Vandal Civilization

อารยะธรรมแว๊นเดิ้ล เป็นชนเผ่าหนึ่งในเยอรมันตะวันออก ซึ่งปรากฏตัวในอาณาจักรโรมันในศตวรรษที่  5 ซึ่งครั้งหนึ่งพวกวันดาลเคยสร้างอาณาจักรบริเวณตอนเหนือของ

แอฟริกา พวกเขาถูกรู้จักมากที่สุดในเหตุการณ์ปี ค.ศ. 455 ซึ่งชาวแว็นเดิ้ล มีส่วนที่ทำให้อาณาจักรโรมันล่มสลาย ซึ่งเป็นชนเผ่าทีี่มักถูกนักประวัติศาสตร์ตำหนิ คำว่า Vandal,Vandalism ในภาษาอังกฤษ จึงมีความหมายว่า "ผู้ทำลายอารยธรรม" แม้ว่าในยุคนัน้ไม่ใช่เพียงแต่แว๊นเดิ้ลเท่านั้นที่รุกรานโรมัน แต่ยังมีเผ่าอื่นๆ เช่น ไวก้ิง โกท์ธ(Goth) ที่ร่วมกัน
นักประวัติศาสตร์บางท่านชี้ว่าแว๊นเดิ้ลเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรม Przeworsk แต่บางส่วนเชื่อว่าแว๊นเดิ้ลเป็นการผสมกันระหว่างชนเผ่าเยอรมัน(Gernamic)และสลาฟ (Slavic) ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ลูกิ (Lugii ) หรือชาวไลเกียน (Lygians) ก่อนที่จะมาเป็นชาวแว๊นเดิ้ล นักประวัติศาสตร์ ชื่อ จอร์แดน (Jordanes) บอกว่าแว็ลเดิ้ลเป็นชนเผ่าที่พูดภาษา โกธิก (เยอรมันตะวันออก) 
อารยธรรม Przeworsk ซึ่งบ่งชี้จากวิธีในการประกอบพิธีเผาศพ ปรากฏหลักฐานบริเวณเดียวกับที่ชาวโรมันเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ลูกิ จึงเชื่อกันว่า ลูกิ และ แว๊นเดิ้ลหมายถึงคนกลุ่มเดียวกัน ซึ่งแว๊ลเดิ้ล อาศัยอยู่ในบริเวณตะวันออกของเยอรมันโบราณ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในส่วนประเทศโปแลนดื ซึ่งเชื่อว่าพวกเขาย้ายมายังบริเวณดังกล่าวโดยการเดินทางข้ามทะเลบอลติกมาในช่วงศตวรรษที่  2  และตั้งรกรากใน สิเลเซีย (Silesia)
แว๊นเดิ้ล แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ ซิลลินกิ (Silingi) และ ฮาสดินกิ (Hasdingi)
photo from http://en.wikipedia.org/wiki/File:Invasions_of_the_Roman_Empire_1.png

ระหว่างสงครามมาร์โคแมนิค (Marcomanni war) ระหว่างปี 166-180 ปรากฏว่ามีซิลลินกิปรากฏขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว ตามบันทึกของตาคิตุส (Tacitus) และถูกเรียกเป็น Magna Germania  ในศตวรรษที่ 2 กษัตริย์สองคนของฮาสดินกิ ได้แก่ ราอุส และ ราฟท์ ( Raus, Rapt)  ได้นำเผ่าของตนเคลื่อนลงมาทางใต้ และมีการต่อสู้กับอาณาจักรโรมันครั้งแรกบริเวณตอนใต้ของแม่น้ำดานูบ ระหว่างปี ค.ศ. 271 จักรพรรดิของโรมัน อุเรเลียน (Roman Emperor Aurelian) ได้ทำสัญญาสันติภาพกับแว๊นเดิ้ล ทำให้ฮาสดินกิแว๊นเดิ้ล ตั้งถ่ินฐานใน ดาเคีย (Dacia) และ แพนโนเนีย (Pannonia)
แว็นเดิ้ล เกิดปัญหากับเผ่า โกท์ธ ตามบันทึกของจอร์แดน ในช่วงที่โรมันปกครองด้วยจักรพรรดิคอนสแตนติน แว็นเดิ้ลซึ่งตั้งรกรากอยู่บริเวณประเทศโปแลนด์ปัจจุบัน ถูกโจมตีโดยชาวโกท์ธ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของตน ในขณะที่ด้านตะวันตกแว๊นเดิ้ลอยู่ติดกับชาวมาร์โคแมนนิ ด้านเหนือเป้นชาวเฮอแมนดูริ (Hermanduri) ส่วนตอนใต้เป็นของพวกฮิสเตอร์ (Hister)
โกร์ธ นำโดยกษัตริย์ เกเบริค (Geberic) เป็นผู้นำชนเผ่าเข้าโจมตีแว๊นเดิ้ล จนทำให้กษัตริย์แว็นเดิ้ล วิสิมาร์ (Visimar) ถูกสังหาร ชาวแว๊นเดิ้ลจึงต้องหนีภัยสงครามไปยังแพนโนเนีย (Pannonia) ซึ่งจักรพรรคิคอนสแตนติน (ระหว่าง ค.ศ. 300) ได้มอบสิทธิในการอยู่อาศัยให้กับแว๊นเดิ้ลริมฝั่งขวาของแม่น้ำดานูบ ซึ่งแว็นเดิ้ลอาศัยบริเวณดังกล่าวนานกว่า 6 ทศวรรษ
ช่วงเวลาดังกล่าว ฮาสดินกิ แว๊นเดิ้ล ได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ แคธอริกซ์ แต่ก็มีบางส่วนที่นับถือนิกายออโธดอก เช่น สติลิโช (Stilicho) ที่ปรึกษาในจักรพรรดิ โฮโนเรียส (Honorius) ของโรมัน
ปี 400-401 ถูกโจมที่โดยพวกฮัน (Huns)  ทำให้กษัตริย์ โกไดจิเซล (Godigisel) ต้องย้ายมาทางตะวันตกในอาณาเขตของโรมันมากขึ้น พวกเขายึดจังหวัดแรเทีย (Raetia) ของโรมันในฤดูหนาวปี 401
ปี 406 ชาวแว๊นเติ้ลขยายอาณาเขตของตัวเองออกไปจนถึงแถบไรท์ (Rhine,เยอรมัน) แต่ว่าการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างลำบากเพราะได้รับการต่อต้านของพวกแฟรงค์ (Franks)  ซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของโกล (Gaul) โกไดจิเซล เสียชีวิตระหว่างสงคราม แต่ว่าในที่สุดแว๊นเดิ้ลก็ได้รับชัยชนะ วันที่ 31 ธันวาคม 406 แว๊นเดิ้ลเคลื่อนกำลังพลข้ามแม่น้ำไรท์เพื่อไปบุกเมืองโกลได้สำเร็จ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเผ่าอลัน (Alans)
ปี 409 13 ตุลาคม แว็นเดิ้ลเดินทางไปยังคาบสมุทรไอบีเรีย ซึ่งพวกแว็นเดิ้ลได้รับมอบดินแดนมาจากโรมัน โดย ฮาสดินกิ แว็นเดิ้ล ได้อาอาศัยในโฟเดราติ (Foederati) ตอนตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วน ซิลินกิ แว็นเดิ้ล อยู่ในเขตใต้ อิสบาเนีย แบติคา (Hispania Baetica) ส่วนอลันได้ดินแดนตะวันตก ต่อมาชาวอลันถูกรุกรานโดยเผ่าวิซิกอธ์ส (Visigoths) จนกษัตริย์ของอลันชื่อแอตตาส (Attaces) เสียชีวิต ประชาชนอลันที่เหลือจึงได้ไปเข้าร่วมกับแว็ลเดิ้ล โดย กษัติรย์กันเดอริก (Gunderic) ของแว็นเดิ้ลได้สถาปนาตัวเองเป็นกษัตริย์แห่งแว๊นเดิ้ลและอลัน
ปี  429 กษัตริย์ของแว็ลเดิ้นชื่อ เกนเซริก (Genseric) ได้นำชนเผ่าของตนข้ามไปยังแผ่นดินอัฟริกา โดยนักประวัติศาสตร์ถกเกียงกันเรื่องจำนวนประชาชนของแว็ลเดิ้ลในตอนนี้ที่ข้ามไปแอฟริกาว่าเป็นจำนวน 80,000 คน หรือน้อยกว่านั้นราว 15,000-20,000 คน สาเหตุที่พวกแว็นเดิ้ลต้องย้ายมายังอัฟริกา เพราะพวกเขาถูกโจมตีจากกองทัพโรมันในปี 422 และไม่สามารถเจรจาสันติภาพกันได้สำเร็จ พวกแว็ลเดิ้นสามารถยึดเมืองฮิบโปเรเกียส (Hippo Regius) ได้ในปี 430 ซึ่งการรุกรานครั้งนี้เป็นเหตุให้นักบุญออกุสติน (Saint Augustine) เสียชีวิตขณะอายุได้ 75 ปี ในวันที่ 28 สิงหาคม 430 หลังเมืองถูกยีดมานานกว่า  3 เดือน แล้ว ช่วงนี้ได้เกิดความอดอยากและโรคระบาดทั้งในหมู่ชาวแว๊นเดิ้ล และชาววเมือนฮิบโปเรเกียส ซึ่งสงครามทำให้ไม่สามารถทำการเกษตรได้
ปี 435 แว็นเดิ้ลและชาวโรมันสามารถประณีประนอมกันได้ แว๊นเดิ้ลได้รับเมืองนูมิเดีย (Numidia) แต่ว่าไม่กี่ปีต่อมากษัตริย์ เกนเซริก ของแว๊นเดิ้ลก็โจมตีจังหวัด แอฟริกา โปรคอนซุลาริส (Africa Proconsularis) และยึดเมืองคาร์เธก (Carthage) เมืองท่าสำคัญของโรมันในแอฟริกาไว้ได้ โดยชาวเมืองคาร์เธกไม่ได้ลุกขึ้นต่อสู้แต่อย่างใด พวกเขายอมให้แว๊นเดิ้ลเข้าเมืองแต่โดยดี เกนเซริก จึงได้สถาปนาเมืองคาร์เธกนี้เป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรแว็นเดิ้ลและอลัน
จากนั้นเขาได้ขยายอำนาจออกไปโดยโจมตีเกาะหลายเกาะของโรมันในเมดิเตอร์เรเนียน ทั้ง ซิคิลี (Sicity) ซาร์ดิเนีย (Sardinia) คอร์ซิก้า (Corsica) และ บาเลียริค (Balearic)
ฝ่ายโรมันหลังจากพยายามทำศึกกับแว็นเดิ้ลอยู่พักหนึ่ง แต่ในปี 442 ก็สามารถตกลงทำสัญญาสันติภาพกันได้ โดยจักรพรรดิ วาเลนติเนียน ที่ 3 (Valentinian III) แห่งโรมัน ตกลงมอบดินแดน ไบแชคซีน่า (Byzacena) ไตรโปลิททาเนีย (Tripolitania) และบางส่วนของ นูมิเดีย (Numidia) ให้กับแว็ลเดิ้ล
ปี 455 โรมันพยายามทำให้ดินแดนที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจแว็ลเดิ้ล ซึ่งเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์กลับมาอยู่ภายใต้อำนาจตน จักรพรรดิวาเลนติเนียน ที่ 3 ได้เสนอให้ลูกสาวของตน อภิเษกกับโอรสของกษัตริย์เกนเซริก แต่ว่าภายในโรมเองเกิดการแย่งยิงอำนาจกันก่อนที่ข้อเสนอนี้จะสำเร็จลง ลาเลนติเนียน ที่ 3 ถูกสังหารโดย ปีโตรเนียส แมกซิมัส (Petronius Maximus)  จักรพรรดินีไลสิเนีย ยูโดเซีย (Licinia Eudoxia) ได้ร้องขอให้ลูกชายของเกนซิลิก ให้ช่วยเหลือเธอและลูก นั้นทำให้แว็ลเดิ้ลบุกเข้าโจมตีโรม และช่วยจักรพรรดินี ยูโดเซีย และลูกสาว ยูโดเคีย (Euducia) และ ปลาซิเดีย (Placidia) ไปอยู่ในแอฟริกาเหนือ
แต่ว่าการบุกโรมของแว็นเดิ้ล เพื่อช่วยจักพรรดินียูโดเซย ยิ่งทำให้โรมไม่ไว้วางใจแว็นเดิ้ลมาขึ้น และต้องการทำลายอาณาจักรในแอฟริกาแห่งนี้ลงเสีย พอปี 460 จึงเกิดสงครามครั้งแรกเมื่อโรมส่งกองทัพเรือจากทั้งตะวันออกและตะวันตกเข้าโจมจีแว็นเดิ้ล แต่ว่าแว็ลเดิ้ลสามารถทำลายกองเรือตะวันออกของโรมได้ ส่วนกองเรือตะวันตกถูกจับเอาไว้ได้ แว็ลเดิ้ลก็พยายามจะโจมตีโรมกลับ โดยบุกกเมืองเปโลปอนเนส (Peloponnese) แต่ว่าก็เกิดการสูญเสียอย่างหนักเกิดกับทั้งสองฝ่าย 
470 โรมันเปลี่ยนนโยบายอีกครั้ง คราวนี้ไม่ต้องการทำศึกษาแว็นเดิ้ลแล้ว และในปี 476 เกนซิลิก สามารถทำสัญญาสันติภาพกับกรุงคอนสแตนดิโนเบิ้ล (โรมันตะวันออก) ได้ ตั้งแต่นั้นมาสองอาณาจักรก็อยู่ด้วยกันมาอย่างสันติ 
แว็ลเดิ้นสร้างราชอาณาจักรในแอฟริกา ผลิตเหรียญกษาปณ์จากเงินและทองแดง
กษัตริย์ เกนเซริก ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแว็นเดิ้ล มีพระชนพรรษาได้ 88 ปี ก่อนที่พระองค์จะสวรรคต เมื่อวันที่ 25 มกราคม 477
โอรสของเกนเซริก ฮูเนริก (Huneric,477-484) จึงได้ครองราชย์ต่อจากพระบิดา แต่ว่าฮูเนริก ไม่ชื่นชอบแคธอริกและไม่ไว้วางใจคอนสแตนดิโนเบิ้ลเท่าไหร่นัก ชาวคริสต์ในช่วงนี้จึงไม่ค่อยจะมีความสุข
หลักฮูเนริก สวรรคต กันตามุนด์ (Gunthamund,484-496) ซึ่งเป็นพระญาติ ได้รับอำนาจสืบต่อมา เขากลับมาเป็นมิตรกับแคธอริกอีกครั้ง แต่ว่าอำนาจของอาณาจักรแว็นเดิ้ลก็เสื่อมลงมากแล้วตั้งแต่การเสียพระราชาเกนซาริกไป พวกเขาต้องเสียพื้นที่ส่วนใหญ่ในซิคิลิให้กับพวกออสโตรโกท (Ostrogoths) นอกจากนั้นยังปวดหัวกับการแข็งข้อของพวกมัวร์ (Moors) ในพื้นที่ด้วย
จากข้อมูลของสาราณุกรมแคโธริก (Catholic Encyclopedia ของปี 1913) คนที่สืบอำนาจต่อมาของอาณาจักรแว็นเดิ้ล คือ ทราซามุน (Thrasamund, 496-523) ซึ่งเขาครองอาณาจักรโดยการแย่งชิงอำนาจมาอย่างนองเลือด
 ฮิลเดริก (Helderic,523-530)  เป็นกษัตริย์คนต่อมาของแว็นเดิ้ล เขามีนโยบายให้เสรีภาพทางศาสนา สนับสนุนศาสตร์คริสต์นิกาย แคโธริก และไม่ปรารถนาในสงคราม โดยปล่อยให้ส่งครามเป็นหน้าที่ของ เฮาเมอร์ (Hoamer) ซึ่งเป็นญาติกัน แต่ว่า เฮาเมอร์นำทัพแว็นเดิ้ลไปพ่ายแพ้ในส่งครามกับพวกมัวร์ นั้นทำให้ ชาวเอเรียน (Arian) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในราชอาณาจักรลุกฮือ แข็งข้อขึ้น
กษัตริย์ องค์ต่อมา เกลิเมอร์ (Gelimer ,530-533) ได้ยึดอำนาจ และจับ ฮิลเดริก, เฮาเมอร์ ขังคุก ฮิลเดริกถูกประหารชีวิตในปี 533
แต่ที่อาณาจักรไบแซนไทน์ (Byzantine) จักรพรรดิ จัสติเนียน ที่ 1 (Justinian I) ได้ทรงประกาศสงครามกับแว็นเดิ้ล โดยกองทัพของไบแซนไทน์ นำโดย เบลิสซาเลียส (Belisarius) ส่วนทางแว็นเดิ้้ล นำทหารมาโดย ทีซาโซ (Tzazo) น้องชายของเกลิเมอร์ ไบแซนไทน์สามารถบุกมาได้ถึงแค่อีก  10 ไมล์ ก็จะถึงเมืองหลวงคาร์เธทแล้ว แต่ว่าเกลิเมอร์นำทัพออกมาช่วยรบ และสามารถรบชนะได้เรื่อยๆ จนกระทั้งในสมรภูมิ แอด เดสิมัม (Battle of Ad Decimum) เขาทราบว่าน้องชายของเขา แอมมาตัส (Ammatas) และหลานชาย กิบามุนด์ (Gibamund) ถูกสังหารในสนามรบ ทำให้เขาสลดพระทััยยิ่ง จนกระทั้งต้องถอยท่ัพ
เบลิสซาเลียส จีงได้นำกำลังมุ่งหน้าสู่เมืองคาร์เธท คราวนี้เกิดการปะทะกันที่ทริคามารัม (Battle of Tricamarum) ไกลจากคาร์เธท ออกไปอีก 20 ไมล์ ซึ่งแว็นเดิ้ลก็แพ้อีกเช่นเคย ทีซาโซ ถูกสังหาร และไบเซนไทน์ จึงเลือกที่จะมุ่งไปที่เมืองฮิปโป (Hippo) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอาณาจักรก่อน
ปี 534 เกลิเมอร์ยอมแพ้ให้กับโรมัน เป็นการสิ้นสุดราชอาณาจักรของชาวแว็นเดิ้ล 
โรมันได้อาณาจักรตอนเหนือของแอฟริการกลับมาอีกครั้ง ชาวแว็ลเดิ้ลถูกเนรเทศไปยังซาลเด (Saldae) ในอัลจีเรียทางเหนือ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชาวเบอเบอ แต่ก็มีชาวแว็นเดิ้ลบางส่วนที่อาศัยกระจายไปในโรมัน ไบแซนไทน์ และโกธิก รวมถึงตูนิเซีย












Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann