From Smolensk to Moscow


From Smolensk to Moscow

8.09.2010, 14:22

On the Voice of Russia World Service we present another edition in the series ‘RUSSIA IN 1812 WAR AGAINST FRANCE. Our story today will be about the Battles of Smolensk and Moscow, the two pivotal battles of the war.
For centuries Smolensk, an historic fortress city on the main Western invasion route to Moscow, has been a front line to defend Moscow against foreign invasions. We told you of the heroic defense of Smolensk in one of our previous programs. After crossing the Russian border, the French Grande Armee engaged in heavy battles with the Russian army and after one month and a half captured Smolensk.
With less than 250 miles left to Moscow, an advancing army with a numerical superiority should find it fairly easy to cover the distance. However, it took the French troops another one month and a half to do so. Why?
Firstly, the general state of Napoleon’s army left much to be desired. Witnesses’ accounts say the French emperor had to admit that the results of the first few months of the war were far from encouraging. In Russia the French troops ran into unprecedented difficulties as the Russians employed hit and run tactics thereby wearing out the enemy and leaving it with serious losses.
Secondly, the poor condition of Russian roads made it next to impossible for the cavalry and convoys with food, medicines and munitions to move forward. And the roads were just impassable for the artillery. But most importantly, the French faced fierce resistance and severe hatred from the population. As a result, they lost more than 150 thousand men killed in the first one month and a half, and at least as many were wounded. Initially 600-thousand strong, Napoleon’s army sustained nearly 50% losses. No wonder then that the emperor was so keen on analyzing the campaign and had to do a lot of thinking.
On capturing Smolensk, Napoleon opted for a 4-day break secretly hoping that the Russian Emperor Alexander I would be quick to acknowledge defeat. After it became clear that nothing of the sort was going to happen, Napoleon ordered a further advance on Moscow.
Moscow seemed such a short distance away. Now, along with the exhausting battles with the Russian regular army, the French had to repulse continuous guerrilla attacks. Napoleon’s army experienced acute food and medicine shortages. As they left, the locals burned their houses and took the livestock with them. The French had to fight for every single mile on their way to Moscow.
The Battle of Borodino proved a turning point in the war. Napoleon had been looking forward to it. He was sure that whoever won it would win the entire war, particularly since Moscow was a mere 60 miles away. The bloodshed at Borodino lasted nearly 5 days and left about 60 thousand killed from the French side and nearly 40 thousand from the Russian. The Russian army retreated in the direction of Moscow. Napoleon braced for yet another battle, this time of Moscow.
But he marched into Moscow without resistance. Moscow at his feet – wasn’t it more than he could dream of? As it turned out, however, the capture of Moscow marked the start of a decisive defeat of Napoleon’s campaign in Russia. We’ll tell you more about how it happened in our next programs.

จากโมเลนสค์ไปมอสโคว์

Voice of Russia World Service นำเสนอสารคดี 'รัสเซียในสงครามกับฝรั่งเศส 1812 เพื่อรำลึก 200 ปี ชัยชนะเหนือจักรวรรดิฝรั่งเศส 
Source: Voice of Russia.

ในยุคนั้น สโมเลนสก์ เป็นป้อมปราแห่งประวัติศาตร์ที่คอยขวางการเดินทัพจากตะวันตกไปยังมอสโคว์ เป็นหน้าด่านในการปกป้องมอสโคว์จากการรุกรานของต่างชาติ 
หลังจากเดินทางข้ามพรหมแดนรัสเซีย ทัพหลักของฝรั่งเศสพยายามอย่างหนักในการปะทะกับรัสเซีย ฝรั่งเศสใช้เวลาเดือนครึ่งในการยึดสโมเลนสก์
จากนั้น เหลือระยะทางอีกเพียง 250 ไมล์ ก็จะถึงมอสโคว์ กองทัพที่ทันสมัยพร้อมด้วยสรรพาวุธ รู้สึกว่าระยะทางแค่นี้ง่ายมากที่จะพิชิตได้  แต่กลับกลายเป็นว่าฝรั่งเศสต้องใช้เวลาอีก เดือนครึ่ง ในการทำให้สำเร็จ 
ทำไม ?
ประการแรก กองทัพนโปเลียนสูญเสียมากกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ ผู้อยู่ในเหตุการณ์บันทึกไว้ว่า นโปเลียนต้องยอมรับสภาพว่าสงครามในช่วงเดือนแรกนั้นยาวนานจนการสนับสนุนไม่เพียงพอ กองทัพทำงานที่ยากลำบาก เพราะรัสเซียใช้กลยุทธ์ตีแล้วหนี (hit and run) นั่นทำให้ฝรั่งเศสสูญเสียอย่างหนัก
ประการต่อมา ถนนหนทางในรัสเซียแย่มาก การลำเลียงอาหาร ยา และสัมภาระทางทหาร ไม่ค่อยสะดวก และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขนปืนใหญ่ผ่านถนนในรัสเซีย เหนืออื่นใด ฝรั่งเศสพบการต่อต้านจากประชาชน ในเดือนครึ่งแรก ฝรั่งเศสสูญเสียทหารไปกว่า 1.5 แสนคน  ที่ยังมีชีวิตก็ต่างได้รับบาดเจ็บไม่มาก็น้อย กองทัพฝรั่งเศสกรีฑาพลทหารกว่า 6 แสนคนในวันออกจากฝรั่งเศส แต่ผลครั้งนี้ นโปเลียนสูญเสียไปมากกว่าครึ่ง ยุทธศาสตร์นี้สมองขององค์จักรพรรดิถูกใช้ไคร่ครวญมากหน่อย 

หลังจากยึด สโมเลนสก์ นโปเลียนหวังว่าภายใน 3-4 วัน อเล็กซานเดอร์ ที่ 1 คงจะยอมรับความพ่ายแพ้ในเร็ววัน แต่เมื่อไม่มีปฏิกริยาใดๆ ที่สงสัญญาณเช่นนั้นกลับมา นโปเลียนจึงสั่งให้กองทัพมุ่งหน้าสู่มอสโคว์

มอสโคว์ดูเหมือนเมืองที่อยู่ห่างไกลเหลือเกิน เมื่อทัพฝรั่งเศสต้องปะทะกับกองทัพรัสเซีย และยังต้องเจอกับกองกำลังแบบกองโจรด้วย ซ้ำอาหารและยายังคลาดแคนเป็นระยะๆ เมื่อผ่านไปตามถนน สิ่งที่กองทัพนโปเลียนพบเจอ คือ ซากบ้านเรือนที่ชาวบ้านเผาบ้านของพวกเขาทิ้ง ปศุสัตว์ทั้งหลายถูกชาวบ้านพาติดตัวหนีไป ทัพฝรั่งเศสแทบจะต้องต่อสู้ในทุกๆ หนี่งไมล์ที่พวกเขายังก้าวไปในทางสู่มอสโคว์
การต่อสู่ที่ โบโรดิโน่ (Battle of Borodino) จะเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามครั้งนี้ นโปเลียนหวังไว้สูง และมั่นใจว่า ใครก็ตามที่ชนะศึกนี้ เท่ากับว่าชนะสงครามแล้ว ซี่งจุดนี้ มอสโคว์ห่างออกไปอีกเพียง 60 ไมล์เท่านั้น
การนองเลือดที่โบโรดิโน่ เพียงแค่ 5 วันสุดท้ายก็กลืนชีวิตกว่า 6 หมื่นคนจากทัพฝรั่งเศส และอีกเกือบ 4 หมื่นคนจากรัสเซีย กองทัพรัสเซียถอยไปยังทิศทางของมอสโคว์ นโปเลียนยังกรานที่จะต่อสู้ และนั้นเป็นเวลาของมอสโคว์บ้าง
แต่ว่าการเดินทางไปยังมอสโคว์ไม่ได้รับการต่อต้านแล้ว  มอสโคว์แทบจะอยู่ในฝ่าบาทจักรพรรดิ นครนี้ไม่ใช่ส่ิงที่ไกลเกินกว่าจะฝันอีกต่อไป ? แต่การยึดมอสโคว์กลับนำความปราชัยสู่ นโปเลียน .... 

other chapters (เรื่องในชุด)
  1. Napoleon : Rise to stardom สู่ดวงดาว
  2. Napoleon 's First Year of reign in France  ปีแรกของนโปเลียนในอาณาจักรแห่งฝรั่งเศส
  3. From Smolensk to Moscow จากสโมเลนสก์ ไป มอสโคว์
  4. Seventh Coalition Aginst Napoleon พันธมิตรลำดับที่ 7 ต่อต้านนโปเลียน


Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann