่
สิ่งที่เราต้องระวังจากการอ่านข่าวจากฝ่ายซ้าย คือ มักจะใช้คำในการสร้างความน่าเชื่อถือ
เช่น
1. อย่างน่าสงสัย มีเงื่อนงำ ,ทั้งที่บางเรื่องก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีเงื่อนงำเลย แต่ต้องการใส่ข้อความเข้าไปเพื่อให้เกิดความเคลือบแคลง ในเรื่่องที่สังคมเข้าใจดีอยู่แล้ว แต่ต้องการปล่อยข่าวลือ แก้ข้อมูลในประวัติศาสตร์
2. เป็นไปไม่ได้ ,


ผมเปิดอ่าน ตำนานรักบันลือโลก จากเว็บไซด์ของนายใจ แล้ว ... ประทับใจมาก จนน้ำตาแทบไหล
ไม่รู้เพราะนายใจ ไม่ถนัดภาษาไทย หรือป่าว ผมก็ไม่ทราบว่าเข้าอ่านภาษาไทยได้มากน้อยแค่ไหน
แต่สิ่งที่ผมอ่าน มันคือ ความจงรักภักดี ของทหารต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างที่สุด
เห็นภาพพระราชกรณียกิจมากมาย ที่สองพระองค์ได้ทำ และทหารคนนี้ คือ "ลูก" ของพระองค์ทั้งสอง ที่มีความผูกพันธ์กันอย่างมาก
ในครอบครัวนี้


ผมว่า ทหารที่ชื่อ "ณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช" เป็นตัวอย่างทหาร ที่รักประเทศไทย

ข้อความที่พบในหนังสือ (มีจำนวนไม่กีี่ข้อความ ขออภัยที่ยังคัดมาได้ไม่หมด เนื่องจากเวลาไม่อำนวยจะพยายามถอดข้อความมาเพิ่มเรื่อยๆ)
เวลาที่ฉันนั่งอยู่หน้าศพของเธอและฟังพระเทศน์ ฉันส่งจิตระลึกถึงเธอ ดิ้นดันใจในทุกๆ สิ่งที่เธอเคยทำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและฉัน เหมือนดังที่ลูกทำเพื่อพ่อแม่ ฉันจึงรู้สึกเหมือนเธอเป็นลูกของฉัน แันคิดว่าแผ่นดินไทยของเราตลอด 700 กว่าปีที่ผ่านมาคงต้องมีคนอย่างเธออยู่เสมอ ประเทศชาติจึงอยู่รอดมาได้ แต่สำหรับฉันแล้ว นับว่ามีบุญที่ได้มีโอกาสรู้จักณรงค์เดช ... ได้เห็นตัวตนจริงๆ ของมนุษย์อันสมบูรณ์ผู้เทิดทูนแผ่นดิน ในเวลาเีดยวกันก็คิดว่า บ้านเมืองอื่นที่ต้องสูญสิ้นไปก็คงเป็นเพราะมีแต่คนที่คำนึงถึงแต่ความสุข ของตนและครอบครรัว หามีคนอย่างณรงค์เดชไม่...
ณรงค์เดชสละเวลาทั้งชีวิตให้แก่ประเทศชาติและราชบัลลังค์อย่างแท้จริง เวลาผักผ่อนแทบจะไม่มี หลายครั้งเธอไดอ้นอนเพียงเวลาที่เดินทางไปกับรถจากสุดชายแดนด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของประเทศเท่านั้น เช่น จากแม่ฮ่องสอนไปอีสาน ตรากตรำไปกับผุ่นและความทรมารในการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ดวงตาของเธอมักจะพร่ามัวและปวดศีรษะ แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะไปทำงานเพื่อชาติโดยไม่ห่วงสุขภาพของตน มีเพียงยาหยอดตาไว้รรักษาตนเอง จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ และมีพระบรมราชโองการให้ไปพบนายแพทย์อุทัย รัตนิน จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เธอจีงยอมไป ผลการตรวจ แพทย์บอกว่าเยื่อตาของเธออักเสบ เรื้อรัง และเพราะเธอทนใช้ยาหยอดตาเองอยู่เป็นปี ตาของเธอข้างหนึ่งจึงเริ่มเป็นต้อหิน อันเป็ฯสาเหตุให้เธอต้องทุกข์ทรมาน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาจะเป็ฯอันตรายมาก
ฉันนึกย้อนถังตัวฉันเอง แพทย์เคยบอกว่าท่อระบายน้ำในตาของฉันผิดปกติ ซี่งอาจเป็นอันตรายได้ ฉันยังกังวลใจแทบแย่ แต่ณรงค์เดชซิกลับอดทนทำงานตลอดมา ทั้งที่ทราบดีว่า...​กำลังเป็นโรคที่ร้ายแรง

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann