Nazim Hikmet Run

ru.wikipedia.org


นาซิม ฮิกเมต (Назым Хикмет)
Romantic Communist, Blue Eyed Giant นักประพันธ์ กวี ชาวตุรกี ,รัสเซีย และโปแลนด์ 
ฮิกแมน มีผมแดง ดวงตาสีฟ้า สูง จมูกโด่ง รูปหล่อ เข้าสังคม และมีพรสวรรด์ทางด้านกวี แต่เขาต้องใช้ชีวิตกว่า 17 ปีในคุก เจ้าของรางวัลสันติภาพจาก World Council of Peace ที่ได้รับรางวัลร่วมกับ พาโปล ปิกัสโซ่



นาซิม ฮิกเมต เกิดในจักรวรรดิ ออตโตมาน ในเมือง Thessaloniki วันที่ 20 พฤศจิกายน 1901 แต่ว่าพ่อของเขาไปแจ้งข้อมูลทางการ  ในวันที่ 17 มกราคม 1902  ปัจจุบันเมืองที่เขาเกิด เมืองเตสสาโรนิกิ อยู่ในประเทศกรีซ 
พ่อของเขา Hikmet Bay ทำงานเป็นข้าราชการ ส่วนแม่ Calile เป็นนักเปียโน
เข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนทัสเมกเทป ( Tasmektep Primary School ) ในกรุงคอนสแตนตินดิโนเปิ้ล 
จากนั้นเข้าเรียนมัธยมปลายที่่ Galatasaray Lisesi ซึ่งเขาได้เร่ิ่มเรียนภาษาฝรั่งเศส
1913 ย้ายมาเรียนที่ Numune Mektebi
1918 เรียนจบจากวิทยาลัยทหารเรือ Turkish Naval Academy
ในสงครามโลกครั้งที่ 1 อาณาจักรออตโตมานเข้าร่วมกับฝ่ายเยอรมัน และฮิกเมต ได้ร่วมรบโดยประจำอยู่ในกองทัพเรือ แต่ว่าในปี 1919 เขาเริ่มมีอาการป่วย จนต้องออกจากกองทัพในปี 1920
1921 ผลของการฝ่ายแพ้ในสงครามโลก ในปี 1918 ทำให้อาณาจักรออตโตมานถูกแบ่งเป็นส่วนๆ และถูกปกครองโดยแบ่งเป็นส่วนๆ แล้วปกครองโดยฝ่ายพันธมิตร (อังกฤษ ฝรั่งเศส กรีซ อาร์เมเนีย อิตาลิ) ในปีนี้ ฮิกแมต และเพื่อนของเขา Vala Nurettin, Yusuf Ziya Ortac, Faruk Nafiz Camlibel ได้เข้าร่วมในสงคราามกู้เอกราช ที่เรียกว่า Turkish War of Independent โดยมีสำนักงานใหญ่ของกองกำลังปลดปล่อยตุรกี อยู่ในเมืองแอนการ่า (Ankara) โดยผู้นำกองกำลังปลดปล่อยตุรกี ก็คือ มุสตาฟา อตาเติร์ก (Mustafa Kemal Ataturk) 
ฮิกแมต พบกับอตาเติร์ก ตอนที่เดินทางไปยังเมืองแอนการ่า (Ankara) ซึ่งอตาเติร์กให้ขอให้ฮิกแมตและเพื่อน วาร่า เขียนบทกวี เพื่อปลุกเร้าเหล่าทหารอาสา และหาแนวร่วมของประชาชน บทกวีของพวกเขากลายเป็นที่นิยมในหมู่นักศึกษารุ่นใหม่ และเยาชน ทำให้พวกเขาไม่ต้องออกไปรบในแนวหน้า พวกเขาถูกส่งไปเป็นครูในโรงเรียนมัธยมซัลตานิ (Sultani) แทนที่จะต้องออกรบในสงคราม
ทว่าในกลุ่มของพวกเขา ฮิกแมน มีแนวความคิดแบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถ่ินในเมืองโบลู (Bolu) ไม่ชอบฮิกแมต
30 กันยายน 1921 การปฏิวัติตุลาคม 1917 ในรัสเซีย ดึงดูดความสนใจของเขา ทำให้ฮิกแมต เดินทางมาถึงจอร์เจียโซเวียต ในเมืองบาตุมิ (Batumi) ในที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ที่แท้จริงในระบบสังคมนิยม
กรกฏาคม 1922 เขาเดินทางมามอสโคว์ ฮิกแมต สมัครเข้าเรียนที่ Communist University of the Toilers of the East ในสาขาเศรษฐศาสตร์และสังคม และยังได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิตส์ด้วย
1924 บทกวีเล่มแรกของเขาตีพิมพ์ในมอสโคว์  ชื่อ28 Kanunisani 
และในปีนี้ได้เดินทางกลับอิสตันบูล และได้ทำงานให้กับหนังสือพิมพ์รายวัล Aydynlyk ( "Light" เป็นนิตยสารของพรรคคอมมิวนิสต์ตุรกี) ซึ่งส่วนใหญ่จะเขียนโจมตีรัฐบาล และสนับสนุนกบฏเดิร์ด (Kurdish rebel)
ไม่นานนัก ทางการก็สั่งให้มีการปิดหนังสือพิมพ์ และพนักงานของหนังสือพิมพ์ก็ถูกจับ แต่ฮิกเมต หลบหนีออกมาโดยเดินทางไปยังเมือง อิซมีร์  (Izmir)
ตอนนั้นทางการตุรกีตัดสินจำคุกเพื่อนของเขาเป็นเวลา15 ปี 
1925 กันยายน ฮิกแมต เดินทางมายังสหภาพโซเวียต และได้มีส่วนในการสร้างสตูดิโอภาพยนต์ แต่ว่าสตูดิโอนี้ ปิดตัวในเดือนมีนาคม 1927
ตอนอยู่ในสหภาพโซเวียตนี้ ฮิกเมต แต่งงานสองครั้ง ภรรยาคนแรกชื่อ เติร์ก ฮานิม (Turk Nyuhet Hanim) แต่อยู่ด้วยกันไม่นานนัก เขาก็แต่งงานใหม่กับชาวรัสเซีย เยลิน่า เยอร์เชนโก้ (Elena Yurchenko) เธอเป็นแพทย์
1928 ทางการตุรกี ออกกฏหมายอภัยโทษ ทำให้ฮิกเมต ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังตุรกีโดยที่ภรรยาของเขาไม่ได้เดินทางไปด้วย และต่อมาเธอเสียชีวิตในเวลาไม่นานนัก  , ฮิกเมตถูกจับและจำคุกเป็นเวลา 8 เดือน จึงพ้นคดี
1929 เขาตีพิมพ์หนังสือรวมบทกวี 835 строк (835 Lines) , Джоконда и Си Я-у ( La Gioconda and Si Ya-wu)
จากนั้นได้ทำแม็กกาซีน Resimli Ay (Illustrated Monthly)ออกจำหน่าย เป็นนิตยสารที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างมาก 
1930-1932 เขามีผลงานรวมเล่มบทกวีออกมาอีก 5 เล่ม แต่ว่ามันถูกเซ้นเซอร์อย่างหนักจากรัฐบาล
Varan-3 (1930)
1+1=1 (1930)
The City That Lost Its Voice (1931)
Why did Benerci Commit Suicide? (1932) เขาตำหนินโยบายการสร้างอาณานิคมว่าเป็นจักรรดิชั่วร้าย
มีบทละครเวที
The Skull (1932)
The Dead Man's House (1932)
The Forgootten Man (1935)
ในหนังสือรวมบทกวี ชื่อТелеграмма, поступившая ночью (A telegram received by night,1932) ฮิกเมต เรียกร้องให้คอมมิวนิสต์เตรียมตัวรุกขึ้นต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในปีหน้า 1933
1932 ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี ในข้อหาพัวพันกับองค์กรที่ถูกสั่งห้าม และพยายามล้มล้างการปกครอง แต่จำคุกเพียง 4 ปีก็ได้รับการอภัยโทษ
1933-1935 ฮิกเมต ถูกส่งไปขังในเรือนจำที่เบอร์ซ่า (Bursa)
ตอนอยู่ในคุกนี้ เขาเขียนบทกวีเกี่ยวกับการปฏิวัติ อีก ชื่อ 
Поэму о шейхе Бедреддине Шимавне (Poem of Sheikh Bedreddine Shimavne,1935)  
Письма к Таранта Бабу (Letters to Taranta Babu,1935)
Портреты ( Portriat,1935)
Немецкий фашизм и расовая теория ( German Fascism and racial theory,1936)
1935 ได้รับการปล่อยตัวจากการอภัยโทษ เขาเองไม่สามารถแต่งงานกับภรรยาชื่อ ฟิราเย (Piraye) ได้ ทั้งคู่แยกทางกันโดยเธอมีลูก 2 คน แต่ว่าฮิกเมตส่งเสียเงินให้ครอบครัวโดยการเขียนเรื่องสั้นส่งให้กับหนังสือพิมพ์หลายฉบับโดยใช้นามปากกา
1936 ออกหนังสือ National Pride (Национальная гордость) เป็นหนังสือแปลดัดแปลงผลงานของวลาดิมีร์ เลนิน ที่ชื่อ On The National Pride of the Great  (О национальной гордости великороссов)
1938 ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 28 ปี 4 เดือน ในคดีกบฏ โดยเขาได้รับโทษจริง 17 ปี ตอนนั้นมันกลายเป็นคดีที่โด่งดัง และมีคนมีชื่อเสียงหลายคนทั่วโลกเรียกร้องให้มีการปล่อยเขา คนที่ร่วมเรียกร้องเช่น ปิกัสโซ , พอล โรเบสัน
เขาถูกขังอยู่ในเรือนจำในหลายเมืองตลอดระยะเวลาที่ถูกคุมขัง ทั้งที่เรือนจำในอิสตันบูล,แอนการ่า,ชานกิรี (Chankiry) และ เบอร์ซ๋า (Bursa)
ระหว่างที่อยู่ในคุกนี้ เขายังคงทำงานเขียนต่อไป โดยเขาได้แปลหนังสือ สงครามและสันติภาพ ของตอลสตอย และเขียนบทกวี
Письма из тюрьмы (.Letters from Prison)
หนังสือมหากาพย์ Человеческая панорама из моей страны (The Human View of My Country หรือ Human Panorama)
บทละครเวที Legend About Love and Yusuf the Magnificent
8 เมษายน 1950 ฮิกแมต เริ่มการอดอาหารประท้วง หลังจากไม่ได้รับการนิรโทษกรรม แต่ว่าอาการป่วยของเขาทำให้การอดอาหารดำเนินไปจนกระทั้งแค่ 23 เมษายน แต่แม้ว่าแพทย์ประจำตัวเขาจะขออนุญาตให้เขาเข้ารับการรักษา ทว่ารัฐบาลตุรกีไม่อนุญาต เขากลับมาอดอาหารประท้วงอีกในวันที่ 2 พฤษภาคม
ซึ่งการประท้วงของเขา ทำให้ทั่วตุรกี สั่นไหว นิตยสารต่างๆ พากันล่ารายชื่อและตีพิมพ์ผลงานของฮิกเมต
แม่ของฮิกเมตเองก็อดอาหารประท้วงด้วยในวันที่ 9 พฤษภาคม และก็มีนักเขียนชื่อดังในตุรกีหลายคนทำตาม
จนกระทั้งรัฐบาลทดแรงกดดันไม่ไหว และได้ปล่อยตัวเขาในวันที่ 19 พฤษภาคม โดยยังไม่มีการออกกฏหมายนิรโทษกรรม

22 พฤศจิกายน 1950 สภาสันติภาพแห่งโลก (World Council of Peace) ได้ประกาศให้รางวัลสันติภาพแก่ ฮิกเมต ร่วมกับ พาโปล ปิกัสโซ่, พอล โรบีสัน (Pual Robeson), แวนดา จากุโบวสก้า (Wanda Jakubowska) , พาโบล เนรุด้า (Pablo Neruda)


ในที่สุดด้วยแรงกดดันจากนานาชาติ ตุรกี ก็ยอมปล่อยตัวเขาออกมาในช่วงสิ้นปี แต่ว่าก็ถูกบังคับให้ต้องออกจากตุรกี เขาเดินทางหนีไปยังโรมาเนียผ่านทะเลดำ ก่อนที่จะเดินทางเข้าโซเวียต
25 กรกฏาคม รัฐบาลตุรกีปลดเขาออกจากสถานะพลเมือง
พ่อของปู่ของฮิกเมต มีชาวโปแลนด์ ทำให้เขาใช้ชื่อนามสกุลแบบโปแลนด์ว่า บอเซตสกี (Божецкий ,Bozhetsky)
1951 ฮิกเมต ย้ายไปตั้งรกรากในสหภาพโซเวียต  เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ World Peace Council ในปี 1951,1959 
เขามีผลงานเขียนบทละครเวทีออกมา เช่น
A Story About Turkey (1952)
The Eccentric (1955)
But Was There an Ivan Ivanovich (1957)
เขาเขียนบทภาพยนต์ในหนังของในโซเวียต เรื่อง
 Two From The Same Neighborhood (1957)
The Lovesick Cloud (1959)
Peace to Your Home (1963)
เขียนบทละครบัลเลย์
Legend of Love

ในโซเวียต ฮิกเมต แต่งงานใหม่กับแพทย์สาวชื่อ เกลิน่า โกเลสนิโกว่า (Григорьевной Колесниковой, Galina Kolesnikova) แต่ว่าในปี 1955 เขาก็พบกับภรรยาใหม่ชาวอัลบาเนียนที่ทำงานให้กับ โซยูซมัลต์ฟิล์ม (Soyuzmultfilm) เธอชือ เวลา ตุลยากอฟ ( Вера Тулякова,Vera Tulyakov,) เธอเป็นการแต่งงานครั้งที่ 4 ของเขา และเป็นคนสุดท้าย

3 มิถุนายน 1963 ในตอน 6.30 น. นาซิม ฮิกเมต เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย สุสานของเขาอยู่ที่สุสานโนโวเดวิชี (Novodevichy cemetery)

ปี 2009 รัฐบาลตุรกี ตัดสินใจคืนสัญชาติให้กับฮิกเมต เขากลายเป็นสัญลักษณ์ของศิลปิน และกวีรุ่นใหม่ของประเทศตุรกี
Human Landscapes from My Country: An Epic Novel in Verse (Karen and Michael Braziller Books)Poems of Nazim Hikmet, Revised and Expanded EditionBeyond the Walls: Selected PoemsRomantic Communist: The Life and Work of Nazim Hikmet






Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann