The man, who tried to save the USSR


เกนนาดี ยานาเยฟ อดีตรองประธานาธิบดีของโซเวียต ซึ่งเป็นผู้ร่วมในคณะกรรมการฉุกเฉินแห่งรัฐ (State Committee for Emergencies) ในปี 1991 เขาเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 24 กันยายน ในโรงพยาบาลในมอสโคว์ ชายผู้ซึ่งบางคนก็เรียกว่า ผู้พยายามก่อการปฏิวัติ แต่ก็มีหลายคนบอกว่าเขาคือคนๆ หนี่งที่พยายามจะรักษาดินแดนสหภาพโซเวียตไว้ จากการล่มสลาย
ในปี 1980 ยานาเยฟ เป็นรองประธานสภาวัฒนธรรมและมิตรภารระหว่างโซเวียตกับต่างประเทศ( Union of Soviet Societies for Friendship and Cultural Relations with Foreign Countries) ในปี 1986 เขาเป็นเลขานุการสหภาพการค้าต่างประเทศ (International Affairs Council of Trade Unions) หลังจากนั้นเพียง 3 ปีเขาก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานของสหภาพการค้า ในปี 1990 แต่ว่าเขาได้ทำงานเพียงไม่นานในตำแหน่งนี้ การประชุมสภาพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 28 ยานาเยฟ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกของคณะกรรมการศูนย์กลาง (Central Committee) ซึ่งเท่ากับว่าเขายอมรับให้ตัวเขาเองเป็นสมาชิกของโพลิบุโรและเลขานุการของคณะกรรมการศูนย์กลางสำหรับกิจการต่างประเทศ

ที่สำคัญที่ควรจะจดจำไว้ว่าครั้งหนึ่ง กอร์บาเชฟ ถ้าเขาไม่ยอมรรับว่ายานาเยฟเป็นนักคิด ก็จะต้องยอมรับว่ายานาเยฟเป็นคนหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนนโยบายปฏิรูปโซเวียตของเขา หลังเดือนธันวาคม 1990  กอร์บาเชฟ เสนอชื่อยานาเยฟเป็นรองประธานาธิบดีของโซเวียต แต่ว่ารองสภาประชาชนปฏิเสธการเสนอชื่อของเขา แม้ว่าจะได้รับเสียงโหวตมากกึง 1,089 เสียง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชนะการรับเลือก (583 เสียง โหวตค้าน) แต่ว่ากอร์บาเชฟ ยืนกรานอย่างแข็งกร้าว และปฏิเสธที่จะเสนอชื่อคนอื่นมาแทน และในการโหวตครั้งที่สองยานาเยฟจึงได้รับเลือกตั้งโดยสภา การยอมรับให้เขารับตำแหน่งรองประธานาธิบดี ภายหลังเป็นการปูทางไปสู่แนวทางอนุรักษ์นิยม

เกนาดี ยานาเยฟ เป็นที่รู้จักในเหตุการณ์เดือนสิงหาคม 1991 เมื่อเขาและสหายอีก 7 คนซึ่งมีตำแหน่งระดับสูงในโซเวียต ได้ร่วมกันประกาศจัดตั้ง คณะกรรมการสถานะการณ์ฉุกเฉินแห่งรัฐ (The State Emergency Committer of the USSR) ซึ่งคณะกรรมดังกล่าวถูกวางให้มีตำแหน่งสูงสุดในประเทศ และเกนนาดี ยานาเยฟ ได้มีตำแหน่งเทียบเท่าประธานาธิบดีแห่งโซเวียต

ประวัติศาสตร์ มักเขียนโดยผู้ชนะอย่างที่เรารู้ แน่นอนย้อนไปในปี 1990s มันไม่สามารถจะเข้าใจได้ถึงแรงจูงใจที่แท้จริงของการพยายามปฏิวัติ ผู้ก่อการในครั้งนั้น ได้รับการตราหน้า ว่าเป็น "ผู้วางแผน (plotter) " สถานีโทรทัศน์ขณะนั้นฉายภาพยานาเยฟ ขณะกำลังจับมือ ซ้ำไปซ้ำมา
ยานาเยฟ กล่าวภายหลังว่าา เขาและสมาชิกคณะกรรมการ ไม่ได้พยายามที่จะก่อการปฏิวัติ เขาเน้นว่าการกระทำของเขาเป็นการพยายามเพื่อรักษาประเทศจากวิกฤตทั้งมวล ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจึงรับรู้ว่ามันมาถึงวิกฤติทีี่สุต และเป็นเหตุการณ์วิกฤติสุดท้ายของสหภาพโซเวียต
มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะกล่าวถึงการทำโพลในเวลานี้ อย่างที่ VToIOM และ Levada Center มีเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ของชาวรัสเซียเชื่อว่าเหตุการ์ณ สิงหาคม 1991 เป็นชัยชนะของกระบวนการประชาธิบไตย มันไม่ได้หมายความว่าชาวรัสเซียเห็นอกเห็นใจเหตุการณ์การพยายามทำปฏิวัติครั้งนั้น  ส่วนใหญ่กว่า 40 เปอร์เซ็นต์มองว่าเป็นการแย่งอำนาจกัน และ 35 เปอร์เซ็นต์มองว่าเป็นเรื่องน่าอนาถ ของประเทศ
ใช่ ดูเหมือนว่าการประเมินนี้ , การปฏิวัติฝ่ายแพ้ แต่ในมุมหนี่ง จากการรับฟังจากทั้งเสียงผู้สนับสนุนและคัดค้าน มันเป็นความพ่ายแพ้เพราะว่าความไม่เด็ดขาด ของคณะปฏิวัติ เกนนาดี ยานาเยฟ อธิบายว่า ความจริงแล้วคณะปฏิวัติต้องการรักษาตำแหน่งประธานาธิบดีไว้ให้กับกอร์บาเชฟ พวกเขาจึงรอเสียงของสภาสูงสุด เพื่อให้รับรองการปฏิวัติของคณะกรรมของพวกเขา หลังจากนั้นเขาก็จะให้กอร์บาเชฟกลับมา ซึ่งความจริงแล้วดูเหมือนหลักฐานจะเป็นเช่นนั้น เพราะว่าช่วงเวลานั้นกอร์บาเชฟอยู่ในโฟรอส ซึ่งห่างไกลไร้อำนาจและไร้ทุกสิ่ง

หลังจากการจับกลุ่มสมาชิกคณะกรรมการฉุกเฉินแห่งรัฐ ยานาเยฟถูกปลดจากทุกตำแหน่งและถูกขังไว้ในเรือนจำกลาง เขาอยู่ที่นั้น 3 ปี และถูกปล่อยตัวออกมากในปี  1994 หลังจากสภาดูม่าให้การอภัยโทษ ยานาเยฟใช้ที่ชีวิตหลังจากนั้นเป็นที่ปรึกษาสำหรับทหารผ่านศึกและคณะกรรมการสวัสดิภาพสาธารณะของคนพิการ นอกจากนั้นยังเป็นหัวหน้าศุนย์ประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของ ของสภาบันการท่องเที่ยวนานาชาติของรัสเซีย
สำหรับเราแล้ว เกนนาดี ยานาเยฟ เป็นสัญลักษณ์ในประวัติศาสตร์ ชื่อของเขาปรากฏขึ้นเมื่อเรานึกถึงใครสักคนหนึ่งที่พยายามหยุดการล่มสลายของสหภาพโซเวียต แม่ว่าจะโชคไม่เข้าข้าง แต่ก็ได้พยายามแล้ว....
Anton Kulikov
Pravda.Ru

Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann