Indra Devi , First Lady of Yoga

Indra Devi
http://www.fundacion-indra-devi.org/
อินดรา เดวิ (อินทรา เทวี) Indra Devi,  The First Lady of Yoga  
เธอเกิดขึ้นมาในชื่อ ยูจีน ปีเตอร์สัน ลาบันสกี (Евгения Петерсон-Лабунская,Eugenie  Peterson Labunskiy ) เกิดเมื่อ 12 พฤษภาคม 1899ในเมือง ริก้า ประเทศแลตเวีย ซึ่งในเวลาที่เธอเกิดนั้นลัตเวียเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย  พ่อของเธอชื่อ เบซินปีเตอร์สัน (Basil Peterson) เป็นนักธุรกิจชาวสวีเดน ทำงานให้กับธนาคารริก้า (Bank of Riga) และแม่ของเธอ อเล็กซานดร้า (Alexandra) เป้นนักแสดงโดยใช้ชื่อในการแสดงว่า ​ลาบินสกี (Labunskiy) เป็นชื่อเรียกในวงการ

อินดรา เดวิ ได้รับการประกอบพิธีศีลจุ่ม (Baptize) ในโบสต์ออโธดอกซ์ตอนแรกเกิด ตอนมัธยมเธอเป็นนักเรียนดีเด่นระดับเหรียญทอง จบการศึกษาจากโรงเรียนในเซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก จากนั้นจึงได้มาเรียนต่อทางด้านการแสดงในมอสโคว์ เป็นนักเรียนคนโปรดคนหนึ่งของ ฟีดอร์ ฟีโดโรวิช (Федор Федорович Комиссаржевский,Fedor Fedorovich Komissarzhevsky) แต่ว่าในใจของ อินดรา เดวิ กลับมี "อินเดีย" ซ่อนอยู่ ว่ากันว่าเธอหลงรักประเทศอินเดีย ตอนอายุได้ 15 ปี เมื่อหนังสือเล่มหนึ่งบังเอิญหล่นมาใส่เธอ หนังสือชื่อว่า "Fourteen lessons on yaga philosophy and oriental occultism" ซึ่งเขียนโดย โยคี รามาชราก้า (Yogi Ramacharaka) หนังสื่อเล่มเดียวกำหนดชะตาชีวิตเธอตลอดอายุขัย โยคะ และ อินเดีย กลายเป้นจังหวะเต้นเข้าเต้นออกในหัวใจเธอ อย่างไรก็ตามเธอยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าที่จะสานความฝันให้กลายเป็นจริง

ช่วงการปฏิวัติของพวกบอลเชวิค ในปี 1917 ทำให้ครอบครัวปีเตอร์สัน ต้องอพยพหนีออกจากประเทศ หลายคนในครอบครัวเสียชีวิตลง ยูจีน และแม่ของเธอ ต้องหนีมายังแลตเวีย และพอธันวาคม 1920 ก็หนีมายังโปแลนด์ และปีต่อมาก็ย้ายมายังเบอร์ลิน
ในเยอรมันเธอทำงานเป็นนักแสดงในโรงละครของรัสเซียในเซาท์เทรินเจมส์ (Southern James) ที่เยอรมันนักแสดงตัวน้อยประสบความสำเร็จอย่างมาก เธอมีแฟนประจำหลายคน และมีบางคนขอเธอแต่งงาน แต่ว่าตัวเธอเองตัั้งเงื่อนไขว่าจะต้องแต่งงานกับคนที่มีความฝันที่จะไปอินเดียอยู่ด้วย 
17 พฤศจิกายน ปี 1927 อินดรา เดินทางไปประเทศอินเดียครั้งแรก เธอตั้งใจว่าจะเดินทางตั้งแต่เหนือจรดใต้ของอินดีย แรกๆ เธอรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องแต่งกายด้วยชุดสาหรี การนั่งบนพื้นและการกินอาหารด้วยมือ โดยไม่มีช้อนและส้อม แต่ไม่นานเธอก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมนี้ได้

ที่อินเดีย เธอสมัครเข้าเรียนการเต้นลำในโรงเรียนการเต้นที่มีชื่อแห่งหนึ่ง ชื่อ อินอัคไชเรมรา ( Inakshirame Rau) แต่ว่าไม่นานเธอก็เรียนจบ อาจารย์สอนเต้นบอกว่าเธอมีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว 

วันหนึ่งในเมืองอัคยา เชนยู (Adyar Zhenyu) อินดราได้พบกับผู้กำกับภาพยนต์ ภัควาติ มิชรา (Bhagwati Mishra) เธอถูกชวนให้แสดงในภาพยนต์เรื่อง อาหรับราตรี  (Arabian Knight) และหนังเรื่องนี้เข้าฉายรอบปฐมทัศน์ในมกราคม ปี 1930  อินดรา เธอจึงมีชื่อเสียงในฐานะดารา แต่ว่าภาพยนต์อินเดียเรื่องนี้เองที่เปลี่ยนชื่อเธอจาก ยูจีน ปีเตอร์สัน ลาบินสกี ไปเป้น อินดรา เดวี (Indra Devi)  เธอบอกว่าผู้กำกับแค่ให้รายชื่อเธอมาชุดหนึ่งแล้วก็ให้เธอเลือก เธอแค่ชี้นิวลงไปที่กระดาษแผ่นหนึ่ง แล้วเธอก็กลายเป็น "เทพีแห่งท้องฟ้า" ตามความหมายของชื่อเธอในซึ่งเป้นภาษาสันสฤษติ
อินดรา เดวี กลายเป็นดารามมีชื่่อเสียงในประเทศอินเดีย และมีเพื่อนที่เป็นบุคคลสำคัญของอินเดียหลายคน อย่างเนห์รู (Pandit Nehru) คานธี (Gandhi) และ รพินฐนาฏ ฐากูล (Rabindranath Tagore) 
และหลังจากมีชื่อเสียงในอินเดียเธอจึงได้รับเชิญให้ไปงานเลี้ยงทูตในบอมเบย์ และได้มีโอกาสพบกับ แจน สตรากาติ (Jan Strakati) ทูตของเชคโกสโลวาเกีย ซึ่งได้กลายมาเป็นสามีของเธอ
อินดรา เดวี เริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคหัวใจหลังจากแต่งงานในอินเดีย หลังจากที่ทดลองรักษาด้วยแพทย์แผนตะวันตกในตอนนั้นแล้วแต่ไม่ได้ผล สามีเธอพาเธอกลับไปยังยุโรปเพื่อรักษา อินดรา ได้พบกับนักเรียนแพทย์คนหนึ่ง ในปราก ชื่อ ริฟก้า (Ripka) ที่ถามเธอว่าในเมื่อเธอได้เรียนวิชาโยคะมาบ้างแล้ว ทำไมเธอถึงไม่ลองตามวิธีรักษาอาการป่วยของเธอจากโยคีดูบ้างหล่ะ ?  
เธอจึงเดินทางมายังอินเดียอีก และถามหา ศรี กฤษณะมชายา (Sri Krishnamacharya) ที่ช่วยสอนให้เธอใช้โยคะในการบำบัดและดูและสุขภาพ โดยตอนแรกเธอถูกปฏิเสธเพราะว่าโยคะจะสอนเฉพาะในหมู่เพศชาย และโดยเฉพาะเธอเป็นชาวต่างชาติ แต่ต่อมาด้วยความเมตตา เธอจึงได้รับการแนะนำให้งดอาหารที่ "ตาย" อย่างเนื้อสัตว์ทุกชนิด และต้องงดน้ำตาล แป้ง ข้าว ผักที่ได้จากพืชที่ปลูกในดิน อย่างมัน กระเทียม จะอนุญาตให้กินได้แต่ผักจากพืชที่ได้รับแสงอาทิตย์เท่านั้น ต้องนอนหลังจากสามทุ่มและต้องตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น นี้เป็นขั้นพื้นฐาน จากนั้นถ้าปฏิบัติได้ดังนี้แล้วจึงเริ่มการควบคุมการหายใจ

ต่อมา แจน  สามีของเธอต้องย้ายจากอินเดียไปอยู่ยังประเทศจีน ในเซียงไฮ้ อินดรา เดวี เลยไปเปิดโรงเรียนสอนโยคะ (Sri Krishnamacharya) เมื่อกุมภาพันธ์ปี 1939 นับเป็นโรงเรียนสอนโยคะแห่งแรกในประเทศจีน

ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง (1945s) เธอได้ย้ายกลับมายังอินเดีย เพื่อสอนโยคะในแถบหิมาลายา โดยใช้พระราชวังในหุบเขาของ กษัตริย์เตเรีย (Maharajah of Theria) ที่นี่เธอได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับโยคะ เล่มแรกชื่อ "Yoga, the are of arriving at heath and happiness" ออกตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1946 ไม่นานพอโรงเรียนของเธอเปิด เธอก็กลายเป็นผู้หญิงจากชาติตตะวันตกคนแรกที่สอนโยคะในประเทศอินเดีย

ปลายปี 1946 สามีของเธอเสียชีวิตลง เธอจึงถูกเรียกตัวไปยังเซียงไฮ้ เพื่อจัดการกับมรดก สามีเธอเสียชีวิตระหว่างกลับไปยังยุโรป แต่ว่าหลังจากภาระกิจเรียบร้อย นางกลับไม่ได้เดินทางกลับไปอินเดียอย่างที่วางแผนการไว้ เธอเดินทางท่องไปจนถึงแคลิฟอร์เนีย เธอเหยียบแคลิฟอร์เนียในเดือนมกราคม 1947

ไม่นานเธอก็เปิดโรงเรียนการสอนโยคะในฮอลีวูด มีนักแสดงมีชื่อเสียงหลายคนเป็นลูกศิษย์ อย่าง เจนิเฟอร์ โจน(Jennifer Jones),กรีต้า กาโบ (Greta Garbo) และเธอได้เขียนหนังสือ "ํYoga for Americans" ออกมา และมีอีกสองเรื่อง คือ "Forever young,forever healthy" และ "Renew your life by practicing yoga" ที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Prentice Hall จากนิวยอร์คกลายเป็นหนังสือขายดีทั่วโลก ถูกแปลกว่า 10 ภาษา

ในปี 1953 เธอแต่งงานอีกครั้งกับ ดร.ซกฟริด คนัวเออร์ (Dr.Sigfid Knauer) ซึ่งเป็นแพทย์ ซึ่งเขาก็ออกรายการโทรทัศน์และวิทยุอยู่ในสหรัฐและเม็กซิโกเป็นประจำ เขาได้ช่วยเผยแพร่โยคะไปทั่วกว่าเดิม ตอนนี้เอง อินดรา เดวิ ได้กลายมาเป็นชื่อทางการของเธอ เมื่อเธอขอสัญชาติอเมริกัน และได้ใช้ชื่อนี้ในเอกสาร

ปี 1960 เธอกลายเป็นข่าวดังบนหน้าหนังสือพิพม์ทั่วโลก เมื่อพระราชวังเครมลินถูกเปิดให้กลายเป็นโรงเรียนสอนโยคะให้กับเจ้าหน้าที่ของโซเวียต เพืื่อฉลองและยกเลิกการห้ามศึกษาโยคะในโซเวียต ไม่เฉพาะโซเวียต ตลอดยุโรป มองโยคะเหมือนเป็นศาสนาของชาวเอเชีย หรือมนต์ดำ ที่มีการท่องคาถาระหว่างการร่ายรำ การทำท่าทางคล้ายสัตว์ โดยเฉพาะงู เธอจากโซเวียตไปโดยทิ้งความสับสนให้กับทางการรัสเซีย 

ปีถัดมาเธอได้เปิดโรงเรียนสอนโยคะในเม็กซิโกด้วย โดยได้ซื้ออาหารหลังหนึ่งใกล้พรหมแดนแคลิฟอร์เนีย ในเมืองเตเคต์ (Tecate )ของเม็กซิโก สำหรับการสอน แต่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเม็กซิโก เธอยังคงเดินทางไปเทียวและเผยแพร่และศีกษาโยคะและแนวความคิดเกี่ยวกับจิตและมนุษย์อยู่เสมอ เธอกลับไปอินเดียกว่า 24 ครั้ง และได้พบกับ Sathya Sai Baba ในปี 1966 ซึ่งตอนนั้นคนหลายล้านคนในอินเดียเชื่อกันว่าเป็นอวตารของพระเป็นเจ้า เขาอาศัยอยู่ในรัฐอัสสัม 
ปี 1977 ดร.ซิกฟริด มีอาการป่วยหนักมาก พวกเขาจึงย้ายบ้านมายังอัสสัม ใกล้กับบ้านของ สาถยะ ไส บาบา และปีเดียวกันนี้ รัฐบาลของซัลวาดอร์ (Salvador) ได้เชิญ อินดรา ให้ไปเปิดสอนโยคะในประเทศด้วย

ปี 1982 อินดรา เดินทางไปยังอาเจนติน่า ครั้งแรก ประเทศในอเมริกาใต้ที่ดูจะคล้ายุโรปมากที่สุด และการเต้นรำ แท็งโก้ และ คาดิลเลร่า ก็เป็นกำแพงเธอจะต้องข้ามไปเพื่อเผยแพร่โยคะ แต่ว่าเมื่อเธอปรากฏตัวในโทรทัศน์ว่ากันว่าเธอชนะใจอาเจนติน่าแม้แค่ครั้งแรกที่พบกัน 
สามปีต่อมาในปี 1985 หลังจาก ดร.ซิกฟริด เสียชีวิตลง ที่อาเจนติน่า กลายบ้านหลังสุดท้ายของเธอ ถาวร  ใจกลางนครบูโนส์ ไอเรส เธอย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่แม้ว่าเพื่อนๆ และนักเรียนจะทัดทาน และแม้วัยจะร่วงเข้า 86 ปีแล้ว เธอยังคงเปิดสอนโยคะและเดินทางไปยังหลายเมืองในประเทศ และในต่างประเทศอย่าง บราซิล อุรุกวัย ชิลี เม็กซิโก เพื่อสอนศาสตร์ที่เธอได้ศึกษามาตลอดชีวิต

ปี 1990 เธอเดินทางไปยังโซเวียตเป็นครั้งที่สอง ในวัย 91 เธอได้กลับไปยังบ้านเกิดในริก่า อีกครั้งหนึ่ง และยังที่เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ตอนที่เธอมาถึงครั้งที่ โยคะได้รับการรับรองให้ถูกกฏหมายในโซเวียตแล้ว ตั้งแต่ปี 1989 โดยสมาคมวิทยาศาสตร์ของรัสเซียมองมันว่าเป้นการพัฒนาสุขภาพและช่วยพัฒนาตนเองได้ มีการจัดตั้งสมาคมโยคะขึ้นในโซเวียต

ชื่อของเธอถูกเรียกอย่างเคารพว่า Mataji Indra Devi เพราะคำว่า Mataji หมายถึง "แม่" ในภาษาฮินดู 
ตลอดชีวิต เธอผูกพันธ์กับสามประเทศพิเศษของเธอ เธอกล่าว รัสเซีย : ดินแดนที่เธอเกิด อินเดีย : บ้านแห่งจิตวิญญาณของเธอ และ อาร์เจนติน่า : ประเทศที่เธอพบความมิตรและความสุข  แต่ตลอดชีวิตที่เธอทำมาดูเหมือนเธอจะอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ก็ได้ เพียงถ้าเธอได้มีโอกาสที่จะเผยแพร่โยคะ 
"ความตายเหมือนถุงมือที่ถูกถอดออก และชีวิตก็จะเป็นอิสระ" ลมหายใจของเธอค่อยๆ ผ่อนคลาย และช้าลงจนหยุดไป ดวงตาสีฟ้าปิดลง ท่ามกลางคนที่รักเธอรายล้อมมาตาจิ อินดรา เทวี จากไปเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2002 เวลา 2:15 am. เมื่ออายุ 102 ในบูโนส์ ไอเรส เถ้าอัษฐิของเธอถูกนำไปโปรยเหนือเมือง ริโอ เดอ ลา ปลาต้า 
" Do not cry for me , just wacth as the worm is released from her body and heavy crude into a flexible and subtle butterfly , so free and i will be watching them with grace"





Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann