Nikolai Gastello

en.wikipedia.org
นิโคไล ฟรานเชวิช กาสเตลโล (Николай Францевич Гастелло)
นักบิน ฮีโร่แห่งสหภาพโซเวียต เขากลายเป็นวีรบุรุษในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเป็นนักบินในหน่วยทิ้งระเบิดที่ 42 เครื่องบินของเขาถูกนาซียิงตก แต่แทนที่ตัวเขาจะพยายามหลบหนี เขากลับแอบรื้อชิ้นส่วนรถถังเยอรมันหลายคันให้เสียจนใช้ไม่ได้

เขาเกิดในมอสโคว์ เมื่อ 6 พฤษภาคม 1908  พ่อของเขาฟรานซ์ กาสเตลโล (Franz Gastello,Франц Павлович Гастылло) เป็นชาวเบลารุส  เกิดในหมู่บ้านพลุชีนี (Pluzhyny) ในเขตกรอดโน่ (Grodno) เขาเดินทางมายังรัสเซียเพื่อหางานทำในปี 1900 โดยได้ทำงานเป็นแรงงานในการก่อสร้างทางรถไฟสายมอสโคว์-คาซาน
แม่ของเขาชื่ออนาสตาเซีย กุตุซอฟ (Anastasia Semyonovna Kutuzov,Анастасия Семеновна Кутузова) เธอทำงานรับจ้างเย็บผ้า
1914-1918 กาสเตลโล เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมชาย โสโกลนิกิ (Sokolniki City College)
1918 เพราะปัญหาความยากจนและความหิว ทำให้ย้ายจากมอสโคว์ไปยังสาธารณรัฐบาชกอร์โตสถาน (Bashkortostan) ทางตอนใต้ของแม่น้ำโวลก้า แถบเทือกเขายูราล แต่ว่าได้เดินทางกลับมายังมอสโคว์อีกในปี 1919 
เขากลับเข้าโรงเรียนอีกครั้งหนึ่ง
1923 เริ่มทำงานเป็นช่างทาสี 
1924 ครอบครัวย้ายบ้านไปยังเมืองมัวร์ (Moore) ที่นี่เขาทำงานเป็นช่างให้กับโรงงานรถไฟดเซอร์ชินสกี (Dzerzhinsky Locomotive Plant) ในขณะที่ยังเรียนหนังสือไปด้วย จบกระทั้งเรียนจบการโรงเรียนหมายเลข 33
1928 เข้าเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์
1930 ครอบครัวย้ายกลับมามอสโคว์อีกครั้งหนึ่ง เขาเข้าทำงานให้กับบริษัทก่อสร้างของรัฐบาล(First State Mechanical Plant construction)
1932 พฤษภาคม ภายใต้คำสั่งพิเศษของกองทัพแดง เขาได้ถูกส่งไปฝึกเป็นนักบินที่โรงเรียนการบินลุกานส์ก (Lugansk Pilot's school) เขาเรียนการเป็นนักบินทิ้งระเบิดใช้เวลา 18 เดือน จนธันวาคม 1933 ก็เรียนจบในปีถัดมา เครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นแรกที่เขาใช้เป็น Tupolev TB-3 
1939 กลายเป็นผู้บังคับการทิ้งระเบิด และได้ร่วมรบในสงครามคาลคิน โกล (Khalkhin Gol ชื่อแม่น้ำในประเทศจีน เป็นสมรภูมิรบระหว่างรัสเซียและญี่ปุ่น) ซึ่งการรบครั้งนี้ทำให้เขาได้รับรางวัล Order of Lenin
และในช่วงปลายปี ได้เข้ารบในสงคราม Winter War ระหว่างรัสเซียกับฟินแลนด์
1941 เยอรมันโจมตีสหภาพโซเวียต วันที่ 22 มิถุนายน ห้าวันหลังจากนั้นในวันที่ 26 มิถุนายน กาสเตลโล ขับเครื่องบินทิ้งระเบิด แบบ IIyushin DB-3 เครื่องบินของเขาทิ้งระเบิดโจมตีทหารเยอรมันที่ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านเดกชานี (Dekshany) ในเบลารุส เครื่องบินของเขาถูกอาวุธปืนต่อต้านอากาศยานแบบแฟก (Flak) ยิงเข้าที่ถังน้ำมันจนเครืื่องลุกเป็นไฟ เขาตัดสินใจนำเครื่องพุ่งเข้าชนทหารเยอรมัน

ข้อมูลทางการบอกว่า
ในวันที่ 26 มิถุนายน นั้น กัปตันกาสเตลโล นำทึมเครื่องบินท้ิงระเบิด จำนวน 2 ลำ โดยมีทหารอีก 4 คนอยู่บนเครื่องบินลำเดียวกับกาสเตลโล ได้แก่ พลโท อนาโตลี เบอร์เดนยุค (Anatoly Burdenyuk)   จ่าอเล็กซี คาลินิน (Aleksy Kalinin) พลโทกริกอรี สโกโรโบกาตี้ (Grigory Skorobogaty)  เข้าโจมตีขบวนรถถังและรถบรรทุก น้ำมันของเยอรมัน ในเบลารุส  ระหว่างทางจากโมโลเดชโน ไปยัง ราดอชโกวิชชี (Molodechno-Radoshkovichi) เมื่อเครื่องบินถูกยิงและกาสเตลโลได้นำเครื่องพุ่งชนรถถังเยอรมัน มีเพียงและรายงานได้ถูกทำขึ้นโดยเครื่องบินลำที่สองที่สามารถกลับมาได้ และในคืนต่อมาชาวบ้านได้พบศพของกาสเตลโลและนักบินร่วม ที่ถูกไฟเผาอยู่ในซากเครื่องบิน
ทหารที่กลับมาจากปฏิบัติการในคืนนั้นมีเพียง พลโทโวโลเบียฟ (Lorobiev) เท่านั้นที่กลับมาถึงฐานทัพได้หลังเวลาบ่าย 2 เขาเป็นนักบินในเครื่องบินลำที่ 2 ร่วมกับพลโทไรบาส (Rybas)
รายงานบอกว่าพวกเขาพบกับขบวนรถถังบริเวณใกล้หมู่บ้านเดกชานี (Dekshany) และเริ่มทิ้งระเบิดที่ความสูง 400 เมตร เขามองเห็นว่าเครื่องบินของกาสเตลโลลุกเป็นไฟ และนักบินประจำป้อมปืนบนเครื่งอ ใช้ปืนกลขนาด 12.7 ม.ม. ยิงไปที่ฝ่ายเยอรมัน และก็มองเห็นว่าเครื่องบินนั้นตกระเบิดเป็นชิ้นๆ ซึ่งเป็นการระเบิดที่รุนแรงมา และวันต่อมาได้มีการเข้าไปถ่ายภาพสถานที่ระเบิด
6 กรกฏาคม 1941 ได้มีข่าวปฏิบัติการณ์ของกาสเตลโลบนหนังสือพิมพ์ทั่วโซเวียต 
25 กรกฏาคม 1941  นิโคไล กาสเตลโล ก็ได้รับมอบรางวัล Hero of the Soviet Union
และการสละชีวิตของเขา เป็น Fire Ram (การขับเครื่องบินเข้าชนศัตรู) ครั้งแรกในสงครามระหว่างโซเวียตกับเยอรมัน เขากลายเป็นฮีโร่ในสงครามโลกคนหนึ่งที่ถูกจดจำได้มากที่สุดของโซเวียต และการเป็นข่าวและเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อของโซเวียต หน่วยทหารเดียวกับกาสเตลโล ตอนนั้นเผชิญความสูญเสียอย่างมากในสงครามมีทหารเสียชีวิตไปอีก 148 นาย และระบุชื่อได้เพียง 12 คน เสียเครื่องบินทิ้งระเบิดไปอีก 47 ลำ

ความเห็นแย้ง มีอยู่หลายเรื่อง
ในปี 1951 ได้มีการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ว่าไม่สามารถหาเศษส่ิงของของนักบินทั้งสองคนได้ แต่กลับปมชิ้นส่วนของเครื่องบินของนักบินอีกคนหนึ่งคือ อเล็กซานเดอร์ มาสลอฟ (Aleksandr Maslov) ซึ่งทำให้เชื่อว่าคนที่นำเครื่องบินพุ่งชนกองทหารเยอรมันน่าจะเป็น มาสลอฟ , ต่อมาในปี 1996 ประธานาธิบดี บอริส เยลต์ซิน จึงได้มอบรางวัล Heros of Russia ให้กับ มาสลอฟ
แต่อย่างไรก็ตาม การที่หาซากและร่างของกาสเตลโล ไม่พบก็เป็นเหตุยืนยันได้ว่าเขาเสียชีวิตในวันนั้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นคนที่สนับสนุนเขาก็ยังเคารพในการเสียสละของนายทหารเหล่านั้น ที่เสียชีวิตไปในสงครามทุกคน

Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann