Lev Trotsky

ru.wikipedia.org


เลฟ ดาวิโดวิช ทร็อตสกี (Лев Давидович Троцкий)

ทรอตสกี จริงๆ แล้วมีนามสกุลเดิมคือ บรอน์ชเตียน (Bronstein) เขามีชื่อตอนเกิดว่า ไลบ้า (Leiba Davidovich Bronstein , Лейба Давидович Бронштейн) เกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 1879 (ปฏิทินปัจจุบัน วันที่ 8 พฤศจิกายน)
เขาเป็นลูกคนที่ห้า พ่อของเขาคือ เดวิท (David Leontyevich Bronstien,1843-1922)  ส่วนแม่ชื่อ แอนนา (Anna Lvovna Zhivotovsky) พวกเขาเป็นครอบครัวเจ้าของที่ดินที่มั่งคั่ง
ตอนที่เขามีอายุได้ 9 ขวบ พ่อของเขาส่งเขาไปเรียนที่โรงเรียนในเมืองโอเดสสา (Odessa)
1896 เขาย้ายไปยังเมืองนิโคลาเยฟ (Nikolayev) และเรียนหนังสือต่อที่เมืองนี้จนจบ เขาเข้าไปเกี่ยวพันธ์กับพวกคอมมิวนิสต์ที่เคลื่อนไหวใต้ดินอย่างลับๆ เขามีส่วนช่วยในการก่อตั้งสหภาพแรงงานของรัสเซียใต้ (South Russia Worker's Union)
มกราคม 1898 กลุ่มสหภาพแรงงานกว่า 200 คน รวมทร็อตสกี ถูกจับตัว และถูกนำตัวไปขังนานกว่า 2 ปี เพื่อรอการไต่สวนความผิด 
  ระหว่างที่อยู่ในคุกนั้นเองที่เขาได้แต่งงานกับสหายร่วมอุดมการณ์ อเล็กซานตร้า โซโกลอฟสกาย่า (Aleksandra Sokolovskaya) 
ตอนที่อยู่ในเรือนจำนี้เขาใช้เวลาในการศึกษาปรัชญา
1900 การพิจารณาคดี ตัดสินให้เขาต้องรับโทษในไซบีเรีย นาน 4 ปี , ภรรยาของเขาให้กำเนิดลูกสาว 2 คนระหว่างที่อยู่ในไซบีเรีย ชื่อ ซินัยด้า (Zinaida Volkova ,1901-5 มกราคม 1933) และ นิน่า (Nina Nevelson, 1902-9 มิถุนายน 1928)
1902 ในช่วงฤดูร้อนเขาหลบหนีออกจากเรือนจำในโดยใช้พาสปอรต์ปลอม โดยใช้ชื่อว่า ทร็อตสกี ซึ่งกลายมาเป็นชื่อที่เขาใช้ตอนมาในระหว่างการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ เขาบอกภายหลังว่าชื่อนี้เป็นชื่อของผู้คุมเรือนจำคนหนึ่ง
ส่วนภรรยาของเขานั้นไม่ได้ร่วมหนีออกมาด้วย และเหมือนว่าเป็นจุดที่ทำให้ทั้งคู่แยกกันถาวร
ทร็อตสกี เดินทางไปยังลอนดอน และเข้าร่วมกับกลุ่ม สังคมนิยมประชาธิปไตย ของวลาดิมีร์ เลนิน (Russia Social Democrats) เขาร่วมทำหนังสือพิมพ์ The Spark (Игра) ไม่นานนักเขาก็กลายเป็นนักเขียนหลักของหนังสือพิมพ์  เขาใช้นามปากกาว่า Pero ที่แปลว่าขนนก หรือปากกา  ในปีนั้นเอง เขาได้พบรักกับผู้หญิงคนใหม่และแต่งงานกัน เธอคือ นาตาเลีย เซโดว่า (Natalia Ivanovna Sedova) พวกเขามีลูกชายด้วยกันสองคน  คือ เลฟ (Lev Sedov,1906-16 กุมภาพันธ์ 1938) และ เซอร์เกย์ (Sergei Sedov, 1908- 29 ตุลาคม 1937)
1903-1904 ในการประชุมลับๆ ของพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยแรงงาน (RSDLP) ครั้งที่ 2 ในลอนดอน เดือ นสิงหาคม ทร๊อตสกี และเลนิน แตกคอกัน เนื่องจากทร็อตสกีสนับสนุนกลุ่มเมนเชวิค (Mensheviks) ที่นำโดยมาร์ตอฟ (Martov) มากกว่ากลุ่ม บอลเชวิค (Bolsheviks) ของเลนิน
1905 ทร็อตสกี เดินทางกลับมายังรัสเซียอย่างลับๆ และมุ่งตรงไปยังเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เขากลายเป็นโฆษกให้กับกลุ่มองค์กรแรงงานที่เรียกว่า St.Peterburg Soviet Of Workers แต่ว่าไม่นานทร็อตสีและผู้นำคนอื่นของกลุ่มก็ถูกจับกุมตัว
1907 เขาหลบหนีโดยมุ่งหน้าไปยังไซบีเรีย และมุ่งไปเวียนนา และหาเงินเพื่อดำรงชีพโดยการเป็นทหารรับจ้างในสงครามบอลข่าน (Balkan Wars 1912-1913)
1914 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 เร่ิมต้นขึ้น เขาเองก็เหมือนถูกบังคับให้หลบหนีการจับกุมตัวของเจ้าหน้าที่รัสเซีย เข้าย้ายไปยังสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นก็เดินทางไปปารีส ตอนนั้นเขามีจุดยืนในการต่อต้านสงครามทำให้ไม่ได้อยู่ในฝรั่งเศสนานก็ต้องย้ายไปอยู่สเปน
มกราคม 1917 เขาเดินทางไปนิวยอร์ค และอยู่จนกระทั้งได้ทราบข่าวพระเจ้าซาร์นิโคลัส ที่ 2 ถูกโค่นลงจากบัลลังค์ ในการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ 1917 แล้ว เขาจึงได้เดินทางกลับมายังรัสเซีย และเปลี่ยนชื่อเซนต์ ปีเดอร์เบิร์ก เป็น เปโตรกราด (Petrograd)
แม้ว่าจะมีปัญหากับเลนินอยู่บ้าง แต่ว่าทร็อตสกี ก็ตัดสินใจเข้าพรรคบอลเชวิค ซึ่งตอนนั้นเลนินเป็นหัวหน้าโดยปราศจากคู่แข่ง ทร็อตสกีมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวให้พรรคบอลเชวิคยึดอำนาจและนำไปสู่การปฏิวัติเดือนตุลาคม 1917 ตอนนี้เขากลายเป็นคนสำคัญอันดับสองในประเทศ เป็นรองเพียงแค่เลนิน ตำแหน่งแรกที่เขาได้รับในรัฐบาลใหม่คือรัฐมนตร่ต่างประเทศ (People's Commissar of Foreign Affair) หน้าที่อันดับแรกของเขาเป็นการเจรจากับเยอรมัน เพื่อถอนรัสเซียออกจากสงครามโลก จนกระทั้งสามารถลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างกันได้ในเดือนพฤษภาคม 1918 ภายใต้การกดดันจากเลนิน เพราะทร็อตสกีเองไม่เห็นด้วยกับการอ่อนข้อให้เยอรมันหลายอย่าง ไม่นานทร็อตสกีก็ลาออกแล้วไปเป็นคณะกรรมการสงคราม (Commissar of War) ทำหน้าที่ในการฟื้นฟูกองทัพแดง แม้ว่าจะโดนตำหนิอย่างมากในการบังคับเกณฑ์ทหาร แต่ว่ากองทัพแดงก็สามารถเอาชนะกำลังของฝ่ายตรงข้าม โดยเพราะกองทัพขาวได้สำเร็จ จนกระทั้ง 1922 สงครามประชาชน (Civil War) ในรัสเซียจึงเริ่มสงบลง
ระหว่างสงครามภายในประเทศเอง ทร็อตสกี ดำรงตำแหน่งหมายเลขสองรองจากเลนินมาตลอด และเมื่อสงครามสิ้นสุดลง เขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในห้าของสมาชิกโปลิตบุโร ซึ่งถือเป็นส่วนหัวสุงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์ มีการสร้างโปลิตบุโรขึ้นมาครั้งแรกในปี 1919 ว่ากันว่าเขาเป็นคนที่ฉลาดและรู้จักการบริหารดีกว่าเลนิน แต่ว่านิสัยก้าวร้าว ทำให้มีเพื่อนน้อย จนทำให้ไม่สามารถนำไปสู่การพลักดันการตัดสินใจใดๆ ในพรรคได้
และต่อมาเมื่อสุขภาพของเลนินไม่ค่อยดี ทร็อตสกี ซึ่งมีโอกาสที่จะได้รับสืบอำนาจ ก็เผชิญกับการคัดค้านจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งรวมตัวกันต่อต้านเขา โดยเฉพาะความแตกแยกระหว่างทร็อตสกีและสตาลิน เป็นเรื่องที่เลนินรับรู้ เลนินยอมรับในความสามารถของทร็อตสกีแต่ว่าไม่ชื่นชมในนิสัยเขามากนัก เพราะหยิ่งและเชื่อมันตัวเองสูง
เมื่อเลนินเสียชีวิต ในเดือนมีนาคม 1923 ตอนนั้นทร็อตสกีอยู่ที่ริมทะเลดำ และเขาไม่สามารถกลับมาร่วมงานเผาศพเลนินได้ทัน ทำให้สตาลินเอาไปเป็นเหตุผลหนึ่งในการโจมตีเขา
ไม่กี่ปีต่อมา ทร็อตสกี ถูกปลดออกจากตำแหน่งในคณะกรรมสงคราม ถูกปลดจากโปลิตบุโร และในที่สุดก็ถูกขับออกจากพรรค
กุมภาพันธ์ 1929 เขาถูกขับไล่ออกจากสหาภาพโซเวียต โดยมีจุดหมายแรกเป็นชายฝั่งในอิสตันบูล ตุรกี เขาอาศัยอยู่ที่นี่นานกว่า 4 ปี แต่ว่าในเมืองนี้ไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับเขาเพราะว่ามีอดีตทหารในกองทัพขาวอยู่มา
1933 เขาได้ตอบรับข้อเสนอให้ที่ลี้ภัยจากประเทศฝรั่งเศส โดยนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสตอนนั้นคือเอ็ดดูอาร์ด ดาเลเดียร์ (Edouard Daladier) เขาไปอาศัยอยู่ในเมืองโรยาน (Royan) ก่อนที่จะย้ายไปเมืองบาร์บิซอน (Barbizon) แต่ว่าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ากรุงปารีส 
1935 รัฐบาลฝรั่งเศสแจ้งว่าไม่ยินดีให้เขาอยู่ในประเทศอีกต่อไป ทร็อตสกีจึงได้ย้ายไปยังประเทศนอร์เวย์แต่มีสภาพคล้ายถูกกักบริเวณไว้ภายในบ้านเป็นเวลากว่า 2 ปี และในที่สุดแล้วก็หาที่ลี้ภัยในประเทศเม็กซิโก 
ในเม็กซิโกเขาอาศัยอยู่ที่ Coyoacan เขาอาศัยอยู่ในบ้านของนักวาดรูปชื่อดิเอโก้ ริเวร่า (Diego Rivera) เขามีอะไรกับภรรยาของริเวร่า และยังมีความสัมพันธ์กับนักเรียนที่มาเรียนวาดภาพที่บ้านริเวร่าด้วย เธอชื่อฟริด้า (Frida Kahlo)
ทร็อตสกี ตกเป็นเป้าสังหารของสตาลิน มีความพยายามในการฆ่าเขาสองครั้ง ครั้งแรกมีมือปืนยิงเข้าไปในบ้านของเขา และครั้งที่สองมือปืนชื่อ เรย์มอน เมอร์ซีเดอร์ (Ramon Mercader) เขาเป็นชาวเสปนที่นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ ความพยายามครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ เขายิงถูกทร็อตสกี จนทร็อตสกี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลด้วยอายุ 60 ปี








Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann