1812 : mystery over looted treasures - version 2

1812: mystery over looted treasures - version 2

Kharlamova Maria
24.11.2010, 16:20
Here is the next program in our special series “Russia against France in the War of 1812” ahead of the approaching bicentenary of Russia’s victory over Napoleon.Today, we continue our previous story about the mystery shrouding the fate of the looted Moscow treasures. Nearly 80 tons of gold, jewelry, precious stones, icons, paintings and vintage weapons, all loaded on 200 carts, followed the French army out of Moscow, pillaged and ablaze, towards Maloyaroslavets.

อีกหนึ่งเรื่องเล่าของมรดกชาติ สมบัติ และทองคำกว่า 80 ตันของรัสเซีย ที่ถูกจักรวรรดินโปเลียนลักออกมาจากกรุงมอสโคว์ในปี 1812 

ทั้งทองคำ เครื่องประดับ ภาพเขียน และโบราณวัตถุต่างๆ ถูกทหารฝรั่งเศสลำเลียงใส่เกวียนกว่า 200 คัน ออกจากมอสโคว์ มุ่งหน้ากลับฝรั่งเศศ โดยผ่าน เมือง มาโลยาโลสลาฟเวต (Maloyaroslavets)

จากตำนานเรื่องแรก กล่าวว่าฝรั่งเศสเอาสมบัติทั้งหมดไปฝังดินไว้กลางป่า ไม่ก็ทิ้งมันลงในแม่น้ำ ไม่ห่างจากมาโลยาโลสลาฟเวต เพราะตระหนักว่าคงไม่สามารถเอาสมบัติกลับไปถึงฝรั่งเศสเป็นแน่ และเขาได้ผ่ายสงครามนี้เสียแล้ว

ตลอดสองศตวรรษที่ผ่านมา มีเรื่องเล่ากันเกี่ยวกับสมบัติมหศาลมากมาย จากคำบอกเล่าของผู้ออกล่า แต่ก็ยังไม่เคยมีใครค้นพบอะไรที่ยืนยันขุมสมบัติที่จักรพรรดินโปเลียนซ่อนไว้ได้

แต่ว่าการที่สมบัติไม่ถูกค้นพบนี้เอง ทั้งยังไม่เคยปรากฏขึ้นที่ไหนในโลก ทั้งปารีสและมอสโคว์ ก็คือหลักฐานที่บอกว่านโปเลียนไปนำเขาของมีค่าเหล่านั้นไปซ่อนเอาไว้ เส้นทางการล่าถอยของจักรพรรดินั้นเป็นที่ทราบกันดี มันถูกโจมตีจากกองทัพรัสเซียอยู่บ่อยครั้งโดยการซุ่มแบบกองโจร ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จนฝรั่งเศสแทบไม่มีทางหนี

พอย่างเข้าเดือนพฤศจิกายน นโปเลียนซึ่งเดินทางถึงสโมเลนส์ก (Smolensk) 250 ไมล์จากมอสโคว์ กองทัพของเขาเหนื่อยอ่อน และสูญเสียเป็นอย่างมาก ม้าเองก็ไม่ไหวที่จะลากเอาปืนใหญ่ และเกวียนได้อีก ฤดูหนาวในรัสเซียเร่ิมแสดงพิษสงของมัน ทหารฝรั่งเศสเสียชีวิตจากการถูกแช่แข็งเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นถนนยังถูกน้ำแข็งเกาะ และปกคลุม จนไม่อาจจะเดินทางข้ามไปได้ นักประวัติศาสตร์หลายท่านจึงเชื่อว่าสมบัติน่าจะยังอยู่ในสโมเลนส์ก ซึ่งนโปเลียนต้องตัดกิเลสของตนและเลือกที่จะเอาสมบัติไปซ่อนในที่มิดตา ซึ่งตอนนั้นฝรั่งเศสไม่น่าจะมีกำลังและพลังมากพอที่จะขุดหลุมในพื้นดินที่ถูกแช่แข็ง เพื่อกลบ ทองคำ และของล้ำค่า ขนาด 200 เกวียนได้ ทหารรัสเซียหรือชาวนาในแถบนั้นเองก็ไม่น่าจะมีกำลังเช่นกัน 

ดังนั้นความเป็นไปได้อย่างเดียวจากเหตุผลที่ว่ามา นโปเลียนน่าจะเลือกที่จะโยนสมบัติทั้งหมดลงในทะเลสาบแห่งใดแห่งหนึ่ง ที่เย็นจับเป็นน้ำแข็ง ในสโมเลนส์ก นี่แหละ ซึ่งก็มีชาวนาคนหนึ่งเคยบอกว่าเห้นทหารจักรพรรดิ ใช้ขอนไม้ทำช่องเปิดบนพื้นทะเลสาบ ที่นโปเลียนเลือกเอาไว้ว่ามันลึกและใหญ่เพียงพอ และในคืนนั้น นโปเลียนก็สั่งให้ทหารผลักเอาเกวียนทั้งหมดลงไป และเมื่อเกวียนทั้งหมดถูกทิ้งลงไปยังก้นทะเลสาบแล้ว ก็เอาไม้ออกทำให้ช่องน้ำแข็ง ถูกจับเป็นแผ่นน้ำแข็งอีกครั้ง และร่อยลอยทั้งหมดก็ถูกหิมะจับกลืนหายไป

ทฤษฏีนี้ออกจะจับใจ และมีความเป็นไปได้สูง สำหรับนักประวัติศาสตร์ ทว่าก็ยังไม่หายสงสัยกันว่าทำไม จนกระทั้งบัดนี้ยังไม่สามารถหาสมบัตินั้นเจอ ทั้งที่มีการนำน้ำจากในทะเลสาบออกมาตรวจหลายครั้ง ก็พบน้ำที่เจือด้วยสารทองคำและเงินสูงกว่าปกติ แต่ว่าการใช้คลื่นเสียงทดสอบไม่พบว่ามีแร่โลหะจำนวนมาก

นักวิทยาศาสตร์บอกว่า เนื่องด้วยพื้นทะเลสาบปกคลุมด้วยสาหร่ายและวัชพืชเน่าหนากว่า 10 เมตร ทั้งยัง... ถ้ามันยังอยู่ที่นั้นมันก็ถูกฝั่งลึกมากว่า 200 ปีแล้ว หรือไม่ก็ สมบัติ มัน ไม่ ได้ อยู่ ตรง นั้น ... ไม่ เคย อยู่ 
ยังมีเรื่องราวเล่าขานกันถึงมหาสมบัติที่จักรพรรดินโปเลียน ยีดมาจากมอสโคว์ ในตอนต่อไป




Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann