COINTELPRO


54 ปี ของปฏิบัติการพิเศษ โคอินเทลโปร COINTEL-PRO (Counter Intelligence Program ) ปฏิบัติการของ FBI เพื่อดิสเครดิต แทรกแซงและ ล่าสังหาร ชาวอเมริกัน โดยรัฐบาลของตัวเอง
ปฏิบัติการนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1956 ถึงปี 1971 โดยให้เหตุผลเรื่องของความมั่นคง ในการโจมตีที่เคลื่อนไหวทางการเมืองและสิทธิมนุษย์ชนในประเทศ  ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมาย เริ่มต้นนั้นเป็นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหรัฐ (www.cpusa.org) แต่มันก็ขยายออกไปจนครอบคลุมคนหลายกลุ่ม Socialist Worker Party,Ku Klux Klan,Nation of Islam,Black Panther Party ,New Left ,Student  for a Democratic Society,the American Indian Movement,the Chicano Movement,Puerto Rican,กลุ่มที่ต่อต้านการทำสงครามเวียดนาม
นอกจากนั้นยังเป็นเป้าหมายเป็นบุคคลสำคัญ เช่น ดร.มาติน รูเธอร์คิง จูเนียร์ , Malcolm X ผู้นับถือศาสนาอิสลาคนสำคัญ หรือแม้แต่ดาราฮอลีวู๊ด อย่าง Jean Seberg 
ยุทธวิธีของ FBI ขณะนั้น จะใช้วิธีการใดก็ได้ในการทำลายการกิจกรรมของกลุ่มทางสังคมต่างๆ ที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น เช่น การส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแทรกซึมในองค์กร การเขียนจดหมายลวง ให้ข้อมูลเท็จในนามของเป้าหมายเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ การเขียนบทความโจมตีลงในนิตยสาร หนังสือพิมพ์ สร้างภาพลักษณ์ให้บุคคล หรือองค์กรกลายเป็นอาชญากร ซึ่งมีผลทำให้ความเข้าใจของสาธารณะคลาดเคลื่อน และเกิดกลุ่มหัวรุนแรงที่ออกมาช่วยเคลื่อนไหวร่วมกับปฏิบัติการของ FBI
ขณะนั้นผู้ควบคุม FBI คือ เจ.เอ็ดการ ฮูเวอร์ ( J. Edgar Hoover) โดยในปีแรก 1956 นั้น เป็นแค่การสั่งให้โจมจีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหรัฐ แต่ปฏิบัติการขยายวงออกไป และโจมตีกลุ่มหลายกลุ่มมากขึ้น อย่างคูลัคแคนนั้นก็เป็นชาวอเมริกันผิวขาว หรือแม้แต่กลุ่มที่ออกมาต่อต้านการทำสงครามในเวียดนามก็ยังโดน FBI โจมตี 
ดาราฮอลีวู๊ด Jean  Seberg ให้การสนับสนุนองค์กรของชนผิวสี และชนเผ่าอเมริกันพื้นเมือง FBI ปล่อยข่าวในหนังสือแท๊บลอยโจมตีว่าเธอตั้งครรถ์กับสมาชิกของ Black Panther องค์องค์เพื่อสิทธิคนผิวสีในอเมริกา ทำให้เธอต้องฆ่าตัวตาย
โครงการนี้ถูกตีแผ่ให้สาธารณะชนรู้จัก หลังมีการจัดตั้งกลุ่มของฝ่ายซ้ายที่เรียกว่า Citizen's Commission to investigate the FBI โดยลักลอบเข้าไปเอาเอกสารหลายพันหน้าจากออฟฟิตของเอฟบีไอในเฟนซิวาเนีย  ในปี 1971 COINTERPRO จึงได้ปิดตัวลง ในปี 1976 ได้มีการตัั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเหตุที่เกิดขึ้นโดยวุฒิสภา โดยมีหัวหน้าคณะกรรมการชุดนี้ คือ วุฒิสมาชิก แฟรงก์ เชิร์ช (Frank Church) เป็นที่มาของชื่อคณะสอบสวนที่เรียกว่า "Church Committee" ข้อสรุปหนึ่งที่คณะกรรมรายงานออกมาก็คือ




Many of the techniques used would be intolerable in a democratic society even if all of the targets had been involved in violent activity, but COINTELPRO went far beyond that...the Bureau conducted a sophisticated vigilante operation aimed squarely at preventing the exercise of First Amendment rights of speech and association, on the theory that preventing the growth of dangerous groups and the propagation of dangerous ideas would protect the national security and deter violence
หลายวิธีการที่ถูกนำเอามาใช้นั้น ได้บ่อนทำลายสังคมประชาธิปไตย ถึงแม้ว่าเป้าหมายเกือบทั้งหมดจะมีส่วนผัวพันกับกิจกรรมที่รุนแรง แต่ว่า COINTERPRO ไปไกลเกินกว่า ... องค์กรที่คอยเฝ้าระวังปกป้องรัฐธรรมนูญที่ปกป้องสิทธิในการพูดและการมีส่วนร่วม ในทางทฤษฏี

ซึ่งแม้ว่า COINTELPro จะถูกปิดไปแล้ว แต่ปฏิบัติการอันละเมืิดรัฐธรรมนูญของอเมริกา เสรีภาพทางความคิด ไม่ได้ถูกหยุดแต่ความสำเร็จของ COINTELPRO การกำหราบความรุนแรงด้วยความรุนแรงกว่า หยั่งรากลึกในเอฟปีไอ อยู่ดังเดิมนั้นเอง
ปี 1890 ในรัฐเซาท์ดาโกต้า  วันที่ 29 ธันวาคม เกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ ที่เรียกว่า Wounded Knee Massacre 
ช่วงเวลานั้น FBI กำลังไล่ล่าขบวนกอเมริกันอินเดีย (AIM,American India Movement) ในพื้นที่เขตป่าสงวน Lakota Pine Ridge Reservation เอฟบีไอจัดแคมเปญต่อต้านคนอเมริกันพื้นเมือง สร้างภาพลักษณ์ให้อเมริกาอินเดียแดง เป็นคนที่พวกป่าเถื่อน กล่าวหาพวกเขาว่า ส่งหน่วย "สุนัขหทาร Dog Soldiers" ไว้คอยเผาไร่นา และสังหารนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในอุทยาน กล่าวหาว่าพวกอินเดียแดง ล่าควายไบสัน จนทำให้ควายป่าเกือบจะสูญพันธ์  
วันที่ 28 FBI นำกองกำลังผสม ที่เรียกว่า U.S. 7th Cavalry Regiment ประกอบด้วยทหารสหรัฐ,เจ้าหน้าที่ตำรวจกิจการเกี่ยวกับอินเดียน และกำลังเผ่าที่เป็นพันมิตร อย่าง GOONs  ตั้งกองกำลังห่างจากจุดที่ชนเผ่าอินเดียพื้นเมืองตั้งอยู่ทางใต้ประมาณ 5 ไมล์ ไปทางตะวันตก
กลุ่งชนพื้นเมืองอินเดียแดง ที่เรียกว่า Lakota  นำโดย Spotted Elk ที่ตั้งแคมป์อยู่ในจุดที่เรียกว่า Wounded Knee Creek มีจำนวนประมาณ 350 คน ในนั้น 120 คนเป็นหญิงและเด็ก
พอวันที่ 29 ก็ถึงจุดแตกหัก เอฟบีไอ และเหล่าเทพอารักษ์แห่งสหรัฐ U.S 7th Cavalry เปิดฉากโจมตีเจ้าของดังเดิมของอเมริกา ด้วยปืนใหญ่ และไรเฟิล ผลก็คือ ฝ่าย Lakota ตายใน Wounded Knee Creek ทันที่กว่า  150 คน 44 คนเป็นหญิง และ 18 คนเป็นทารก 
ส่วนอินเดียแดงที่รอดชีวิต ถูกจับขึ้นศาล หนึ่งในนั้นคือ Leonard Peltier --http://www.leonardpeltier.net --ชาวอินเดียแดงที่โชคดีรอดชีวิตจากการสังหารหมู่ของเอฟปีไอใน Wounded Knee Creek เขาได้รับความการุณจากอเมริกาโดยการตัดสินจำคุกเกือบตลอดชีวิต ถ้าเขาจะมีอายุได้เกิน 94 ปี โดยกำหนดปล่อยตัวในวันที่ 11 ตุลาคม 2040 ด้วยข้อหาสังหารเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ 2 คนในเหตุการณ์นั้น 
องค์การนิรโทษกรรมสากล เคยเรียกร้องให้มีการปล่อยตัว Leonard Peltier (1) --โดยบอกว่าคดีนี้มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองในการชี้นำคำตัดสิน เหล่าคนที่สนับสนุนเขาบอกว่าเขาเป็นนักโทษทางการเมือง ซึ่งสหรัฐอเมริกา ไม่เคยยอมรับว่ามีนักโทษการเมืองในประเทศตน 
1898  สหรัฐบุกยึดเปอร์โต ริโก มาเป็นอาณานิคม และสถานะของเปอร์โตลิโก ไม่ใช่ทั้งประเทศและไม่ใช่รัฐ แต่อยู่ในอาณัติของประธานาธิบดีอเมริกา มาตั้งแต่ตอนนั้น 
ชาวเปอร์โตริกัน ลุกขึ้นเรียกร้องเอกราชจากอเมริกาหลายครั้ง  และหลายครั้งสหัฐต้องส่งทหารและเอฟบีไอเข้าไปทำการปราบปราม 
อย่างในปี 1950 เรียกการลุกฮือครั้งนั้นว่า Jayuya Uprising เมื่อ 30 ตุลาคม บลันคา คานาเรส (Blanca Canales) เป็นแกนนำพาประชาชนในเมือง จายุย่า ลุกต่อต้านอเมริกา นอกจากนั้นยังมีการลุกต่อต้านอเมริกาในอีกหลายเมืองอย่าง Ponce, Mayagüez, Naranjito, Arecibo, San Juan   สหรัฐส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดจนเมืองทั้งเมืองพังพินาศ   ตอนนั้น Griselio Torresola,Oscar Collazo ชาวเปอร์โตริโก ที่อยู่ในอเมริกา พยายามลอบสังหารประธานาธิบดี เฮนรี่ ทรูแมน แห่งสหรัฐในวันที่ 1 พฤศจิกายน ขณะพักผ่อนอยู่ในบ้าน Blair House  เพื่อช่วยดินแดนบ้านเกิด แต่ไม่สำเร็จ พวกเขาถูกสังหาร

4 เมษายน 1980 เอฟบีไอ ตั้งข้อกล่าวหากับชาวเปอร์โตริโก 11 คนCarlos Alberto Torres, Luis Rosa, Freddie Mendez, Adolfo Matos, Elizam Escobar, Ricardo Jiménez, Ida Luz Rodríguez, Dylcia Pagán, Carmen Valentín, Alicia Rodríguez and Haydeé Torres โดยกล่าวหาว่าพวกเขาเป็นสมาชิก ของ กองกำลังแห่งเสรีภาพเปอร์โตริโก FALN Armed Forces of Puerto Rican National Liberation หลายคนมีรายงานว่าถูกทรมาน และกดดันทางจิต ... พวกเขากำลังปกป้องประเทศของตนเอง เปอร์โตริโก ที่ไม่ได้เป็นแม้แต่รัฐหนึ่งของอเมริกา ทุกวันนี้เปอร์โตริโก ก็ยังแสวงหาเอกราชที่แท้จริง ในดินแดนแห่งเสรีภาพ สหรัฐอเมริกา

http://en.wikipedia.org/wiki/Wounded_Knee_Massacre

http://www.thirdworldtraveler.com/Third_World_US/COINTELPRO70s_WAH.html
http://www.freedomarchives.org/Cointelpro.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Jayuya_Uprising
(1) http://www.amnesty.org/en/library/info/AMR51/160/1999




















Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann