Yermak Timofeyevich



photo wikipedia.org


เยอแมก ทีโมเฟวิช (Ермак Тимофеевич) คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสแห่งรัสเซีย ผู้พิชิตและผนวกดินแดนไซบีเบียเข้ากับประเทศ เปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง เพราะดินแดนดังกล่าวใหญ่กว่ารัสเซียเดิม เป็นแห่งทรัพยากร และเปิดทางออกทะเลสู่แปซิฟิก และนำไปสู่การค้นพบทางต่อระหว่างอเมริกาและเอเชียน
เขามีภูมิหลังที่ไม่แน่ชัด ไม่รู้ว่าเกิดที่ไหนวันอะไร และไม่รู้แม้แต่ว่าเขาใช้นามสกุลอะไร ทีโมเฟวิช เป็นชื่อบิดาหรือปู่ (patronymic)
หลังจากเขาเสียชีวิตมีเมืองหลายเมืองอ้างว่าเป็นบ้านเกิดของเขา
แต่ว่าข้อมูลที่ชัดเจนคือเขาเป็นพวก คอสแซค์ก , ซึ่งชนเผ่าคอสแชค์กมักส่วนใหญ่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดอนและดินิปเปอร์ทางตอนใต้ โดยชนเผ่านี้มีการรบกับพวกมองโกลเป็นระยะๆ เพื่อปกป้องรัสเซีย
เยอร์แมก เป็นผู้บังคับบัญชาทหารคอสแซค์ก
ในกลางศตวรรษที่ 16 รัสเซียสามารถยึดมณฑลคาซาน และมณฑลแอสคราคาน (khanates of Kazan , Astrakhan)  ที่เรียกว่าเป็นดินแดนโกลเด้นฮอร์ด ( The Golden Horde) มาจากพวกมองโกลได้ ซึ่งทำให้ตระกูลการค้าชื่อ สโตรกานอฟ ( the Stroganovs)  ได้รับสิทธิพิเศษจากซาร์ ในความดีความชอบนี้ พวกสโตรกานอฟ  ได้รับการยกเว้นภาษี และเข้าไปตั้งถิ่นฐาน ทำการเพาะปลูกและการค้า เกลือ ปลา ล่าสัตว์ และเหมืองแร่ในบริเวณดังกล่าว
ส่วน เยอร์แมกและชาวคอสแซค์ก ตั้งชุมชนอยู่ริมแม่น้ำชุโสวาย่า ( Chusovaya river) และแม่น้ำคาม่า ( Kama)ในบริเวณเทือกเขายูราล 
ประมาณปี 1577 สโตรการนอฟโดยได้รับอนุญาตจากซาร์อีวาน ที่ 4 (อีวาน จอมโหด , Ivan IV, The Terrible) ในการขยายดินแดนออกไปทางตะวันออก เพราะอีวานเห็นว่าพระองค์ไม่ได้เสียอะไร เพราะดินแดนนั้นเดิมก็ไม่ได้อยู่ใต้อำนาจรัสเซียอยู่แล้ว 
ดินแดนในไซบีเรียปกครองโดยข่าน คุชุม (Khan Kuchum) ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม สโตรกานอฟ พยายามอย่างยาวนานที่จะยึดดินแดนดังกล่าวแต่ไม่เคยสำเร็จ นอกจากนั้นยังทำให้คุชุมต้องการที่จะได้ดินแดนที่พวกสโตรกานอฟมีอำนาจอยู่มาไว้ในอาณัติด้วย เมื่อสโตรกานอฟไม่มีที่พึ่ง พวกเขาจึงได้ขอความช่วยเหลือจากชาวคอสแชค์ก 
ตอนนั้นเยอร์แมกและคอสแชค์กถูกตามล่าโดยทหารของซาร์ เพราะว่าคอสแชค์กเป็นคนรักอิสระ แต่บางทีก็ออกปล้นสดมถ์และสร้างความวุ่นวาย เยอร์แมกหนีไปอยู่ในเขตโวลก้า และเมื่อได้รับการติดต่อจกากพวกสโตรกานอฟ มันก็เป็นโอกาสให้เขาได้ไถ่โทษและเดินทางกลับบ้าน

เยอร์แมก เริ่มการรบกับชาวมองโกลประมาณระหว่างปี 1579-1582 , คาดว่าเขามีทหารประมาณพันห้าร้อยคน ในขณะที่พวกตาตาร์ซึ่งเป็นเผ่าหนึ่งที่อยู่ในอาณัติของข่านคุชุม มีกำลังเกือบหมื่นคน แต่ว่าชาวคอสแซค์กรู้จักการใช้กลยุทธ์และอาวุธที่หลากหลาย ในขณะที่ตาตาร์ยังคงใช้ธนูเป็นหลัก นอกจากนั้นยังไร้ระเบียบวินัย เมื่อกองทัพเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็มักจะถอนตัวหรือหนีจากสมรภูมิไป
การรบ 3 วัน ในวันที่ 23-25 ตุลาคม 1582 ริมฝั่งแม่น้ำเออร์ติสก์ (banks of Irtysh) ชาวคอสแซก์ค มีชัยชนะเหนือข่านคุชุม
นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าเยอร์แมกน่าจะมีอาวุธปืนใช้แล้วในตอนนั้น ทำให้เขาได้รับชัยชนะ แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นเพราะความสามารถของเยอร์แมกในการบังคับบัญชาทหารด้วย นอกจากนั้น ในเวลานั้นเป็นเรื่องของเวลา เพราะว่าทหารของคุชุมส่วนหนึ่งถูกแบ่งออกไปรบที่เปิร์ม (Perm) ดินแดนที่คุชุมต้องการจะผนวกเช่นกัน ทำให้เขามีกำลังน้อยที่จะสนับสนุนชาวตาร์ต้าร์.
26 ตุลาคม เยอร์แมก สามารถยึดเมืองหลวงในไซบีเรียของมองโกลที่ชื่อว่าเมืองอิสเกอร์เอาไว้ได้ เมืองหลวงอิสเกอร์ (Isker มีชื่อเรียกอย่างอื่นอีกว่า Sibir , Qashlig) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเออร์ติช 
ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้เยอร์แมกและทหารได้รับอภัยโทษและยังได้รับรางวัลจากซาร์
การเสียชีวิตของเยอร์แมก เกิดขึ้นในคืนวันที่ฝนตก 6 สิงหาคม 1585 เยอร์แมกและผู้ติดตามชาวคอสแซค์กตั้งแคมป์อยู่บริเวณปากแม่น้ำวาไก (Vagai) ปรากฏว่าระหว่างที่พวกเขานอนหลับสนิทอยู่นั้นข่าน คุชุม และนักรบของเขาได้เข้ามาโจมตี ทางเดียวที่คอสแซค์กจะหนีไปได้ก็คือต้องใช้เส้นทางในแม่น้ำ พวกเขาจำนวน 90 คนสามารถหนีไปได้ จากที่มีอยู่ 108 คน และเยอร์แมกเป็นคนหนึ่งที่สามารถหนึลงแม่น้ำไปได้ แต่ว่าเขาเสียชีวิตระหว่างที่พยายามว่ายน้ำหนี
ชาวคอสแซคก์ เมื่อขาดผู้นำก็หนีออกจากไซบีเรียโดยไม่รู้ว่าทหารของซาร์ได้มาอยู่ใกล้ๆแล้ว พวกตาตาร์กลับมายึดครองเมืองหลวงอิสเกอร์อีก กองทหารของซาร์ตั้งค่ายในฤดูหนาวใกล้ๆ กับเมืองนั้น และในปี 1586 ก็ทำสงครามกับตาตาร์และยึดไซบีเรียกลับมาได้และกลายเป็นดินแดนของรัสเซียมาถาวร

ก่อนยุคสมัยของเยอร์แมก ไซบีเรียไม่ได้เป็นดินแดนที่ลึกลับแต่อย่างใดสำหรับคนรัสเซีย เพราะพวกเขามีการค้ากับคนพื้นเมืองในไซบีเรียมานานแล้วตั้งแต่ ศตวรรษที่ 11 แต่่ว่าด้วยความช่วยเหลือจากเยอร์แมกทำให้รัสเซียได้ดินแดนมาในครอบครอง


Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Kurt Lewin