Olga Bergholz

wikipedia.org
in 1930
โอลก้า เบิร์กฮอลช์ (Ольга Фёдоровна Берггольц) 
เธออ่านบทกวีที่เธอเขียนเอง ผ่านวิทยุในช่วงสงครามโลกเสียงของเธอช่วยต่อความหวังให้กับประชาชนในยามสงคราม
เธอเกิดในเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เมื่อ 3 พฤษภาคม 1910 ตอนที่ยังคเป็นจักรวรรดิรัสเซีย ในครอบครัวของแพทย์ ชานเมืองเนฟสกอน ซาสตาฟ ( Невской заставы) 

ปี 1918-1920 ครอบครัวของเธอย้ายไปอยู่ที่ยูกลิช ( Угличе,Uglish)
1925 เธอมีบทกวีชื่อ Pioneer (Пионерам) เขียนลงในหนังสือพิมพ์ Lenin Spark (Ленинские искры)
มีเรื่องแต่งชื่อเรื่อง The Hunted trail (Заколдованная тропинка) พิมพ์ลงในแมกกาซีน Red Tie( Красный галстук)
 โอลก้้าร่วมกับกลุ่มสหภาพนักเขียนรุ่นเยาวชนที่มีชื่อกลุ่มว่า The Shift ทำให้เธอได้รู้จักกับ Boris Kornilov คนที่เธอแต่งงานด้วยในปีถัดมา
ปี 1926 ไม่นานหลังจากแต่งงานเธอก็ให้กำเนิดลูกสาว ชื่อ อิริน่า (Irina)
โอลก้าและบอริส สมัตรเข้าเข้าเรียนที่โรงเรียนศิลปะชั้นสูง แต่ไม่นานบอริสก็ลาออก ส่วนโอก้าโอลก้าเธอเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเลนินการ์ด ในสาขาจิตวิทยา ปีสุดท้ายที่ต้องถูกส่งไปฝึกภาคสนาม เธอถูกส่งไปที่ Vladikavkaz ทำงานให้กับหนังสือพิมพ์ The Power of Labor (Власть труда)  ช่วงนั้นต้องเขียนข่าวเกี่ยวกับการพัฒนเศรษฐกิจและการสนับสนุนการก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้ากิเซลดอนสกอย (Гизельдонской ГЭС,Gizeldonskoy)
จนกระทั้งเรียนจบในปี 1930 เธอถูกส่งไปยังคาซัคสถาน และทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ให้กับหนังสือพิมพ์โซเวียตสเตปป์ (Советская степь,Sovite Steppe) ช่วงเวลานี้เธอได้หย่าขาดกับบอริส และแต่งงานใหม่กับนิโคไล มอลชานอฟ (Mikhail Molchanov)
เธอเดินทางกลับมายังเลนินกราด ในปี 1931 และทำงานให้หนังสือพิมพ์ของโรงงานไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ช่วงเวลา 1931-1934 ที่ทำงานอยู่ที่เธอเธอมีผลงานเขียนออกมาจำนวนมาก อย่าง 
1932-The Out-of-The-way palace ( ) , Night (1935)
1935- Night
1934- Journalists
1935- Grains
1934- Berggolts as Poems
1932- Uglich
ลูกสาวของเธอสอคน คือ อริน่า(Irina)  ทีเกิดกับบอริส และ มาย่า (Maya) ซึ่งเป็นลูกกับสามีคนที่สองนิโคไล เสียชีวิตลงในช่วง 1930s  นี้ ตอนนั้นอริน่าอายุได้ 8 ขวบ ส่วนมาย่าแค่ 11 เดือน แต่เป็นช่วงเวลาก่อนที่เธอจะถูก NVKD (องค์กรก่อนที่จะเป็น KGB) จับตัวไป
13 ธันวาคม 1938 เธอพร้อมด้วย บอริส ถูกจับในข้อหา มีส่วนเกี่ยวพันธ์กับพวกศัตรูของประชาชนและต่อต้านการปฏิวัต เธอถูกนำตัวไปยังเรือนจำ ทรมานเป็นเวลากว่า 7 เดือน ตอนที่ถูกจับนี้เธอได้ตั้งครรถ์ลูกคนที่สามแล้ว ,   บอริส กอร์นิลอฟ ถูกยิงเป้าในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ แต่โอลก้าโชคดีกว่า เธอได้รับการปล่อยตัวออกมาในวันที่ 3 กรกฏาคม 1939 โดยที่ได้ลบล้างความผิดทั้งหมด
แม้ว่าจะถูกทรมานอย่างแสนสาหัสตลอดเวลาที่ถูกคุกขัง แต่ว่าโอก้าเองไม่ได้หมดศรัทธาในอุดมการณ์ของคอมมิวนิสต์ โอลก้าบอกว่า "มันเป็นความผิดผลาดเกี่ยวกับมนุษย์ ไม่ใช่ความผิดของอุดมการณ์"
1940 เธอกลับเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น เลนินกราดถูกทิ้งระเบิด และตกอยู่ในวงล้อมของนาซี 
โอก้า เบิร์กฮอล์ซ ทำงานให้กับสถานวิทยุ เธอมีหน้าที่รายงานข่าว ทั้งยังอ่านบทกวีที่เธอเขียนขึ้นเอง และของกวีท่านอื่น เพื่อปลอบขวัญและสร้างกำลังใจให้กับประชาชน
สามีคนที่สองของเธอ นิโคไล เสียชีวิตในช่วงนี้เพราะความหิว
พ่อของโอลก้า  ชื่อ ฟิโอดอร์ (Фёдор Христофорович Берггольц, Fyodor Bergholz) ถูกย้ายจำเรือนจำในเลนินกราดไปยังเขตคราสโนยารส์ก (Krasnoyarsk) ไซบีเรีย ในเดือนมีนาคม 1942 เพราะว่าเขาปฏิเสธที่จะทำหน้าที่สายลับคอยสอดส่องเพื่อนในที่ทำาน
ช่วงนี้โอลก้า เขียนหนังสือกวีเล่มใหม่ February Diary (Февральский дневник,1942)
เลนินกราด (เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก) ถูกล้อมไว้ยาวนานกว่า 3 ปี มีประชาชน ทหารต้องเสียสละชีวิตไปกว่า 470,000 คน โอลก้าเขียนกลอนบันทึกเอาไว้บางตอนว่า ...




Здесь лежат ленинградцы.
Здесь горожане — мужчины, женщины, дети.
Рядом с ними солдаты-красноармейцы.
Всею жизнью своею
Они защищали тебя, Ленинград,
Колыбель революции.
Их имен благородных мы здесь перечислить не сможем,
Так их много под вечной охраной гранита.
Но знай, внимающий этим камням:
Никто не забыт и ничто не забыто.
Here lie Leningrad. Here citizens - men, women and children. Beside them the Red Army soldiers. With all his life ,They protect you, Leningrad, Cradle of the Revolution. Their noble names we can not enumerate here, So many of them under the eternal guard of granite. But know, hears these stones: 
Nobody is forgotten and nothing is forgotten . 
ที่นี่เลนินกราด,ประชาชนของที่นี่ ชาย หญิง และเด็ก,ต่างก็อยู่เคียงข้างทหารกองทัพแดง,ด้วยชีวิตทั้งหมด
เพื่อปกป้องเจ้า-เลนินกราด,อันนามของพวกเขาไม่อาจจะจาระไน,แต่พวกเขาถูกจดจำบนแผ่นแกรนิตชั่วนิรันดร์ ,รู้ไว้เธอว่า ที่แผ่นหินเหล่านี้,ไม่มีใครถูกลืมและไม่มีอะไรถูกลืม



โอลก้าเสียป้า 3 คนและยาย ไปเพราะสงคราม พวกเขาตายเพราะความหนาวและหิวโหยเช่นเดียวกับสามีเธอ 

มาเรีย น้องสาวของโอลก้า บอกว่า "พี่จะคอยบอกให้พวกเราคอยเอาน้ำแข้งออกจากตัวเสมอ เตือนให้คอยล้างผม แม้ว่าตอนนั้นไม่มีน้ำอุ่นเลย และอุณหภูมิก็ติดลบเกือบ 40 องศา ฉันคิดว่าโอลก้าไม่ได้สอนให้พวกเราต่อสู้กับเกร็ดน้ำแข็งเท่านั้น ยังสอนพวกเราเกี่ยวกับแนวคิดในการมีชีวิตต่อไป"
หลังสงคราม เธอเขียน "Leningrad Notebook" ออกมา และระหว่างปี 1950-1960s นี้ มีผลงานเธอออกมาอีกมากมายและบทกลอนหลายร้อยชิ้น อย่างเช่น
-Говорит Ленинград (Say Leningard) ที่รวบรวมบทกลอนที่เธอพูดในวิทยุระหว่างสงคราม
1950 - Первороссийск เธอได้รับรางวัลเหรียญสตาลิน ลำดับที่ 3 จากงานเขียนกวีนี้ด้วย
1954- Верность (Fidelity)
1959- Дневные звезды (Daily Star)

โอลก้า เบิร์กฮอล์ซ เสียชีวิตในเลนินกราด เมื่อ 13 พฤศจิกายน 1975 
หลังจากนั้นผลงานที่เธอสร้างเอาไว้ถูกเจ้าหน้าที่ทางการยึดเอาไปเก็บไว้ที่ Spetskhran (Спецхран) เธอเพิ่งจะได้รับรางวัลพลเมืองเกียรติยศแห่งเซนต์ปีเตอร์เบิรก์ (Почетный гражданин Санкт-Петербурга) ในปี 1994 นี้เอง ถนนเส้นหนึ่งหน้าบ้านที่เธออาศัยอยู่กลาเป็นชื่อของเธอ มีอนุสรณ์ของเธอประดับบนถนน และในสวนของมหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ตลอดจนสถานนีวิทยุที่เธอเคยจัดรายการ
โอลก้า เคยบอกเอาไว้ว่า "คนเรามีอยู่สองประเภท คือ คนที่มีศรัทธากับคนที่ไม่มีศรัทธา  คนที่ดื่มกับคนที่ไม่ดื่ม" ส่วน เธอเอง, โอลก้า เป็นคนที่มีศรัทธาและดื่ม
Никто не забыт и ничто не забыто. นิกโต้ นี ซาบุท , นิชโต้ นี ซาบุชโต้ (Nobody is forgotten- Nothing is forgotten)





ผลงานเขียน 
  • 1932 Глубинка (BackWoods)
  • 1950 - Первороссийск 
  • 1954- Верность (Fidelity)
  • 1959- Дневные звезды (Daily Star)


Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann