Russia Privatisation 2nd


New Russian privatization can attract big strategic investors

2.09.2010, 16:19

Russia’s authorities are actively working on a new privatization plan, which was mentioned for the first time nearly one year ago. Very soon foreign investors will learn about shares of Russian companies, which will be sold on the market over the next 3 years.
It is not ruled out that the shares of the Savings Bank of the Russian Federation (Sberbank) and also those of the VTB Bank, as well as the shares of the RusHydro Company, which is the second biggest hydro-generating company in the world, and the Rosneft Company, which is the leader of Russia’s petroleum industry, and besides, the Oil Transporting Joint Stock Company Transneft will be traded. Possibly, big transport companies, airports and seaports will also be put on that list. The final 3-year privatization plan will be made public later this month. True, the plans for next year are not so big for the time being: the shares of both the natural monopolies and the enterprises of the military-industrial complex will not be put on sale, as the Russian Minister of Economic Development Elvira Nabiullina said. But later this issue will be discussed.
Russian experts say that such a well-balanced approach is justified. On the one hand, the privatization is aimed at adding something to the Russian budget. According to preliminary estimates, from 700 to 900 billion roubles may be added to the Russian budget over 3 years. On the other hand, Russia’s authorities do not want to begin the privatization this year, while the world markets remain unstable and investors are waiting.
And as regards foreign investors, privatization for them is a good chance for doing business in Russia, the Co-Chairman of the National Strategy Council Iosif Diskin says:Acquisition of capital in and the establishment of close contacts, for example, with the VTB Bank or with the Sberbank, make it possible to gain access to the Russian market.
And this is a good chance for doing work on a new level, because all these banks are closely linked with the main part of the Russian economy. Acquisition of capital and the establishment of partnership relations is not a direct way to the Russian market, which is again becoming very interesting for foreign investors.
It is not ruled out that those who already have shares in the facilities, put on sale, but would like to increase it, will show their interest in new shares. Other investors will be able, after buying certain Russian accounts, to build a more perfect business-model.

ภายในเดือนนี้น่าจะได้เห็นแผนการการขายวิสาหกิจครั้งใหญ่ของรัฐบาลรัสเซียออกมาหลังจากที่ได้พูดถึงแผนการนี้หลายครั้ง
หลังจากปี 2004 รัฐบาลรัสเซียมีสัดส่วนในเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้นจาก 25-30% เป็น 50%  เนื่องจากต้องเข้าไปช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่ทำท่าว่าจะมีปัญหาให้อยู่รอด ทำให้ภาระการขาดดุลงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นทุกปี
แผนการขายธุรกิจครั้งนี้  จากคำบอกของรองนายกคนที่หนึ่งอิกอร์ ซุวาลอฟ(First Deputy Prime Minister Igor Shuvalov ) บอกว่ารัสเซียมีแผนจะขายบริษัทร่วมกันราว 5,000 กว่าแห่ง
ในนี้รวมไปถึงธนาคาร เขื่อน สนามบิน เช่น
ยืนยันว่าจะถูกขาย

  • บริษัท TGK-5 ที่เป็นเจ้าของโรงงานไฟฟ้ากว่า 11  แห่ง กำลังผลิตกว่า 1.1 หมื่นล้านกิโลวัตน์ จากทั้งโรงไฟฟ้าจาก ถ่านหิน น้ำ และก๊าซ (www.tgk5.ru) 
  • ธนาคาร VTB ( Kommersant รายงานว่ารัสเซียได้ตกลงที่จะขายหุ้น 10% ของ VTB ให้กับ TPG capital ของสหรัฐอเมริกา TPG (Texas Pacific Group) เป็นกองทุนเพื่อการลงทุนเอกชนที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลกในเทอมของขนาดเม็กเงิน ก่อตั้งในปี 1992 โดย David Bondermanom,James Coulter,William Price มีสินทรัพย์ในการบริหาร $40 พันล้าน 

เข้าข่ายจะถูกนำออกมาขาย

  • Sberbank ที่ใหญ่ทีุ่สุดของประเทศ
  • Murmansk and Novorossiysk Sea Ports ขนส่งทางทะเล
  •  the Sovkomflot shipping อู่ต่อเรือ
  • RusHydro บริษัทไฟฟ้าอันดับสองของประเทศด้วย,
  • TransNeft (ผลิต,และส่งน้ำมัน) 
  • และอุตสาหกรรมการบินระดับท๊อปของชาติก็เข้าข่ายที่จะถูกนำออกมาขาย

ทั้งนี้อุตสาหกรรมทางการทหารน่าจะไม่เกี่ยวข้องด้วยซึ่งแผนการกำหนดไว้ว่าจะใช้เวลา 3 ปี
  เป็นโอกาสสำหรับบริษัทต่างชาติที่จะเข้าไปลงทุนในรัสเซีย ในขณะเดียวกันรัฐบาลรัสเซียเองก็จะลดภาระการขาดดุลงบประมาณได้ เพราะในปี 2010 รัฐบาลขาดดุลงบถึง  6.8% ของจีดีพี และในปี 2009 ขาดดุลที่ 5.9% คาดว่าน่าจะได้มูลค่ารวมกัน 8 แสน- 1 ล้านล้านรูเบิ้ล (1 รูเบิ้ล ~ 1 บาท) หรือ 2.4 พันล้านเหรียญ ซึ่งรัสเซียมียอดงบประมาณขาดดุลสะสม 100 พันล้านเหรียญ แต่เพื่อเพิ่มความสับสน มีเงินทุนในกองทุนของรัฐสองแห่งในต่างประเทศกว่า 400 พันล้านเหรียญ
   Alexei Kudrin รัฐมนตรีเศรษฐกิจ บอกว่าจะลดสัดส่วนการบทบาทของรัฐลงให้เหลือราว 30% ของเศรษฐกิจ


กองทุน Sovereign Wealth funds:
1. Oil Stabilisation Fund (Reserve Fund)

Стабилизационный фонд Российской Федерации

มูลค่าเงินกองทุน : $157 Billion (ปี 2008)

มีหน้าที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลต่างชาติเท่านั้น ก่อตั้งในมกราคม ปี 2004
2. National Welfare Fund

มูลค่าเงินกองทุน: $89.6 Billion (ปี 2008)

เริ่มต้นจากเงินลงทุน $32 พันล้าน เป็นเงินสะสมเพื่อจ่ายเงินทดแทนให้บำนาญ และบางครั้งก็ใช้อุดงบประมาณ

ทั้งสองกองทุนได้เงินจากการหักภาษีน้ำมัน และบริหารโดยกระทรวงการคลัง

ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือ ราคาสินทรัพย์ที่ขายจะได้ราคาหรือไม่ เพราะมูลค่าเงินจำนวนมาก และมีระยะเวลาไม่นานหนัก และนี้ไม่ใช่การขายสินทรัพย์ หรือแปรรูปวิสาหกิจครั้งแรกของรัสเซีย ในช่วงปี 1990s สมัยเยลต์ซิน เคยมีการขาย แบบลดแลกแจกแถม จนสร้างมหาเศรษฐีระดับโลก อย่างบริษัท Yukos , Norilsk Nickle,LukOil   รัฐบาลขณะนั้น ขายออกไปเหมือนให้เปล่า และมีการสั่งให้ธนาคารปล่อยเงินกู้ให้นักลงทุน(the loans-for-shares scheme)เพื่อไปซื้อวิสาหกิจเหล่านั้นด้วย 

References
http://rbth.ru/articles/2010/03/17/17310statecompanies.html

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann