Napolean : A rise to stardom


Napoleon: a rise to stardom

6.09.2010, 13:35

On the Voice of Russia World Service we continue a series of programs in the run-up to the bicentenary of Russia’s Victory in the 1812 Patriotic War with France. Our today’s story acquaints you with Napoleon’s early career.
Napoleon Bonaparte was born on August 18th 1769 in the town of Ajaccio, Corsica. He was born the second of eight children – five sons and three daughters – into the moderately affluent but noble family of Carlo and Letizia Buonaparte. In 1779 Napoleon was admitted to a military academy at Brienne-le-Chateau. On completion of his studies at Brienne Napoleon was enrolled at the elite Ecole Militaire in Paris. Judging by Napoleon’s journalistic works during the French Revolution, he supported the revolutionary Jacobin faction.
Upon graduating in 1785 Napoleon was commissioned a second lieutenant. By the siege of Toulon in September 1793 Napoleon had climbed an impressive career ladder and had been promoted to the rank of captain. In October same year he was advanced to the rank of battalion commander, which corresponded to major. Appointed artillery commander of the republican forces at the siege of British-occupied Toulon, Napoleon led a brilliant military action which resulted in the capture of the city and his promotion to Brigadier General at the age of 24. The rank of Brigadier General, a middle rank between Colonel and Major-General, was awarded to Napoleon on January 14th 1794.
On August 10th 1794, Bonaparte was put under house arrest for his association with Augustin Robespierre. Although he was released after two weeks, he remained out of favor and had to resign. A year later, in August 1795, he was moved to the Bureau of Topography of the Committee of Public Safety. At a critical point for the Thermidorian Reaction he was appointed division general and promoted to Commander of the Interior. Less than a year later, on March 9th 1796, Napoleon married Josephine, the widow of Count Beauharmais, who had been executed during the Reign of Terror, and the former mistress of France’s revolutionary leader Paul Barras. Historians say the latter’s wedding present to the young general was command of the Army of Italy which was bestowed on Napoleon on February 23rd, 1796. That marked the rise of a new “military and political star” and the start of a new era which would last a long 20 years and would go down in history as “Napoleonic wars”.
Bonaparte was leading the military campaign in Egypt when the crisis of government in Paris came to a boil in 1799. The corrupt Directory was ineffective, and in Italy, the Russian-Austrian troops commanded by Alexander Suvorov had nearly driven out the French, reducing all Napoleon’s victories to zero. Leaning on his loyal forces, Napoleon dispersed the Directory and named himself provisional Consul to administer the government. Under the new Constitution, the legislative branch in France consisted of the State Council, the Tribunate, the legislative assembly and the Senate, whereas the executive power was concentrated in the hands of the First Consul, Napoleon Bonaparte.
The Second and Third Consuls enjoyed a consultative vote. The Constitution was approved by a nationwide plebiscite in 1800, with about 3 million in favor and 1,5 thousand against. Two years later Napoleon got the Senate to approve a decree to proclaim him First Consul for Life, and in 1804 he crowned himself Emperor Napoleon I. His rise to stardom as politician and military commander and his one-man grip on power were thus completed.
On the Voice of Russia World Service we presented another edition in the jubilee series timed for the bicentenary of Russia’s Victory in the 1812 war with France.

นโปเลียน : สู่ดวงดาว
Voice of Russia เสนอสารคดีชุด ลำลึกเหตุการณ์ 2 ศตวรรษ ชัยชนะแห่งปี 1812 , The Patriotic War
Source: Voice of Russia.

นโปเลียน โปนาปารต์ เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 1769 ในเมืองอแจคคิโอ , คอร์ซิก้า (Agacio,Corsica) เขาเป็นลูกค้นที่ 2 ในบรรดาพี่น้อง 8 คน เป็นชายห้าคนและหญิงอีกสาม เป็นครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง โดยหัวหน้าครอบครัวคือ คาร์โร และ เลติเซีย โบนาบารต์ (Carlo ,Letizia) ในปี 17ึ9 นโปเลียนได้เข้าศึกษาในสถาบันทหาร ชื่อ บรายเนย์ เลอ ชาโต (Brienne Le Chateau)  หลังจากสำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้ เขาได้สมัครเข้าเรียนในสถาบันทหารชั้นสูงชื่อ อโคลี มิลิทาเร่ (Ecole Militaire) ในกรุงปารีส
หากตัดสินนโปเลียนตามหลักฐานประวัติศาสตร์ในหนังสือพิพม์ยุคเดียวกันแล้ว นโปเลียนเป็นคนหนึ่งที่ให้การสนับสนุนการปฏิวัติจาโคบิน (Jacobin faction)

หลังสำเร็จการศึกษาในปี 1785 นโปเลียน เขาได้รับติดยศร้อยตรี (second lieutenat)  แต่การความสำเร็จในการยึดตูรอน (Toulon) ในปี 1793 ทำให้หน้าที่การงานและตำแหน่งของนโปเลียนเติบโตก้าวกระโดด เขาได้รับตำแหน่งเป็นกัปตัน (captain)  และตุลาคมของปีเดียวกัน เขาก็ได้เลือนยศเป็นผู้บัังคับบัญชาหน่วยรบ (battalion commander) ในการบัญชาการรบ เขาโชว์ความปราชญ์เปลื่องของเขา ในการนำกองกำลังสาธารณะรัฐบุกเอาชนะ ยึดดินแดนตูรอนที่ถูกอังกฤษครอบครองไว้ได้ ด้วยวัยเพียงแค่ 24 เขาก็ได้รับยศเป็นนายระดับนายพลตรี( Brigadier General) เป็นตำแหน่งระหว่างนายพัน (Colonel) และ พลเอก (Major-General) ในวันที่ 14 มกราคม 1794

สิงหาคม 10, 1974 โบนาปาร์ตถูกสั่งกักบริเวณ เพราะเขาพัวพันกับ Augustin Robespierre แม้ว่าจะได้รับการปล่อยตัวออกมาสองสัปดาห์ให้หลัง เขาชื่อเสียงของเขาก็มัวหมองและต้องลาออก  ปีต่อมา สิงหาคม 1795  เขาถูกย้ายไปทำงานศูนย์ภูมิภาคของคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะ (Committee of Publice Safe) เป้นจุดสำคัญให้เกิดปฏิกริยา Thermidorian Reaction (เหตุการณ์ความวุ่นวาย ทำให้อำนาจสูงสุดของฝรั่งเศสจาก National Convention ไปอยู่กับ คณะ Directory , มี Consulate  เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดใน Directory หรือDirectoire ) เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกระทรวงมหาดไทย
ในเวลาไม่ถึงหนี่งปี ในวันที่ 9 มีนาคม 1976 นโปเลียนแต่งงานกับ โจเซฟิน (Josephine) ภรรยาม่ายของเคาต์บัวฮาแมส (Count Beauharmais) ซึ่งถูกสังหาระหว่างเหตุการ์ณ Reign of Terror นอกจากนั้นเธอยังเป็นข้ารับใช้ให้กับพอล บาร์ราส (Paul Barras) ผู้นำการปฏิวัติฝรั้่งเศส นักประวัติศาสตร์กล่าวว่าภายหลังการแต่งงานนี้ทำให้นโปเลียนได้รับหน้าที่ในการบัญชาการณ์กองทัพที่อยู่ในอิตาลี ที่เขาได้รับมาเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 1976 นั้นเป็นการเปิดยุคใหม่ทางการทหารและการเมืองให้กับดาวดวงนี้ ที่ยุคของเขาสาดแสงต่อมาอีกไม่น้อยกว่า 20 ปี ในฐานะ "สงครามของนโปเลียน"

โปนาปาร์ตไปเป็นผู้นำทหารอยู่ในอียิปต์ระหว่างที่เกิดความวุ่นวายในรัฐบาลปารีสช่วงปี 1799 รัฐบาลมีผู้นำที่ฉ้อโกงและไร้ประสิทธิภาพ ในอิตาลี รัสเซียและออสเตรีย ที่นำโดยนายพลอเล็กซานเดอร์ ซุโรรอฟ (Alexander Surorov)  ใกล้ที่จะบุกมายังฝรั่งเศส นั้นทำให้ผลงานของโปนาปาร์ตแทบไม่เหลือ ด้วยยังมีคนที่จงรักภักดีต่อเขา นโปเลียนปลดผู้บริหารออกและแต่งตั้งตัวเองเป็นกงสุลลำดับแรก มีหน้าที่คอยให้คำปรึกษารัฐบาล โดยกฏหมายรัฐธรรมนูญใหม่ อำนาจของฝรั่งเศสทางกฏหมาย ถูกแบ่งให้กับ สภาแห่งรัฐ (state council) , สภาท้องถิ่น (Tribunate) , ผู้ได้รับการแต่งแต่ง (legislative assembly) และวุฒิสภา (Senate)  แต่อำนาจบริหารที่แท้จริงอยู่ในมือท่านกงสุล นโปเลียน โปนาปาร์ต

กงสุลลำดับที่สองและสาม สนุกสนานและพอใจกับการยกมือเท่านั้น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ได้รับการรับรองจากการลงทะแนนเสียงทั่วประเทศในปี 1800 โดยมีผู้สนับสนุน 3 ล้านเสียง และเสียงคัดค้าน 1.5 ล้านเสียง
2 ปีต่อมา นโปเลียนบังคับให้วุฒิสภาออกกฏรับรองให้เขาอยู่ในตำแหน่งกงสุลได้ตลอดชีวิต และในปี 1804 เขาสวมมงกุฏจักรพรรดิให้กับตัวเขาเอง เป็นจักรพรรดินโปเลียน ที่ 1
กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ทางการเมืองและทางการทหาร เขาคนเดียวที่ครองอำนาจทุกอย่างไว้เบ็ดเสร็จ

other chapters (เรื่องในชุด)
  1. Napoleon : Rise to stardom สู่ดวงดาว
  2. Napoleon 's First Year of reign in France  ปีแรกของนโปเลียนในอาณาจักรแห่งฝรั่งเศส
  3. From Smolensk to Moscow จากสโมเลนสก์ ไป มอสโคว์
  4. The Battle of Borodino 
  5. Seventh Coalition Aginst Napoleon พันธมิตรลำดับที่ 7 ต่อต้านนโปเลียน

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann