Igor Kurchatov




อิกอร์ เคอร์ชาตอฟ (Игорь Васильевич Курчатов)
ผู้ริเริ่มโครงการพัฒนา ระเบิดนิวเคลียร์ ของสหภาพโซเวียต "father of the Soviet atomic bomb"


เคอร์ชาตอฟ เกิดในซิมสกี ซาวอด (Simsky Zavod) ในเขตเชลย่าบินส์ก (Chelyabinsk Oblast)  เมื่อวันที่ 12 มกราคม 1903 (ปฏิทินเดิม วันที่ 30 ธันวาคม 1902 )
1909 ครอบครัวย้ายไปยัง Simbirsk
1912 ย้ายมาอยู่ที่ ซิมเฟโรปอล (Simferopol) เมืองหลวงของเขตไครเมีย
24 สิงหาคม 1912- 16 พฤษภาคม 1920 ศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียน ซิมเฟโรปอล หมายเลข 1 (Simferopol gymnasium No.1) 
เข้าศึกษาด่อด้านฟิสิกข์ ที่มหาวิทยาลัยไครเมีย (Crimea State University) ภายใต้การดูแลของ ศจ.ไอออฟ (Abram Fedorovich Ioffe) จนกระทั้งจบปริญญาเอก ในปี 1923 
1924 เข้าทำงานวิจัยที่สถาบันโพลีเทคนิคแห่งบากู (Baku Polytechnic Institute) ในอาร์เซอร์ไบจาน
1925 จากนั้นเข้าเรียนต่อที่สถาบันโพลีเทคนิคแห่งเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก (Polytechnical Institue of Petrograd) ซึ่งเขาได้รับปริญญาทางด้านวิศวกรรมทางทะเล  เมื่อเรียนจบก็เข้าทำงานที่สถาบันแห่งนี้ จนถึงปี 1943 โดยตอนแรกทำงานเป็นผู้ช่วยในห้องวิจัยทางฟิสิกข์
1930 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าของแผนกฟิสิกของ Physical-Technical Instituee
1934 ผลการศึกษาของเคอร์ชาตอฟ ช่วยเปิดสาขาใหม่เกี่ยวกับการศึกษาธาตุโดยการยิงอนุภาคนิวตรอนเข้าไปที่อะตอมของธาตุนั้นๆ 
1935 ค้นพบปรากฏการณ์  Nuclear Isomerism ร่วมกับน้องชายของเขา ชื่อ บอริส และเพื่อน
1939 ทีมนักวิจัยภายใต้การนำของเคอร์ชาตอฟ สร้างเครื่อง ซินโคลตรอน (Cyclotron) อันแรกของรัสเซีย 
1942 Georgii Flerov ได้ส่งจดหมายลับถึงสตาลิน ถึงความเป็นไปได้ที่เยอรมัน และตะวันตกได้เริ่มการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ไปแล้ว เพราะตอนนั้นมีการค้นพบปฏิกริยาลูกโซ่ มาตั้งแต่ปี 1939 แต่ดูเหมือนว่าวารสารในประเทศตะวันตกเริ่มไม่เผยแพร่ข้อมูลใดๆ ออกมาอีก นั้นเหมือนเป็นการจงใจที่จะไม่เผยแพร่ข้อมูลในเรื่องดังกล่าว เฟลรอฟ จึึงเรียกร้องให้สตาลิน เริ่มโครงการนิวเคลียร์อย่างเร่งด่วนทันที
นั้นทำให้ ศจ.ไอออฟ ส่งชื่อของเคอร์ชาตอฟ ให้กับ โมโลตอฟ (Vyacheslav Molotov) เพื่อเป็นผู้ดูแลโครงการนิวเคลียร์ของโซเวียต เพราะว่าเขามีประสบการณ์ในการวิจัยทางด้านฟิสิกนิวเคลียร์ โดยโครงการนี้ เบเรีย (Lavrenty Beria) ผู้อำนวยการของ NKVD เป็นผู้รับผิดชอบส่วนของด้านการทหาร 
ในช่วงปีนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม เคอร์ชาตอฟ เดินทางมาทำงานที่สถาบัน Physical-Technical Institute ในเลนินกราด ตั้งแต่มาถึงเขามีอาการป่วยด้วยโรค Typhus (ไข้รากสาด) แต่หลังจากหายก็เริ่มทำงาน ซึ่งสถาบันแห่งนี้รับผิดชอบในการออกแบบถังน้ำมันของเครื่องบินทิ้งระเบิด สร้างรถถัง 
ตุลาคม 1942 เขาเดินทางมายังมอสโคว์ เพื่อรับทราบโครงการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ก่อนที่จะเดินทางกลับไปเลนินกราดในเดือนธันวาคม
1943 9 มกราคม เดินทางกลับจากคาซัคสถานมามอสโคว์อีกเพื่อเข้าร่วมโครงการ ในขณะที่ครอบครัวส่วนใหญ่ยังอยู่ที่เลนินกราด 
ระหว่างการพัฒนาโครงการนี้ เคอร์ชาตอฟ ปฏิญาณเอาไว้ว่าเขาจะไว้หนวดและไม่ตัดจนกว่าโครงการจะสำเร็จ ทำให้เขาได้รับฉายาว่า "The Bread"
7 มีนาคม เขาเขียนจดหมายถึงพรรคคอมมิวนิสต์ ในการขอให้มีการล้วงข้อมูลที่จำเป็นจากสหรัฐ เพื่อจะได้ย่นเวลาและแรงงานจำนวนมาก
22 พฤษภาคม เขาเขียนจดหมายอีกฉบับ ขอบคุณพรรคและหน่วยงานสายลับของโซเวียตในการให้ข้อมูลที่ต้องการ
1944 มีการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตอนขึ้นครั้งแรกในโลก  ภายใต้ทีมวิจัยที่นำโดยเกอร์ชาตอฟ
1946 เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เครื่องแรกในยุโรป ภายใต้การนำของเคอร์ชาตอฟ 
1948 เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์
1949 โซเวียตประสบคามสำเร็จในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ มีการทดสอบในวันที่ 29 สิงหาคม 1949 ในทุ่งหญ้าในคาซัคสถาน ที่เขตทดสอบเซมิปาโลตินส์ก  (Semipalotinsk test site) ระเบิดชื่อ RDS-1 (Lightning) 
จากนั้นในปีนี้ โครงการเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ อันแรกในยุโรปก็สำเร็จ ด้วย ชื่อว่า A-1 (Аннушка)
1950 เริ่มการพัฒนาระเบิดไฮโดรเจน ร่วมกับ Andrei Sakharov เจ้าของ Third Idea
1953 ประสบความสำเร็จในการสร้างระเบิด เทอร์โมนิเคลียร์ (Thermonuclear bomb, ระเบิดไฮโดรเจน) ครั้งแรกของโลก (สหรัฐอเมริกา อ้างว่าระเบิด Ivy Mike เป็นระเบิดไฮโดรเจนลูกแรก ทดสอบเมื่อ 1 พฤศจิกายน 1952 บนหมู่เกาะ Enewetak แต่พลังงานส่วนใหญ่ของแรงระเบิดยังมาจากพลังงานแบบ Fission , ในขณะที่การทดสอบระเบิดไฮโดรเจนจริงๆ ของสหรัฐ เกิดขึ้นที่หมูเกาะบิกินี ในปี 1954)
1959 โซเวียตประสบความสำเร็จในการสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ 
1960 เสียชีวิตในมอสโคว์ ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1960 อายุ 57 ปี ด้วยโรค Strokes เขาถูกประกอบพิธีเผา ณ.จุด เนโครโปลิส  (Necropolis) อันทรงเกียรติที่สุดข้างกำแพงเครมลิน
เขาได้รับรางวัล Hero of Socialist Labor 3 ครั้ง ในปี 1949,1951,1954
รางวัล Stalin Prize (1954) , Lenin Prize (1957)







Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann