Felix Dzerzhinsky


wikipedia.org


เฟริก ดเซอร์ซินสกี (Феликс Эдмундович Дзержинский)
ผู้ก่อตั้งหน่วยตำรวจลับ เชก้า (ЧК)

เขาเกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 1877 เกิดในเมืองดเซอร์ชิโนโว (Dzerzhinovo) อยู่ใกล้เมืองมินสก์ เมืองหลวงของเบลารุสปัจจุบัน บิดาของเขามีเชื้อสายโปแลนด์ มีฐานะร่ำรวย ชื่อเอ็ดมุนด์ (Edmund-Rufin Dzerzhinsky,Эдмунд Иосифович Дзержинский . ) จบจากมหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์เบิร์กและทำงานเป็นครูอยู่ในเมืองตากานร็อก (Taganrog)  ในปี 1882 เอ็ดมุนต์ เสียชีวิต 
เฟริก เติบโตมาในบ้านที่เข้มงวด ครอบครัวของเขาเป็นแคธอริก ตอนที่เฟริมีอายุได้ 16 ปี เคยคิดที่จะเป็นนักบวช แต่ว่าสมาชิกในบ้านไม่เห็นด้วย เฟริกนั้นมีความสามารถในการพูด ภาษารัสเซีย โปแลนด์ และฮิบรุ ได้อย่างดี
1887 เข้าเรียนที่ิโรงเรียนในกรุงวิลเนียส (Vilnius, ลิธัวเนีย)  เขาเป็นเพื่อนนักเรียนกันกับโจเซฟ ปิลซุดสกี (Jozef Pilsudski) รัฐบุรุษของโปแลนด์
1895 เพียงแค่สองเดือนก่อนที่จะเรียนจบ เขากลับถูกไล่ออก เพราะว่าเคลื่อนไหวสนับสนุนการปฏิวัติ ทำให้เขาออกมาเคลื่อนไหวกับกลุ่มนิยมลัทธิมาร์กอย่างจริงจัง และร่วมกับสหภาพแรงงาน
1896 เขาเป็นคนหนึ่งใน 15 คนที่เข้าร่วมการประชุมพรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งลิธัวเนีย (Lithuanian Social Democratic Party) ครั้งแรก และเข้าร่วมการประชุมพรรคครั้งที่ 2 ในปีถัดมา ซึ่งเฟริค นั้นไม่สนับสนุนการตั้งเป็นประเทศ แต่ว่าต้องการให้ลิธัวเนียเป็นเขตปกครองตัวเอง
1897 เขาถูกส่งตัวไปยังเมืองคอฟโน่ (Kovno) เพื่อพยายามจัดให้มีการประท้วงของแรงงานทำรองเท้าในเมือง นั้นทำให้เขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ ถูกขังไว้ในคุกที่คอฟโน่นี้เกือบปี ก่อนถูกส่งตัวไปยังไซบีเรีย โดยถูกคำสั่งเนรเทศเป็นเวลา 3 ปี ก่อนที่จะหลบหนีออกมาได้ ในปี 1900, หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังกรุงเบอร์ลิน ซึ่งได้มีโอกาสพบกับ โรซ่า ลักเซมเบิร์ก(Rosa Luxemberg), และ เลฟ โจกิเชส (Leo Jogiches) ผู้นำแนวคิดแบบสังคมนิยมของเยอรมัน
เฟริก ได้ทำงานเป้นเลขานุการของ Komitet Zagraniczy
1899 ร่วมก่อตั้งพรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งโปแลนด์และลิธัวเนีย (Social Democracy of the Kingdom of Poland and Luthuania,SDKPiL) ซึ่งเขากุมอำนาจในพรรคได้อย่างเด้ดขาด

หลังจากนั้นเขาเดินทางไปยังประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งคู่มันของเขาที่ชื่อ จูเลีย โกลแมน (Julia Goldman) ต้องเดินทางไปเพื่อรักษาอาการป่วยจากวัณโรค แต่ว่าทว่าต่อมาเธอเสียชีวิตในวันที่ 4 มิถุนายน 1904 นั้นทำให้เฟริค เสียใจมาก
1905 เขากลับมาเคลื่อนไหวในรัสเซีย สนับสนุนการปฏิวัต 1905 แต่ว่าผลของการปฏิวัติที่ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เขาถูกจับ แต่ว่าต่อมาสามารถหลบหนีออกมาได้อีก ซึ่งเขาได้เดินทางไปยังต่างประเทศ
1910 ตอนอยู่ในกราโกว ในโปแลนด์ เขาได้แต่งงานกับ โซเฟีย มุสแซต (Zofia Muszkat) เธอเป็นสมาชิกของพรรค SDKLiP ซึ่งก่อนแต่งงานกันเธอได้ท้องลูกของพวกเขาแลว แต่ว่าหนึ่งเดือนหลังจากแต่งงานโซเฟียถูกจับ และให้กำเนิดลูกชายชื่อ จาเนค (Janek) ในเรือนจำปาเวียก (Pawiak prison) ในปี 1911 โซเฟีย ถูกตัดสนิเนรเทศไปยังไซบีเรีย ซึ่งลูกชายได้ถูกทิ้งไว้ให้อยู่กับเฟริก โดยเฟริก มีโอกาสพบหน้าลูกครั้งแรกนเดือนมีนาคม 1912 ในวอร์ซอ
1912 ตำนวจสามารถจับกุมตัวเขาไว้ได้ในช่วงปลายปี ระหว่างอยู่ในอพาร์ตเมนต์ โดยเขาใช้ชื่อปลอมว่า Wladyslaw Ptasinski ซึ่งครั้งนี้ทำให้เขาถูกจับขังคุกนานเกือบห้าปี ในเรือนจำหลายแห่ง และเมื่อช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1914 ได้ถูกย้ายจากโปแลนด์มาขังนรัสเซีย ที่เมืองออร์โยล (Oryol) ก่อนที่ในปี 1916 จะย้ายไปยังเรือนจำ บุตีร์ก้า (Butyrka prison) ในมอสโคว์
1917 หลังการปฏิวัติในเดือนกุมภาพันธ์ เขาได้รับอิสระภาพ ตอนแรกตั้งใจจะเดินทางกลับโปแลนด์และไปดำเนินการปฏิวัติที่นั่น แต่ว่าสุดท้ายตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคบอลเชวิค โดยให้เหตุผลว่า เป็นพรรคเดียวที่เป็นของแรงงานอย่างแท้จริง ถ้าไม่อยู่กับบอลเชวิคก็คงจะหลุดจากกระแสการปฏิวัติของแรงงานไป
เมษายน เขาก็ได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการของพรรคประจำมอสโคว์ , เขาเป็นคนหนึ่งที่ให้การสนับสนุน April Theses ของเลนิน เพื่อล้มรัฐบาลเฉพาะกาล และก่อตั้งโซเวียต กรกฏาคม ในการประชุมพรรคครั้งที่ 6 เขาได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการกลาง 
หลังจากนั้นเขาได้เดินทางจากมอสโคว์มายังเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก และมีบทบาทสำคัญในการก่อการปฏิวัติในเดือนตุลาคม เขาเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการทหารเพื่อการปฏิวัติ (Military Revolutionary Committer) และภายหลังจากล้มรัฐบาลได้แล้ว เขาได้ตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความมั่นคงที่สถาบันสโมลน (Smolny Institue) ซึ่งใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของพรรคบอลเชวิคขณะนั้น
20 ธันวาคม , ได้มีการตั้งหน่วยเชก้า (Cheka,ЧК - чрезвыча́йная коми́ссия Chrezvychaynaya Komissiya, All-Russia Extraordinary Commission to Combat Counter-revolutiona and Sabotage) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอำนาจใช้ทุกวิธีการในการต่อต้านผู้ที่ขัดขวางการปฏิวัติ ซึ่งระหว่าง 1917-1921 ช่วงเวลาที่เป็นสงครามกลางเมืองในรัสเซียนั้น เชก้าสังหารฝ่ายตรงข้ามหลายหมื่นโดยไม่สืบสวน และกระทำในที่สาธารณะ ซึ่งเฟริค บอกว่าพวกเขาต้องสร้างองค์กรเพื่อก่ออาชญากรรม เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามรับรู้สัญญาณที่ชัดเจน
เฟริค เป็นคนหนึ่งที่ไม่สนับสนุนการทำสนธิสัญญา Brest-Litovsk peace ซึ่งขัดแย้งกับเลนิน 
1918  7 กรกฏาคม เขาลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าเชก้า แต่ว่าได้รับการแต่งตั้งกลับเข้ามาใหม่ในวันที่ 22 สิงหาคม สาเหตุที่เขาลาออกเพราะการเสียชีวิตของทูตเยอรมันประจำโซเวียต Wilhelm von Mirbach ซึ่งถูกยิงตายในวันที่ 6 กรกฏาคม เขาถูกสงสัยว่ารับรู้เหตุการณ์ดังกล่าวก่อน ซึ่งฝ่ายซ้ายภายในพรรคต้องการปลุกสงครามระหว่างโซเวียตกับเยอรมัน
1922 ตำรวจลับเชก้า ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น GPD และกลายเป็นส่วนหนึ่งของตำรวจ NKVD โดยที่เฟริก ยังคงมีอำนาจอยู่ โดยเขาเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย คอยกำกับ NKVD ซึ่งภายในสำนักงานของเขาที่จตุรัสลุบยานก้า (Lumyanka) ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ มีภาพของโรซ่า ลักเซมเบิร์ก ประดับอยู่ที่กำแพงด้วย
1926 เฟริค เสียชีวิตอย่างกระทันหัน ไม่กี่ชั่งโมงหลังจากเขากล่าวบรรยายในที่ประชุมคณะกรรมการกลางนานติดต่อกันสองชั่วโมง , โดยสาเหตุจากหัวใจล้มเหลว ในวันที่ 20 กรกฏาคม 1926




Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann