Mikhail Lomonosov

wikipedia.org
มิคาอิล วาสิลเยวิช โลโมโนสอฟ (Михаил Васильевич Ломоносов)
นักวิทยาศาสตร์ครอบจักรวาลคนแรกของรัสเซีย เกิดเมื่อ 19 พฤศจิกายน 1711 ( 8  พฤษศจิกายน ตามปฏิทินปัจจุบัน) 
ในหมู่บ้านมิชานินส์ก (Mishaninsk) เขตอาร์คแองเจิ้ล ภายหลังหมู่บ้านนี้รวมเข้ากับหมู่บ้านเนดิสอฟก้า (Denisovka) และก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นหมู่บ้านโลโมโนสอฟ เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา
 ในสมัยนั้นเป็นดินแดนที่ห่างไกลจะจากคววามวุ่นวายของรัสเซียส่วนใหญ๋ ดินแดนนี้ไม่เคยถูกพวกตาตาร์บุก ไม่เคยมีระบบทาส การเดินทางระหว่างที่นี้กับส่วนอื่นของรัสเซียเป็นไปไม่ได้เลยในช่วงฤดูหนาว
 พ่อของเขา วาสิลี โลโมโนสอฟ (Vasily Dorofeyevich Lomonosov) เป็นชาวประมง ก่อนที่จะกลายมาเป็นเจ้าของเรือขนสินค้า
แม่ของเขาชื่อ อลิน่า สิฟโกว่า (Elena Ivanovna Sivkova) เธอเป็นภรรยาตนแรกของวาสิลี แต่เธอเสียชีวิตตอนโลโมโนสอฟ อายุได้ 9 ขวบ
หลังจากนั้นวาสิลีได้แต่งงานใหม่อีกสองหน ภรรยาคนที่สองธีโอโดร่า (Theodora Mikhailovna Uskov)ของวาสิลีเสียชีวิตในปี 1724  ทำให้ในปีเดียวกันนั้นเองวาสิลีได้แต่งงานใหม่กับหญิงม่าย อิลิน่า (Irna Semyonovna) 
ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างอิลิน่ากับโลโมโนสอฟ เป็นไปอย่างไม่ดีเอาเสียเลย แม่เลี้ยงมักจะว่าเขาเป้นเด็กขี้เกียจเอาแต่อ่านหนังสือ แต่โลโมโนสอฟ บอกภายหลังว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องอ่านเขียนเท่าที่โอกาสจะอำนวย ทั้งที่รู้สึกหว้าเหว หนาวและก็หิวด้วย
1721-1723 เขาหัดเรียนการเขียน จากเพื่อนบ้านของเขา ที่ชื่อ อิวาน ชับนียี (Ivan Subnyi) และ Semyon Sabelnikov   เขาเริ่มทำงานกับพ่อในธุรกิจการส่งสินค้า ตั้งแต่อายุ 10 ปี โดยใช้เวลาในช่วงนี้เดินทางตระเวรจากท่าเรือหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่งในส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตทะเลขาว แต่ว่ามีบ้างที่ต้องออกไปยังทะเลอาร์กติก นั้นทำให้โลโมโนซอฟได้เรียนรู้การเดินเรือ การดูดาวเพื่อบอกเส้นทาง ดาราศาสตร์ รวมถึงการเรียนดำน้ำเพื่อเก็บหอยมุก 
เพื่อนบ้ายของเขาให้หนังสือตำราเรียนที่เขาได้รับมาในตอนนั้น
ไวยกรณ์“Grammar” โดย Smotritsky, 
การคำนวณ “Arithmetics” โดย Magnitsky 
 “Rhyme Psalm-book” โดย Semeon Polotsky
1730 ตอนอายุได้ 19 ปี เขาต้องการจะหนีจากแม่เลี้ยง และต้องการศึกษาต่อด้วยจึงได้เดินทางมายังมอสโคว์ แต่ว่าพ่อของเขาไม่เห็นด้วย พ่อต้องการให้เขาแต่งงาน เขาแกล้งป่วยเพื่อให้การแต่งงานเลื่อนออกไป จากนั้นก็หนีออกจากบ้าน  เขาออกเดินทางจากเมืองโคลโมโกรี ในวันที่  9 ธันวาคม โดยร่วมเดินทางกับกองคาราวานซึ่งจะขนปลามาขายที่มอสโคว์  เขามาพร้อมด้วยเสื้อผ้าเพียงสองชุด และหนังสือ 2 เล่ม คือ ไวยกรณ์และการคำนวณ
ในต้นเดือนมกราคม 1731 เขาสมัครเข้าเรียนที่สถาบันภาษาสลาฟ กรีก และลาติน ( Slavo-Greco-Latin Academy) ในวันที่ 15 มกราคม โดยอ้างว่าตัวเองเป็นลูกชายของนักบวช ซึ่งภายหลังถูกจับได้จนเกือบจะถูกไล่ออก
1734 เขาถูกส่งตัวมายังเคียฟ และเข้าเรียนที่ Kyiv Mohyla Academy แต่ว่าอยู่ได้ไม่กี่เดือนเขารู้สึกไม่ชอบการศึกษาของที่นี้ จึงเดินทางกลับมอสโคว์เพื่อศึกษาในหลักสูตรเดิมจนจบ โดยได้อันดับหนึ่งของชั้น นั้นทำให้เขาได้รับทุนไปเรียนต่อที่เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก
1735-1736 เข้าเรียนที่ Russian Imperial Academy of Science ในเซนต์ปีเดอร์เบิร์ก 
แต่เพราะสถาบันขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ที่รู้เรื่องการสำรวจแร่ RIAS จึงได้ส่งให้ทุนนักศึกษาไปเรียนต่อที่เยอรมัน โลโมโนสอฟได้รับเลือกโดยที่เขาไม่รู้ภาษาเยอรมันเลย
เขาได้รับทุนให้ไปเรียนที่มหาวิทยาลับมาร์เบิร์ก (University of Marburg) ในเยอรมัน ตอนนั้นเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของยุโรป โลโมโนสอฟ ได้เป็นนักเรียนของ คริสเตียน โวล์ฟฟ (Chirstian Wolff) ซึ่งเป็นทั้งนักปรัญชาและนักวิทยาศาสตร์  ที่นี่เขาหัดภาษาเยอรมันได้อย่างรวดเร็ว ได้เรียนวิชาเคมี  รวมถึงปรัญชา วรรณกรรม นอกจากนั้นเขายังได้ค้นพบผลงานที่สาบสูยไปของโรเบิร์ต บอยล์ (Robert Boyle) นักทฤษฏีและปรัญชาคนสำคัญของอังกฤษ
1739 เขาย้ายจากมาร์เบิร์ก ไปยังฟรายเบิร์ก (Freiburg) ในตอนแรกตั้งใจว่าจะไปเรียนด้านเหมืองแร่กับ ศจ. เฮนค์เกิ้ล (Henckel) ซึ่งมีชื่อเสียง แต่ว่าเขากับเปลี่ยไปสนใจด้านวรรณกรรม และการเขียนบทกลอน
1740 กลับมาเรียนที่มาร์เบิร์ก และได้แต่งงานกับอลิซาเบธ ซิลช์ ( Elizabeta Kristina  Zilch) ในวันที่ 26 พฤษภาคม  เธอเป็นลูกสาวของแคธารินา (Catharina Zilch) ภรรยาม่ายของผู้ว่าการเมืองมาร์เบิร์ก
โลโมโนสอฟแต่งงานกันก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่งในกุมภาพันธ์ 1939  และเขามีลูกสาวชื่อ แคทเธอรีน(Catherine) เกิดเมื่อ 8 พฤศจิกายน 1739 
 แต่ว่าการแต่งงานของทั้งคู่นี้เป็นไปอย่างลับๆ เพราะว่าเขากลัวว่าทางสถาบันในรัสเซียจะไม่ยอมรับการแต่งงานกับชาวต่างชาติ เขาปิดบังไว้จนปี 1743 ประมาณพฤศจิกายน  อลิซาเบธ และลูกสาว ถึงได้เดินทางไปอยู่กับเขาในรัสเซีย แต่ว่าลูกสาวของเขาก็เสียชีวิตในปีนี้
เขามีบุตรคนที่สาม เป็นลูกสาวเกิดในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1749 ชื่อ อลิน่า (Elena M. Lomonosov,1749-1772)
ลูกชาของโลโมโนซอฟ เกิดในเยอรมัน วันี่ 22  ธันวาคม 1741 ชื่อ อิวาน (Ivan) แต่ว่าเสียชีวิตในปีต่อมา
1741 เขาเดินทางกลับมายังรัสเซีย ถึงในวันที่  8 มิถุนายน และในปีต่อมาได้รับตำแหน่งผู้ช่วยในภาควิชาฟิสิกข์  เขาได้เสนอให้มีการสร้างห้องทดลองเคมีแห่งแรกในรัสเซีย แต่ว่ามันไม่ได้รับการตอบรับจนกระทั้งปี 1745
1743 , พฤษภาคม  ถูกจับในข้อหาที่เขาหม่ิ่นประมาทบุคคลหลายคนในสถาบัน เขาถูกกักบริเวณในบ้านเป็นเวลา 8 เดือน เขาเขียนจดหมายถึงจักรพรรดินี อลิซเบธ (Empress Elizabeth) สองหน จนได้รับพระราชทานอภัยโทษในเดือนมกราคม 1744
1745 เขาได้เป็นสมาชิกอย่างเต็มตัวของ RIAS และได้เป็นศาสตรจารย์ในด้านเคมี
1748 การก่อสร้างห้องแล็ปเคมีสำเร็จ , เขาเขียนหนังสือ "Short Guide to Rhetoric"
1750 จักรพรรดินี อลิซาเบธ ได้สั่่งให้เขาเขียนบทละครเวทีโศกนาฏกรรมเรื่อง “Tamira and Selim” และเรื่อง “Demofont” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก
1755 มหาวิทยาลัยมอสโคว์ ก่อตั้งขึ้น ภายใต้การริเริ่มของ โลโมโนสอฟ และ (Elizabeth Ivan Shuvalov) กลายเป็นมหาวิทยาลัยแถวหน้าของโลกที่รัสเซียภาคภูมิใจมากทุกวันนี้ และชื่อมหาวิทยาลัยก็ยังมีชื่อโลโมโนสอฟ อยู่ M.V. Lomonosov Moscow State University (เปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้ตั้งแต่ 1940)
1756 เขาทำการเลียนแบบการทดลองของโรเบิร์ต บอยล์  ที่บอกว่ามวลของโลหะจะเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับความร้อน (ทฤษฏี Phlogiston) เขาเขียนลงในสมุดบันทึกว่าทฤษฏีนี้ผิด 
26 พฤษภาคม 1761 ระหว่างที่กำลังสังเกตุดาวศุกร์ เคลื่อนที่ผ่านดวงอาทิตย์ โลโมโนสอฟ ตั้งสมมุติฐานเป็นคนแรกว่าดาวศุกร์น่าจะมีชั้นบรรยากาศอยู่
1762 เขาพัฒนากล้องโทรทัศน์แบบสะท้อนแสงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยได้แสดงในที่ประชุมของ RAS กล้องชนิดใหม่นี้ทำให้สามารถผู้สังเกตุมองภาพในกระจกสะท้อนได้ 
1763 เป็นสมาชิกกิตติมาศักดิ์ของสถาบันศิลปะ วันที่ 10 ตุลาคม จากผลงานเรื่องโมเสค
เขาบอกว่า "ความร้อน" มีสาเหตุจาก "การเคลื่อนไหว" (heat as for of motion)
เขาริเริ่มทฤษฏีเกี่ยวกับ ทฤษฏีคลี่นแสง (wave theory of light)
เป็นผู้เริ่มทฤษฏีจลน์ของก๊าซ (kinetic theory of gases)
เขาเป็นคนค้นพบว่า ปรอทแข็งตัวได้ (freezing of mercury)
เขาเชื่อว่าธรรมชาติมีพัมนาการอยู่ตลอดและวัวัฒนาการไปเรื่อยๆ (evolution of nature)
เขาอธิบายว่า "อินทรีย์สาร" นั้นมาจาก ดิน,ไม้,ถ่านหิน,ปิโตรเลียม,และสีเหลือ (organic origin of soil,peat,coal,petroleum and amber) เขายังเป็นรวบรวมแร่กว่า 3,000 ตัวอย่างและเป็นผู้อธิบายการเกิดภูเขาน้ำแข็ง
เขาเป็นผู้ทำนายว่าที่ขัวโลกใต้จะมีแผ่นดินทวีป (แอนตาร์ติกก้า ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการค้นพบ) โดยอธิบายว่าภูเขาน้ำแข็งควรจะต้องเกิดบนแผ่นดินที่แห้งแล้งและปกคลุมด้วยนำ้แข็ง
เขาประดิษฐ์เครื่องมือในการคำนวณทิศทางและระยะในการเดินเรือให้ง่ายขึ้น
เขาเป็นผู้ค้นพบ รื้อฟื้นวิธีการทำโมเสคในสมัยโบราณขึ้นมาใหม่ เขาเขียนจดหมายถึงออยเลอร์ (Leonard Euler) ในปี 1754 ว่าประสบความสำเร็จในการหาแร่และสารเคมีีที่ใช้ผลิตโมเสคได้สำเร็จ เขาสร้างโรงงานทำกระจกขึ้นในปี 1763 เพื่อผลิตโมเสค มีงาน 40 ชิ้นที่ส่งมาให้เขา และมันหลงเหลือจนปัจจุบัน 24 ชิ้น
นอกจากด้านวิทยาศาสตร์แล้วเขาเป็นเจ้าของหนังสือประวัติศาสตร์ โครง บทกวีอีกหลายสิบชิ้น
บทกวี  “Evening Meditation on God’s Grandeur” 
เป็นผู้ปรับปรุงภาษารัสเซีย
1765 มิคาอิล โลโมโนสอฟ ล้มป่วยด้วยไข้หวัด ทำให้ติดเชื้อนิวโมเนียจนกระทั้งถึงแกความตายที่บ้านของเขา ในวันที่  4 เมษายน ร่างเขาถูกประกอบพิธีอีกสี่วันต่อมาที่สุสานลาซาเลฟ (Lazarev cemetery) ในวิหารหลวงอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี (Alexander Nevsky monastery) ในนครเซนต์ปีเดอร์เบิร์ก 
จักรพรรดินี อลิซาเบธ ที่ 2 ทรงพระราชานเพลิงศพให้แก่เขาด้วย และพระองค์ก็ได้เก็บเอาผลงานเขียนทั้งหมดของเขาไป




Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Kurt Lewin