The Murder of Paul I


The murder of Paul I

Gorokhova Ekaterina
24.03.2011, 12:00
Welcome to our series of programs dedicated to the Patriotic War of 1812. Today marks 210 years since the Emperor of Russia Paul I was murdered. The VOR is going to tell you about this tragic page of Russian history. Paul I was the father of Alexander I, who defeated Napoleon Bonaparte in 1812.Paul I was born on the 10th of October, 1754, in the Palace of Empress Elizabeth in Saint Petersburg. The palace was later demolished and replaced with St. Michael’s Castle, a residence built especially for Paul I. Ironically, that was the place where Paul I was assassinated in 1801.


อีกเรื่องราวหนึ่งเพื่อรำลึกสงครามในปี 1812 , 210 ปี ตั้งแต่จักรพรรดิแห่งรัสเซีย พอล ที่ 1 (Emperor Pual I) ถูกลอบปรงพระชน ซาร์พอล ที่ 1 ทรงเป็นพระบิดาของจักรพรรดิ อเล็กซานเดอร์ ที่ 1 (Alexander I) ผู้ที่พิชิตนโปเลียน ในปี 1812
ซาร์ พอล ที่  1 ทรงประสูติเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 1754 ในพระราชวังของซาร์ดิน่า อลิซาเบธ ในเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ภายหลังพระราชวังถูกรื้อและสร้างเป็นวิหารเซนต์มิคาเอล (St. Michael's Castle) พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับ ซาร์พอล ที่ 1 โดยเฉพาะ และก็เป็นสถานที่ที่พระองค์ถูกสังหารในปี 1801
ทรงเป็นโอรสของซาร์ปีเตอร์ ที่ 3 (Peter III) กับพระนางแคทเธอรีน ที่ 2 (Catherine II) ทรงเติบโตมาโดยขาดความรักและเอาใจใส่ เพราะว่าพระบิดาและพระมารดาทรงสนพระทัยในปัญหาการเมืองมากกว่า อาจารย์คนแรกที่สอนหนังสือให้พระองค์คือ ฟิโอดอร์ บีฟตีฟ (Fyodor Bechteev) นักการทูตซึ่งมีความเข้มงวดและเจ้าระเบียบกับนักเรียนของเขามาก กระนั้น ซาร์พอล ก็ทรงเติบโตมามีอุปนิสัยที่เป็นธรรมชาติน่าหลงไหล
ซาร์พอล ที่ 1 ทรงได้ครองราชย์เมื่อพฤศจิกายน 1796 หลังจากพระมารดาเสียชีวิต และในปีแรกของการเป็นซาร์ , พอลได้ยกเลิกโครงการหลายอย่างที่พระมารดาริเริ่มไว้ ทรงออกกฏหมายให้การสืบราชบังลังค์ให้เป็นของบุตรชายคนโตของกษัตริย์ หรือกรณีกษัตริย์ไม่มีลูก ก็ให้เป็นของพี่ชายคนโตของกษัตริย์ ผู้หญิงไม่ควรจะสืบบังลังค์ยกเว้นในบางกรณี ที่ทรงออกกฏหมายเช่นนี้เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความวุ่นวายในราชสำนัก แต่นี้ก็ยังไม่ช่วยให้พระองค์ปลอดภัยจนกระทั้งถูกปลงพระชนในวันที่ 24 พฤษภาคม 1801
พอลที่ 1 ทรงนำระบบวิทยาลัยกลับมาใช้เพื่อคัดสรรเจ้าหน้าที่ทางการเมือง และพยายามที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศมีเสถียรภาพ ทรงยกเลิกสิทธิพิเศษของเหล่าขุนนางบางประการที่พระมารดาได้ให้เอาไว้ ทรงวางกฏระเบียบใหม่สำหรับการทหารและทรงปลดนายทหารหลายนายที่ไม่ผ่านกฏเกณฑ์นี้ ทรงพยายามที่จะหยุดยังแนวคิดแบบการปฏิวัติฝรั่งเศสที่่กำลังขยายตัวมาในรัสเซีย ซาร์ทรงห้ามการนำเข้าหนังสือที่เกี่ยวข้อง และห้ามไม่ให้เด็กหนุ่มเดินทางออกไปศึกษาในต่างประเทศ นอกจากนั้นยังบังคับให้ปิดไฟตามบ้านเรือนในเวลาที่กำหนด
ด้านนโยบายต่างประเทศไม่ค่อยจะเป็นระบบมากนัก ก่อนที่พระองค์จะเสียชีวิตไม่นาน ทรงประกาศว่าจะร่วมกับนโปเลียนในการบุกอินเดีย ทรงทรงทหาร 22,500 นาย จากกองทหารแห่นดอน (Army of Don) ไปยังเอเชียกลาง นายทหารเหล่านั้นยึดคีวา (Khiva) และ บุคารา (ฺBukhara) เอาไว้ได้ ปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบุกอินเดีย แม้ว่านายทหารส่วนใหญ่ต้องการเดินทางผ่านอิหร่านมากกว่า แต่ว่าไม่นานหลังจากอเล็กซานเดอร์ ที่  1 ครองราชย์ ก็สั่งให้มีการยกเลิกปฏิบัติการเสีย
ชาวรัสเซียส่วนใหญ่ไม่ชอบนโยบายของพอล เพราะว่าการปฏิรูปของพระองค์ทำให้มีการเผชิญหน้ากับนายทหาร นั้นทำให้พระองค์ถูกลอบปลงพระชนษ์ ทรงถูกสังหารในขณะที่อยู่ในห้องนอน โดยกลุ่มของเจ้าหน้าที่ที่ไม่พอใจพระองค์ เช่น นิกิต้า ปานิน (Nikita Panin) ปีเตอร์-ลูดวิก ปาห์เลน (Peter-Ludwig Pahlen) นิโคลัย เดเปรราโดวิช (Nikolai Depreradovich) ฟิโดดอร์ อุวารอฟ (Fyodor Uvarov) ปีเตอร์ ตาลิซิน (Pyotr Talyzin) และ เลออนตี เบนนิงเซน (Leonty Benningsen)
เล่ากันว่า นิกิต้า ซุบอฟ (Nikita Zubov) ลูกเลี้ยงของนายพล อเล็กซานเดอร์ ซุโวรอฟ (Alexander Suvorov) พระเจ้าซาร์พอลทรงถูกตีด้วยหีบทองคำที่ขมับ  และก็ถูกบีบคอจนสิ้นพระทัย 
แต่ก็ยังเล่ากันอีกด้วยว่า พระองค์ทรงเห็นว่าลูกชายของพระองค์เอง ชื่อคอนสแตนติน (Konstantin) เป็นหนึ่งในผู้ร่วมสังหารด้วย ทรงรับสั่งสุดท้ายออกมาว่า "เจ้าด้วยหรือ ? เมตตาข้าเธอ ,ฉันต้องการหายใจ"







Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann