Carbon Mapping

เว็บของสถาบันคาเนกี รายงานความสำเร็จ ของสถาบันคาเนกี แผนกสิ่งแวดล้อม (Carnegie Institution’s Department of Global Ecology) ร่วมกับกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF,World Wildlife Fund) และกระทรวงส่ิงแวดล้อมแห่งประเทศเปรู, the Peruvian Ministry of the Environment (MINAM)
photo from : carnegiescience.edu
http://carnegiescience.edu/news/carbon_mapping_breakthrough
ในการสร้างแผนที่ ที่รวมเอาแผนที่ ที่ได้จากดาวเทียม แผนที่จากการสำรวจด้วยเลเซอร์ทางเครื่องบิน และแผนที่จากการเดินสำรวจเข้าด้วยกัน ( integrating satellite mapping, airborne-laser technology, and ground-based plot surveys)
ทำให้สามารถจับภาพของคาร์บอนที่ถูกป่าไม้ดักเอาไว้ และคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมาโดยกิจกรรมของการที่ป่าถูกใช้ได้เป็นครั้งแรก
แผนที่นี้จะสามารถกรุยทางไปสู่การตรวจจับ การปล่อย- การลด ก๊าวเรือนกระจกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และน่าจะนำไปใช้ร่วมกับโครงการ UN-REDD (The United Nations Collaborative Programme on Reducing Emissions from Deforestation and Forest Degradation องค์การสหประชาชาติ โปรแกรมร่วม ในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและการเสื่อมสภาพป่า)
ปัจจุบันข้อบกพร่องของ UNFCCC ที่สร้างเครดิต CERs,AAU นั้นจะมีข้อยกเว้น LULUCF (Land Use Land Used Change and Forest) เนื่องจากไม่มีกลไกที่ดีพอในการตรวจวัด
ซึ่งหากโครงการ UN-REDD สำเร็จ ในไม่กี่ปีอาจมีการสร้างเครดิตในลักษณะเดียวกับ CERs,AAU ที่ได้จากการป่าเพิ่ม

การศึกษาครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 16600 ตารางไมล์ในป่าอเมซอนในส่วนของประเทศเปรู ซึ่งมีขนาดเทียบได้กับประเทศสวิสเซอร์แลนด์

นักวิจัยใช้ 4 ขั้นตอนในการสร้างแผนที่
-สำรวจพันธ์ไม้ และการกระจายตัว โดยใช้ดาวเทียม
-สร้างแผนที่ 3 มิติ โดย LiDAR system ( light detection and ranging, เครื่องตรวจวัดระยะโดยใช้การกระจายแสง ) โดยติดตั้งบนเครื่องบิน
-แปลงข้อมูลเป็นแผนที่ทีี่บอกความหนาแน่นของคาร์บอน โดยใช้ข้อมูลจากวัดที่พื้นดิน นำไปรวมกับแผนที่ที่ได้จากดาวเทียมและ LiDar เพื่อสร้างแผนที่ที่มีความละเอียดสูง
จากนั้นใส่ข้อมูลย้อนหลังการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าและการเสื่อมโทรมตั้งแต่ปี 2009 และคำนวนค่าการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนตั้งแต่ปี 1999-2009 จากนั้นจึงได้ข้อมูลแผนที่ของเขต Madre de Dios

"เราพบว่าพื้นที่ป่ดังกล่าวสะสมคาร์บอนประมาณ 395 ล้านเมตริกตัน และปล่อยก๊าซออกมาประมาณ 630,000 เมตริกซตันต่อปี" Greg Asner อธิบาย
"แต่สิ่งที่ทำให้เราแปลกใจคือ การค้นพบว่าป่าเก็บคาร์บอนได้แตกต่างกันอย่างไรตามชนิดของป่าและภูมิศาสตร์ และก็มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดมากระหว่างกัน ตัวอย่างเช่น ป่าแถบนี้ น่าจะมีระบบนิเวศน์มานานไม่ตำกว่า 60 ล้านปีย้อนกลับไป ป่าไม้แถบนี้สามารถเก็บคาร์บอนได้น้อยกว่าป่าที่พันธ์ไม้อ่อนกว่าประมาณ 25% และเรายังพบความสัมพันธ์ระหว่าง ภูมิศาสตร์ การใช้พื้นที่ และการปลดปล่อยก๊าย นี้เป็นครั้งแรกที่เราสามารถทำสิ่งนี้ได้ในป่าอเมซอน


รื่องที่เกี่ยวข้อง

ตลาดคาร์บอน (Knol) >>>
RGGI (Carbon Market) >>>
Western Climate Initiative (WCI) >>>
UN-REDD >>>
Carbon Mapping 
>>>
Climategate >>>



References
http://carnegiescience.edu/news/carbon_mapping_breakthrough (English)
http://carnegiescience.edu/news/progreso_excepcional_en_el_mapeo_de_carbono (Spain)
http://www.un-redd.org/

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann