Mikhail Bulgakov

ru.wikipedia.org
มิคาอิล อเฟนาสวิช บุลกากอฟ(Миали Афанасьвич Булгаков) เกิดในเคียฟ 3 มีนาคม 1891 เขาเป็นลูกชายคนดตของ อฟานาเซีย บุลกากอฟ ผู้ช่วยศาสตร์จารย์ประจำมหาวิทยาลับเคียฟ 
1909 บุลกากอฟเข้าเรียนทางด้านการแพทย์ในมหาวิทยาลัยเคียฟในปี 9
1913 เขาได้แต่งงานกับ ทัตยาน่า แลปปา (Tatyana Lappa) เธอเป็นลูกสาวของรัฐมนตรีคลังประจำเมือง
ในสงครามโลกครั้งที่ 1 บุลกากอฟ สมัครเข้าทำงานอาสาให้กับกาชาด ทำให้การเรียนหยุดไปช่วงหนึ่ง แต่เมื่อสงครามจบก็กลับมาเรียนต่อ
1916 เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย  และเริ่มทำงานให้กับโรงพยาบาลเล็กๆ ในเขตสโมเลนส์ก
1917 เขาติดมอร์ฟีน อยู่ช่วงหนึ่งจนเกือบจะเสียชีวิตแต่ก็รอด และเลิกมันได้ช่วงปี 1918 ระหว่างนี้ก็เกิดสงครามกลางเมืองในรัสเซีย ช่วงของการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ บุลกากอฟ เลือกที่จะอยู่ฝ่ายของกองทัพขาว (White Army) เขาทำงานเป็นแพทย์สนาม ประจำอยู่ในแถบเทือกเขาคอเคซัส และเริ่มทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ไปด้วย
26 พฤศจิกายน 1919 มีผลงานเขียนครั้งแรกของบุลกากอฟตีพิมพ์ออกมาในหนังสือพิมพ์กรอซนี (Grozny newspaper) ซึ่งตอนนั้นเขาอยู่ในเมืองหลวงของเชเชน ในการต่อต้านการก่อการร้ายของพวกคอมมิวนิสต์ โดยทำหน้าที่หมอให้กับกองทัพ
1920 ย้ายไปอยู่ที่นอร์ทคอเคซัส ในเมืองหลวงวลาดิคาฟคาส (Vladikavkaz)  และได้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์คาฟคาส (Kavkaz newspaper)
ชีวิตเปลี่ยนจากนักข่าวมาเป็นนักเขียนบทละคร
1921 เขาได้รับบทละครเวทีหลายเรื่อง เข้าย้ายกลับไปอยู่ที่มอสโคว์พร้อมกับภรรยา ในช่วงนี้เขาเปลี่ยนงานบ่อยมาก ทั้งการเขียนหนังสือพิมพ์และเป็นนักเขียน หนังสือเรื่อง กองทัพขาว~The White Army เป็นหนังสือที่เขาเขียนออกมาในช่วงนี้ มันเกี่ยวกับครอบครัวทหารในช่วงสงครามการปฏิวัติ และยังเรื่อง บันทึกของแพทย์หนุ่ม~Note of a Young Doctor ซึ่งเป็นนวนิยายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเขา
1924 เขาหย่ากับภรรยา และแต่งงานใหม่กับ เลียบอฟ เบโรเซอร์สกาย่า (Lyubov Belozerskaya)
The Fatal Eggs ถูกเขียนขึ้นในปีนี้ มันเป็นนวนิยายวิทยาศาสตร์ ตัวละครเอกที่ทดลองเกี่ยวกับไข่อยู่ บังเอิญค้นพบรรังสีสีแดง ซึ่งช่วยเร่งให้สิ่งมีชีวิตเติบโตได้รวดเร็ว และรัฐบาลโซเวียตเอาแสงนี้ไปใช้เพื่อแก้ปัญญาการขาดแคลนอาหารเพราะว่าปศุสัตว์ต่างก็ตายลงไปจำนวนมากเพราะโรคระบาด แต่ปรากฏว่าแสงนี้ไปเกิดไปส่องไข่ของงู และจรเข้ด้วย ทำให้สัตว์ขนาดยักษ์ออกอาระวาดฆ่าคนตายจำนวนมาก และคนคิดค้นแสงสีแดงนี้ก็ถูกประณาม , มันถูกตีพิมพ์ในปีต่อมา นิยายเรื่องนี้โด่งดังมาในโซเวียต แต่ก็มีเจ้าหน้าที่รัฐบางคนที่ไม่ค่อยชอบ
ว่ากันว่าบุลกากอฟ ชอบนิยายวิทยาศาสตร์ของ H.G. Wells  ทำให้เขาหันมาเขียนงานในแนวนี้
1927 The Master and Margarita ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของบุลกากอฟ หนังสือเล่มนี้จัดเป็นหนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดของศตวรรษที่ยึ่สิบ มันเป็นความเจ็บปวดของนักเขียนกับระบบภายในสหภาพโซเวียต เขาเริ่มลงมือเขียนมันจริงๆในปี 1928 ก่อนที่จะเผาต้นฉบับทิ้งในปี 1930 เพราะความเศร้าและคิดว่าคงไม่อาจจะเป็นนักเขียนภายในประเทศของเขาได้อีกจนกระทั้งในปี 1931 ได้หยิบมันกลับมาเขียนใหม่อีกครั้ง 
1932 เขาแต่งงานใหม่เป็นครั้งที่ 3 กับ เยเลน่า ชิลอฟสกาย่า (Yelena Shilovskaya) ซึ่งเธอเป็นแรงบัลดาลใจให้กับเขาในการสร้างมากาเร็ตต้า นางเอกของหนังสือ
บุลกากอฟ และเยเลน่าอาศัยอยู่ในใจกลางกรุงมอสโคว์ บริเวณบึง Patriarch's Ponds ท่ามกลางปัญหามากมายและการถูกกดดันจากรัฐบาลให้ยกเลิกการเขียนของเขา แต่เขาก็สามารถเขียนเวอร์ชั่นที่ 3 ได้จนสำเร็จในปี 1937 และเขาก็กำลังปรับปรุงเวอร์ชั่นที่ 4 ของมันอยู่ แต่ก็เสียชีวิตไปก่อนในปี 1940 
10 มีนาคม 1940 เขาเสียชีวิตจากอาการไตวาย (nephrosclerosis โรคไตกระด้าง) ซึ่งพ่อของบุลกากอฟเองก็เสียชีวิตด้วยโรคนี้
The Master and Margarita กว่าที่จะถูกพิมพ์ขายครั้งแรกก็ในปี 1967 แล้ว โดยได้ลงในหนังสือแมกกาซีน แต่ว่าก็มีหลายส่วนที่ถูกแก้ไข
The Master and MargaritaMaster and Margarita (Eye Classics)


Popular Posts