Nikita Khrushchev




นิกิต้า เชอร์เกวิช ครุเชฟ (Никита Сургеевич Хрущёв )เกิดเมื่อ 1894 ในครอบครัวของแรงงานขุดเหมืองแร่ ในหมู่บ้าน กาลินอฟก้า (Kalinovka) ในรัสเซียใกล้กับพรหมแดนยูเครนปัจจุบัน ซึ่งมันเป็นเมืองเกษตรกรรมที่ยากจนมาก ครุเชฟถือเป็นผู้นำของโซเวียตที่มาจากชนชั้นแรงงานอย่างแท้จริง
พ่อของเขาชื่อ เซอร์เกย์ (Sergei Khrushchev nikonorovich, 1938) และแม่ชื่อ เคสิเนีย (Ksenia Ivanovna 1872-1945)
ครุเซฟ เรียนหนังสือแค่สี่ปี
ครุเซฟต้องทำงานตั้งแต่ยังน้อยแค่ 12 ปี เขาเริ่มจากการทำงานเป็นคนเก็บผลไม้
1908 ตอนอายุได้ 14 ปี ครอบครัวย้ายไปทำเหมืองใกล้ๆ กับเมืองยุซอฟก้า (Yuzovka) มันเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่เจริญแห่งหนึ่งของประเทศ ครุเซฟทำงานหลายแห่ง กอ่นที่จะได้ทำงานในโรงงานเหล็ก แต่ไม่นานก็ถูกไล่ออก และได้งานใหม่ที่เหมืองถ่านหินใกล้กับเมืองรุตเชนโกโว่ (Rutchenkovo) 
1914 ตอนเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเขาได้รับการยกเว้นไม่ต้องโดนเกณฑ์ทหาร เนื่องจากเป็นแรงงานที่เชี่ยวชาญเรื่องเหล็ก ทำให้มีโรงงานจ้างเขาเอาไว้ ซึ่งโรงงานดังกล่าวต้องทำงานส่งให้เหมืองหลายสิบแห่ง
ครุสเชฟ มีการแต่งงานด้วยกัน 2  ครั้ง คนแรกเขาแต่งงานกับ Euphorosyne Ivanovna Pisarev เธอเสียชีวิตในปี 
1920 พวกเขามีลูกด้วยกัน 5 คน เป็นชาย 2 คนและลูกสาว 3 คน

ข้อมูลที่ไม่ยืนยันบอกว่าเขาแต่งงานสั้นๆ อีกครั้งหนึ่งกับ Hope Highland
1918 ครุเชฟเข้าเป็นสมาชิกของพรรคบอลเชวิค แต่ก็ยังคงทำงานในเหมืองถ่านหินต่อไป และก็เข้าเรียนหนังสือที่ Donetsk Industrial Institute 
เขาทำงานให้กับพรรคในพื้นที่ของเมืองเคียฟและดอนบาส์ส (Donbass)
1920 ตอนนั้นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ในยูเครนคือ กาจาโนวิช (LM Kaganovich) นิสัยของครุเชฟสร้าวความประทับใจให้กับเขามาก ต่อมาเขาจึงเป็นผู้สนับสนุนให้ครุเชฟมาเรียนหนังสือต่อในมอสโคว์
ครุเชฟอยู่ในกองทัพแดงในแถบเมืองรุตเชนโกโว่ จนได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการฝ่ายการเมืองของหน่วย 1974 ไรเฟิลที่ 9 
1924 ครุเชฟ แต่งงานใหม่กับ นิน่า (Nina) แต่ว่ามีการบันทึกข้อมูลทางการในปี 1965
1929 เข้าเรียนที่สถาบันอุตสาหกรรม (Industrial Academy) ในมอสโคว์ 
1931 ทำงานให้กับพรรคคอมมิวนิสต์ในมอสโคว์
1935-1938 เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเขตมอสโคว์ และคณะกรรมการพรรคประจำมอสโคว์ (First secretary of the Moscow oblast, city party committees)
1938 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์อันดับที่หนึ่ง ประจำยูเครน , ได้รับเลือกเป็นตัวเก็งในการเป็นสมาชิกโปลิตบุโร 
1939 ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของโปลิตบุโร (Politburo)
1943 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่่ 2 มีบทบาทอย่างมากในฐานะนายทหารระดับสูง เขาได้รับยศพลโท และทำปฏิบัติการโจมตีศัตรูแบบกองโจรอยู่ในแนวหน้าของสมรภูมิ จนเมือสงครามโลกยุติ ก็มีบทบาทสำคัญในรัฐบาลยูเครน
1949  ย้ายจากยูเครนมายังมอสโคว์ในเดือนธันวาคม
1953 หลังการเสียชีวิตของสตาลินในวันที่ 5 พฤษภาคม 1953 หัวหน้าตำรวจลับ (NKVD ) ลาเวนติ เบเรีย (Laventi Beria) กลายมาเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโซเวียต เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองนายกอันดับหนึ่ง (Fist Deputy Premier) โดยที่พันธมิตรใกล้ชิดเขา  มาเรนกอฟ (Malenkov) ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่คล้ายกับว่าเป็นหุ่นเชิด และเบเรียครองอำนาจทุกอย่าง เบเรียมีนโยบายที่จะออกจากเยอรมันตะวันออกและหันไปญาตดีกับสหรัฐ ทำให้คณะกรรมการพรรคหลายคนไม่พอใจ และสงสัยในตัวเขา โดยเฉพาะครุเชฟ เป็นคนที่ต่อต้านเบเรียอย่างเปิดเผย แต่ว่าไม่สามารถทำอะไรเบเรียได้ จนกระทั้งเมื่อเกิดการลุกฮือของประชาชนในเยอรมันตะวันออกในเดือนมิถุนายน นั้นทำให้โมเนนตัมเปลี่ยนไป สมาชิกพรรคหลายคนกังวลว่านั้นเป็นนโยบายที่ผิดพลาดและจะทำลายโซเวียต นั้นทำให้มาเลนกอฟหันไปช่วยเหลือครุเชฟแทนด้วย  ครุเชฟทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากเบเรีย เบเรียถูกจับตัวได้วันที่ 26 มิถุนายน เมเลนกอฟลาออกจากเลขาธิการของคณะกรรมการกลาง ครุเชฟจึงได้ดำรงดำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ลำดับที่ 1 ในเดือนกันยายน 1953 

การปกครองโซเวียตภายใต้ครุเชฟ

เคจีบี
ครุสเชฟเป็นคนทำให้โลกรู้จักหน่วยงานสายลับอย่างเคจีบี เพราะเขาเปลี่ยนชื่อมันจากชื่อเดิมคือ MVD ที่ตั้งขึ้นโดยเบเรีย
De-Stalinisation
ภายหลังการเสียชีวิตของสตาลิน ครุเชฟได้กล่าวต่อที่ประชุมลับครั้งที่ 20 ในปี 1956 ของพรรคคอมมิวนิสต์ ประณามสตาลินว่าเป็นเผด็จการ สังหารก่อให้เกิดนักโทษการเมืองมากมายในประเทศ ครุเชฟเริ่มโครงการ "Khrushchev's Thaw" หรือที่เรียกกันว่าเป็น De-Stalinisation
พิชิตอวกาศ
USSR ประสบความสำเร็จอย่างมากด้านอวกาศในสมัยของเขา ตั้งแต่การเริ่มปล่อยดาวเทียมสปุตนิกในปี 1957 การส่งยูริ กาการินขึ้นสู่อวกาศเมื่อ 12 เมษายน  1961 ส่งนักบินอวกาศหญิงคนแรก วาเรนติน่า เทเรชโกว่า (Valentina Tereshkova) ในอีกสองปีต่อมา และการที่นักบินอวกาศ อเล็กซีย์ เลฟนอฟ (Aleksey Leonov) เดินในอวกาศเป็นครั้งแรก 
โครงการ Virgin Lands
ในสมัยครุเชฟ โซเวียตประสบปัญหาด้านการเกษตรจากภัยแล้งทำให้ครุเชฟ สั่่งให้มีการทำการเกษตรขนาดใหญ่ ในพื้นที่ยังไม่เคยมีการบุกเบิกมาก่อน ในเขตเทือกเขาอัลไตและทุ่งหญ้าสเตปป์ในแถบคาซัคสถาน โครงการนี้เริ่มต้นในปี 1954 ครุเชฟสั่งให้มีการปลูกข้าวโพดจำนวนมาก โครงการ Virgin Lands นี้ เรียกในชื่ออื่นว่า The Maize Campaign, Kukiruznik  แต่ว่าโครงการนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ มันถูกยกเลิกในปี  1965 หลังจากเขาหมดอำนาจ
กิจการต่างประเทศ
ครุเชฟเป็นคนหนึ่งที่ต้องการปรับความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก แต่ทว่ายุคของเขากลับกลายเป็นยุคที่น่าจะเรียกว่าตึงเครียดที่สุดของช่วงสงครามเย็น ครุเชฟเคยอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการยุติสงครามเย็นหลังจากที่โซเวียตประสบความสำเร็จในการส่งสปุตนิก เขาต้องการให้มีการลงนามสันติภาพระหว่างสองเยอรมัน
1959 ครุเชฟเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ในเดือนกันยายน  เขาเข้าพบกับประธานาธิบดี ไอเซนฮาว (Dwight D. Eisenhower) ของสหรัฐที่แคมป์เดวิด (Camp David) ซึ่งความสัมพันธ์เป็นไปอย่างอบอุ่น จนกระทั้ง
1960,1 พฤษภาคม สหรัฐส่งเครืองบินสอดแนม U-2 บุกรุกน่านฟ้าโซเวียต และเครื่องบินถูกยิงตกที่เมืองสเวอร์ลอฟส์ก (Sverdlovsk) ทำให้การหนัดเจรจากันอีกในเดือนพฤษภาคมนี้ของมหาอำนาจหยุดชะงักลง
1960, กันยายน  ครุเชฟ เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ได้พบกับประธานาธิบดีเพลย์บอยหนุ่มขวัญใจชาวสหรัฐ จอห์น เอฟ. เคนนาดี ซึ่งนโยบายแข็งกราวของเคนนาดี เป็นสาเหตุทำให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศแย่ลง โซเวียตกลับไปทดลองอาวุธนิวเคลียร์อีก ฉีกข้อตกลงการระงับการทดลองนิวเคลียร์ที่เคยทำไว้
1961 โซเวียตสร้างกำแพงเบอร์ลิน
1962 วิกฤตมิสไซต์ในคิวบา หลังเคนนาดี พยายามบุกคิวบาหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จและคิวบาขอให้โซเวียตคุ้มครองโดยส่งมิสไซต์มาติดตั้ง
1964,14 ตุลาคม  ครุเชฟถูกถอดออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค และลีโอนิค เบรซเนฟ ได้ดำรงตำแหน่งแทน
ครุเชฟยังคงเหลือตำแหน่งในคณะกรรมการกลาง เขาใช้ชีวิตที่เหลือในการทำสวนและพักผ่อน

ครุเชฟ เขียนหนังสือ บันทึกความทรงจำเขาไว้ในช่วงเกษียรนี้ ชื่อ Воспоминания (ความทรงจำ ISBN 978-5-9697-0517-3)
1971 ครุเชฟ เสียชีวิตในวันที่ 11 กันยายน 1971 จากการที่หัวใจวาย  ร่างของเขาไม่ได้ถูกประกอบพิธีศพที่ข้างกำแพงวังเครมลินเหมือนผู้นำโซเวียตคนอื่น ไม่ได้ถูกจัดพิธีการเพื่อเป็นเกียรติ ร่างของครุเชฟถูกฝังที่สุสานโนโวเดวิชี (Novodevichy Cemetery) ในมอสโคว์
Vospominaniia








Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann