1812 : Third Coalition against France

War of the Third Coalition

Yekaterina Gorokhova
23.08.2010, 14:16
In the series of programs, highlighting the bicentenary of the 1812 Patriotic War, the Voice of Russia will tell you about the third of the seven anti-French coalitions. As we have already mentioned, the situation was rather tense at the turn of the 19th century when France aspired to conquer all the countries of Central and Western Europe, despite fierce opposition from England. The balance of power in Europe at that time was mainly brought about by English-French political and economic rivalry. Entering anti-French coalitions, Russia was also defending its interests in Europe back in those days.



23 เมษายน 1805 รัสเซียและอังกฤษได้ทำสนธิสัญญา เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก (Treaty of St.Petersburg) เพื่อร่วมมือกันต่อต้านฝรั่งเศสอีกครั้ง ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของพันธมิตร ครั้งที่ 3 ซึ่ีงต่อมาออสเตรีย ราชอาณาจักรเนเปิ้ล สวีเดน และโปตุเกส เข้าร่วมด้วย ในขณะที่ฝรั่งเศสได้หันไปจับมือกับสเปน บาวาเรีย และอิตาลี ตอนนั้นโปเลียนกลายเป็นจักรพรรดิไปแล้ว และเขาก็ต้องการที่จะบุกอังกฤษ โดยได้ฉีกสนธิสัญญาสันติภาพเอเมียน (Amiens) ที่ลงนามกันในปี 1802 ระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส กองทัพนโปเลียน 180,000 นาย ได้ถูกวางกำลังไว้ที่ชายฝั่งระหว่างฝรั่งเศสและอังกฤษ ที่บริเวณท่าเรือบัวลอกน์ (Port of Boulogne) เตรียมที่จะบุกอังกฤษ ซึ่งกำลังขนาดนั้นสามารถยึดประเทศอังกฤษได้สบาย ทว่าฝรั่งเศสกลับขาดแคลนทัพเรือที่มีประสิทธิภาพ ที่จะลำเลียงกำลังทั้งหมด ฝรั่งเศสพยายามที่จะไล่อังกฤษไปจากบริเวณช่องแคบอังกฤษ แต่ว่าการรบทางทะเล กองทัพร่วมของฝรั่เศส สเปน นำโดยนายพลปิแอร์ วิลเลนนูฟ์ (Admiral Pierre de Villeneuve) พ่ายให้กับกองเรืออังกฤษระหว่างการรบที่แหลม ฟินิสเตอร์รี (Cape Finisterre) ทำให้ต้องถอยกลับมาที่ท่าคาดิซ (Cadiz) ในสเปน ซึ่งสภายคล้ายกับการถูกล้อมเอาไว้
นายพลปิแอร์ วิลเลนนูฟ์ ได้ข่าวว่านโปเลียนตั้งใจที่จะปลดเขาออกและเปลี่ยนให้นายพลฟานซิส โรซิลี (Francois Rosily) มาแทน , วิลเลนนูฟ์ พยายามเรียกคะแนนให้ตัวเองด้วยการวางกำลังทหารฝรั่งเศสสเปน ไว้ตลอดแนวท่าคาดิซ ไปจนถึงเนเปิ้ล ยอมสละแม้กระทั้งทัพเรือซึ่งเหมือนแผ่นดินสำหรับกองทัพเขา
ตุลาคม 1805 กองเรือฝรั่งเศสต้องเผชิญกับการบุกของกองทัพเรืออังกฤษอีกครั้ง นำโดขนายพล โฮโรติโอ เนลสัน (Admiral Horatio Lord Nelson) ในการต่อสู้ที่ทราฟัลก้าร์ (Trafalgat) ซึ่งครั้งนี้ชัยชนะตกเป็นของอังกฤษ และกองเรืออังกฤษ กลายเป็นกองเรือที่มีอำนาจเหนือฝรั่งเศสในบัดดล เพราะฝรั่งเศสไม่สามารถสร้างทัพเรือขึ้นใหม่ได้ทัน
พันธมิตร ครั้งที่ 3 นี้ ออสเตรียตอ้งการที่จะบุกตอนเหนือของอิตาลีอีก และยังต้องการบุกบาวาเรียด้วย ในขณะที่ทัพนโปเลียนยังคงอยู่ในฝรั่งเศสตอนเหนือ ออสเตรียไม่รอให้กองกำลังของรัสเซีย นำโดย มิคาอิล กุตุซอฟ(Mikhail Kutuzov) และ ฟีโวดอร์ บัซโฮวีเดน (Fvodor Buxhoeveden) มาถึงเสียกอ่น
กองทัพออสเตรียขนาด 72,000 นายภายใต้คำสั่งของบารอน คาร์ล แมก์ (Baron Karl Mack von Leiberich) ก็เริ่มการบุกบาวาเรีย ทำให้ฝรั่งเศสต้องเลื่อนการบุกอังกฤษ และหันไปสร้างแนวรบในด้านเยอรมันแทน
กองทัพฝรั่งเศสออกเดินทางจากค่ายในบัวล๊อกน์ เดินหน้าไปยังบาวาเรีย ซึ่งผลการปะทะกัน กองทัพออสเตรียต้องยอมแพ้ในการรบที่เวิร์ตเตมเบิร์ก (Wurttemberg) และที่ อุล์ม (Ulm) มีกองกำลังหน่วยหนึ่งที่นำโดยนายพลเจเลคิค (General Jelacic) ที่พยายามจะหนีแต่ว่าถูกจับได้ โดยทหารฝรั่งเศสของจอมพลอุเจโร (Marshal Augereau) 
กองทัพของรัสเซียของนายพล กุตุซอฟ ซึ่งขาดแนวร่วม จึงต้องถอยทัพ แต่ก็มีการปะทะเล็กๆ ระหว่าที่พยายามจะไปรวมตัวกับทหารของนายพลบัซโอวีเดน ตอนนั้นนโปเลียนสามารถยึดนควรเวียนนาเอาไว้ได้ โดยที่ไม่มีการต่อต้าน , ทหารออสเตรียที่รอดอยู่ รวมถึงกองกำลังภายใต้ อาร์ซดยุค คาร์ล (Archdukes Karl) และ โจอาน (Johann) ได้ไปรวมตัวกับกองทหารทหารของกุตุซอฟ

การศึกครั้งนี้ อเล็กซานเดอร์ ที่ 1 (Alexander I) แห่งจักรวรรดิรัสเซีย และ ฟรานซ์ ที่ 2 (Franz II) แห่งออสเตรีย เดินทางมายังที่มั่นของกองทหารพันธมิตรปักหลักอยู่ โดยกุตุซอฟ สั่งให้ทหารหยุดถอยและตั้งมันที่นี่
2 ธันวาคม 1805 กองทัพพันธมิตร พ่ายแพ้ในการรบที่ออสเตรียลิท (Battle of Austerlitz) ทำให้สูญเสียครั้งใหญ่ และไม่นานหลังจากนั้น ออสเตรียจึงได้ลงนามสนธิสัญญาสันติภาพกับฝรั่งเศส (Treaty of St. Peterburg) ออสเตรีย เสียดินแดนในครอบครองจำนวนมาก และพันธมิตร ครั้งที่ 3 สิ้นสุดลง









Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann