ความเสี่ยงจากการปล่อยให้ค่าเงิน หยวน (RMB) แข็งขึ้น

แม้ว่าเศรษฐกิจโลกส่วนใหญ่จะตอบรับการที่จีนปล่อยให้กรอบการเคลื่อนที่ของค่าเงินหยวนต่อดอลล่าห์สหรัฐเป็นอิสระมากขึ้น ในความเป็นจริง ก็คือ ปล่อยให้มันแข็งขึ้นได้ ตามที่สหรัฐและยุโรปต้องการ

ข้อถกเถี่ยงที่ว่าค่าเงินของจีนอ่อนเกินไป และควรจะแข็งค่าขึ้น 30% เป็นอย่างน้อย นั้นแสดงความอ่อนแอของภาคการผลิตของสหรัฐมากกว่าที่่ไม่สามารถแข่งขันได้
ปกติแล้วค่าเงินควรจะมีเสถียรภาพ หรือคงที่ เพื่อให้ง่ายต่อการนำเข้าและส่งออก ทำให้ผู้ผลิตหาต้นทุน และกำไรได้ .. ยิ่งในโลกเสรี ที่ไร้กำแพงภาษี หรือมีภาษีน้อยลงนั้น เศรษฐกิจโลกควรจะก้าวสู้ความเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เหมือนเป็นเศรษฐกิจภายในประเทศเดียวกัน
เมื่อก่อน รัฐบาลจีนสามารถบริหารค่าเงิน หยวนให้เคลื่อนไหวตามดอลล่าห์ในทิศทางเดียวกันได้ เพราะจีนใช้กำไร จากการค้า ไปซื้อ บอนด์ พันธบัตรของสหรัฐ นั้นก็ช่วยสหรัฐในทางหนึ่งกับการจัดการ การขาดทุนการคลัง
แต่ถ้าหากว่า ค่าเงิน หยวน แข็งขึ้น ในขณะที่แน้วโน้มดอลล่าห์จะอ่อนลง จีนจะไม่มีแรงจูงใจที่จะเข้าไปซื้อเงินดอลล่าห์อีก เพราะพันธบัตรในมือจีนเองกำลังด้อยค่าลง เท่ากับยิ่งซื้อก็จะยิ่งขาดทุน สหรัฐอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยให้สูงขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังอ่อนแอ
ในขณะที่จีนเอง สามารถที่จะนำเข้าสินค้าได้ถูกลง ต้นทุนการผลิตของจีนก็จะลดลงไปด้วย และสามารถลดราคาสินค้าหรือไม่จำเป็นต้องเพิ่มราคาขึ้นไปตามที่สหรัฐต้องการ เมื่อสินค้าเกือบทั้งโลกมีโรงงานอยู่ที่จีน จีนเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคที่สามารถกำหนดราคาสินค้าได้เอง
ในขณะที่สหรัฐมีอุตสาหกรรมไฮเทคเท่านั้นที่แข็งขันได้ แต่ความต้องการก็มีความแปรผันกับรายได้ของประชาชน คนสหรัฐอาจจะไม่มีงานทำมากขึ้น เพราะโรงงานอุตสาหกรรมใช้แรงงานมากกำลังถูกปิด เหลือแต่อุตสาหกรรมระดับสูงที่ใช้แรงงานน้อย และงานก็เอาซอร์ตออกไปอยู่จีน อินเดีย จำนวนมาก

Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann