The Battle of Borodino


The Battle of Borodino

Lyubov Tsarevskaya
6.09.2010, 17:14

On September 7, 1812, the Russian forces led by Mikhail Kutuzov and the French army commanded by Napoleon lined up for a crucial engagement on a vast field near the village of Borodino 124 km west of Moscow. 135-thousand strong French army was confronted by 126 thousand Russians.

On the eve of the battle Napoleon had a sleepless night. Now and then he would walk out of his tent to see weather fires were burning in the Russian camp. The emperor could barely hold back his emotion and even his aides noticed that. He instructed them in an absent-minded manner, as if deep in his own thoughts. At dawn he gave a signal to attack. A large body of French infantry led a charge against the Russians on the left flank near the village of Semyonovskaya where three redoubts, called fleches, had been put up. A Russian unit under the gallant General Pyotr Bagration stood there to protect the redoubts. We have already mentioned this outstanding man, a “Russian lion” and a brilliant commander. Bagration descended from a noble Georgian family of dukes and was born to be a warrior. He spent all his short life out in the army.

Fighting raged the hottest at the “Bagration fleches”, as historians would later call them. The French assaulted vigorously but the Russians offered stubborn resistance and repulsed enemy attacks. Eye-witness reports say “soldiers on every side dropped their arms and pounced on each other, tearing off each other’s mouths and clenching their hands on each other’s throats. Guns rolled on corpses as if on a wood-paved street, pressing them into the blood-soaked earth. … Shouts of commanders and howls of despair in ten languages mixed with the deafening sounds of gunfire and drum-roll. The battlefield was a horrible sight…”

The French stormed the redoubts eight times, and each time the Russians drove them back. Finally, at the cost of enormous casualties, the enemy took the fleches. General Bagration was mortally wounded by a shell-splinter: his shin-bone was crushed. Unable to move, he was taken off his horse, and continued commanding until he lost consciousness. Bagration’s death was a shock to his soldiers. There was a brief moment of confusion after which they threw themselves into fight eager to avenge their beloved commander.

Kutuzov, who was watching the battle from one of the heights and saw the fall of the redoubts, decided to build a new defense line. To gain time for fresh troops to move in and to sidetrack the French, he ordered to strike in the enemy’s flank. The attack worked a havoc in the enemy ranks. Kutuzov took advantage of the moment to pull up reserves. The French then massed their artillery fire on another “fatal redoubt” - General Rayevsky’s battery. They lost a great number of men there, among them two generals – Montbrun and Caulaincourt. When Napoleon ordered him to crush Rayevsky’s battery, General Caulaincourt promptly replied: “I will be there alive or dead”. The Russians put up fierce resistance, the artillerymen preferring to die at their guns than step back. The redoubt held heroically but finally fell. The victory had been dearly bought. August Caulaincourt was killed at the gorge of the redoubt as he led the charge. “He died a hero’s death and decided the outcome of the battle. France lost one of its best officers”, Napoleon said. Caulaincourt was barely 34 and happily married just before the Russian campaign. He carried the portrait of his wife on his chest under the uniform.

Despite the capture of Rayevsky’s redoubt, the French failed to mount the offensive. Napoleon’s marshals urged him to sent his whole Guard to complete the victory, as yet only begun, but the emperor, having examined the new positions taken by the Russians and seeing that they would fight to the end, said: “I cannot risk my last reserve 3000 miles away from Paris” and ordered to pull his troops to the initial position. The battle of Borodino was over…


Source: Voice of Russia.

RIA NovostiBattle of BorodinoBattle of Borodino
16:03 08/09/2010 The battle of Borodino took place on September 7 (August 26 on the Julian calendar). It was the largest battle of the 1812 French invasion of Russia (the Patriotic War of 1812) and one of the bloodiest battles of the 19th century.>>

7 กันยายน 1812 กองทัพรัสเซียนำโดยนายพลมิคาอิล คุตุซอฟ เผชิญหน้ากองทัพที่นำโดยนโปเลียน ในทุ่งหญ้าใหญ่แห่งหนึ่งใกล้หมู่บ้านโบโรดิโน่ 124 กิโลเมตรไปทางตะวันตกจากกรุงมอสโคว์ 
กองทัพฝรังเศสมีกำลังพลกว่า 135 พันคน เผชิญหน้ากับชาวรัสเซียจำนวน 126 พันคน

ในคืนนั้นจอมทัพนโปเลียนไม่ได้นอนหลับ เขาเดินออกมาจากเต็นท์เพื่อมองดูแสงไฟที่กำลังเผาไหม้ค่ายของฝ่ายรัสเซีย  จักรพรรดิแทบจะระงับความรู้สึกไว้ไม่ไหว นโปเลียนคิดว่าเขาจะสั่งให้มีการบุกในช่วงรุ่งสาง  ร่างกายที่ใหญ่กำยำของชาวฝรั่งเศสทำให้พวกเขามีความได้เปรียบเหนือชาวรัสเซีย
พื้นที่บริเวณด้านซ้ายใกล้หมู่บ้านเสมัวนอฟสกายา (Semyonovskaya) มีการตั้งกองทหารเป็นสามหน่วย (Rebound) รวมกันเรียกว่า Fleche (Fleche ทหารสามกอง มารวมกันเป็นรูปหัวลูกศร) , ที่ Fleche ตรงนี้ควบคุมโดยนายพล เพียเตอร์ เบเกรชั่น (Pyotr Bragation) เขาได้รับยกย่องว่าเป็น  Russian Lion เพราะความฉลาดในการบัญชาการ เขาสืบทอดเชื้อสายมากจากจอร์เจียในครอบครัวระดับดุกซ์ (Dukes)  ซึ่งเขาเกิดมาเพื่อเป็นนักรบโดยตรง ชีวิตที่แสนสั้นของเขาหมดไปในกองทัพ
จุดที่มีการสู้รบกันหนักที่สุดคือจุด Bagration Fleche (ชื่อจุด ที่นักประวัติศาสตร์ยุคหลังเรียก) ฝรั่งเศสบุกอย่างหนัก ทว่า กองทัพรัสเซียปักหลักตอบโต้จนกองทัพข้าศึกเคลื่อไปไหนไม่ได้ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นเล่าว่า ทหารทั้งสองฝ่ายทิ้งอาวุธในมือลง และใช้การชก การถึ้งกันที่่ใบหน้าและลำคอแทน ปืนถูกทิ้งไว้เกลื่อนทับซากศพ เหมือนที่ตัดถนนผ่านป่าแล้วมีแต่ไม้ล้ม ซากถูกกดลงจะเลือดไหลนองอยู่บนพื้น เหล่าผู้บัญชาการทั้งหลายโก่งคอตะโกนหรือโหยร้องด้วยผิดหวัง ปนเปกันหลายสิบภาษา ผสมกับเสียงเคาะของกลองสลับกับเสียงปืน  สมรภูมินี้หลอกหลอนต่อใครก็ตามที่ได้เห็น...
  กองทัพฝรั่งเศสพยายามบุกถึงแปดครั้ง ในแต่ละครั้งรัสเซียก็ตอบโต้กลับไปทุกครั้ง ท้ายสุดแล้ว ราคาของมันคือซากศพมหาศาล ข้าศึกยึดปราการได้หลายจุด นายพลแบเกรชั่นได้รับบาดเจ็บสาหัสจากปืนใหญ่ กระดูกหน้าแข้งหัก จนไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ เขาลงจากหลังม้า และยังคงออกคำสั่งต่อไปจนกระทั้งหมดสติ การตายของนายพลเบเกรชั่นนำมาซึ่งความตื่นตระหนกของพลทหารของเขา เวลาแห่งความสับสน แต่ชั่วขณะเดียวกันเหล่าทหารกับฮึกเหิมที่จะเอาคืน จากใครก็ตามที่ทำให้ผู้บัญชาการอันเป็นที่รักของเขาต้องจากไป
 คุตุซอฟ ขณะนั้นยืนดูการสู้รบจากเนินสูงและมองเห็นว่ากองทัพกำลังเพลี้ยงพล้ำ จึงสั่งให้มีการสร้างแนวทัพใหม่ และเพื่อให้มีเวลาในการปรับกองทัพ เขาจึงสังให้กำลังส่วนหนึ่งบุกเข้าโจมตีฝรั่งเศสจากด้านข้าง ซึ่งทำให้ฝรั่งเศสเกิดความสับสน คุตุซอฟใช้เวลาช่วงนี้ในการรวบรวมกำลังพลที่เหลือ แต่ฝรั่งเศสก็ตอบโต้ด้วยปืนใหญ่ และกองทหารของนายพลราเลฟสกี (Rayevsky) ต้องเสียนายทหารฝีมือดีไปหลายคน เป็นระดับนายผลถึงสองคน คือ มอนบรันและกัวเลนคอร์ต (Montbrun,Caulaincourt) ตอนที่นโปเลียนสั่งให้โจมตีกองกำลังของเรเยฟสกี นายพลกัวเลนคอร์ต พูดขึ้นทันที่ว่า "ฉันจะไปอยู่ที่นั้น ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย"  รัสเซียใช้การต่อต้านด้วยการยิงปืนตอบโต้ เหล่าทหารหารยินดีที่จะตายด้วยกระสุนดีเสียกว่าจะถอยหนี กองทัพต่อสู้ด้วยวีรกรรมเยียงมีวีรชนกล้าแต่สุดท้ายจบลงด้วยความล้มเหลว ชัยชนะช่างแพงล้ำ. ออกัส คกัวเลนคอร์ต เสียชีวิตตรงหน้าผาใกล้กับฐานที่ตั้งของเขา ตามที่เขาได้เอ่ยขอโอกาสไว้แล้ว "เขาตายอย่างที่ฮีโร่จะตายได้ ทั้งๆที่รู้ว่าผลมันจะเป็นเช่นไร ทัพฝรั่งเศสเสียทหารที่ดีที่สุดในไปคนหนึ่ง" นโปเลียนกล่าว , กัวเลนคอร์ตอายุ 34 ปลายๆและเพิ่งจะแต่งงานก่อนที่จะมีสงครามไม่นาน เขาพกภาพเขียนรูปภรรยาของเขาไว้ที่หน้าอกตลอดเวลาใต้เครื่องแบบของเขา

แม้ว่ากองทหารของเลเยฟสกีจะถูกจับได้ แต่ฝรั่งเศสก็ล้มเหลวที่จะเปิดเกมรุก เหล่านายพลของนโปเลียนเรียกร้องให้เขาส่งการ์ดที่คุ้มครองเขาไปช่วยเกมรุก แต่เพียงแค่เริ่มต้น องค์จักรพรรดิถูกทดสอบด้วยการแนวทัพใหม่ของรัสเซีย ทรงตระหนักว่าอย่างไรเสียศัตรูของพระองค์คงสู้จนตัวตาย จึงทรงตรัสว่า "พระองค์ไม่ต้องการที่จะเสียงในการส่งทหารหน่วยสุดท้ายจำนวน 3000 คน ออกไปไกลแม้แต่ไมล์เดียวจากกรุงปารีส" และทรงสั่งให้ทัพฝรั่งเศสถอยกลับมายังที่ตั้ง  การรบที่โบโรดิโน่จึงจบลง...


other chapters (เรื่องในชุด)
  1. Napoleon : Rise to stardom สู่ดวงดาว
  2. Napoleon 's First Year of reign in France  ปีแรกของนโปเลียนในอาณาจักรแห่งฝรั่งเศส
  3. From Smolensk to Moscow จากสโมเลนสก์ ไป มอสโคว์
  4. The Battle of Borodino 
  5. Seventh Coalition Aginst Napoleon พันธมิตรลำดับที่ 7 ต่อต้านนโปเลียน





Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann