Osip Mandelstam


en.wikipedia.org

โอซิป มันเดลสแตม (
Осип Эмильевич Мандельштам)
    ยอดกวีแห่ง Acmeist ผู้เสียชีวิตเพราะสตาลิน

เขาเกิดในกรุงวอร์ซอ เมื่อ 15 มกราคม 1891  พ่อของเขาเป็นชาวสเปนเชื้อสายยิว ชื่อแอมีลี ( Emile Haskl Mandelstam, Эмилий Вениаминович  Мандельштам ) มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายถุงมือที่ชอบศึกษาวิชาปรัญชาด้วย แต่ว่าอาชีพทั้งสองของเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จทั้งคู่ ส่วนแม่ของโอซิปนั้นเป็นนักดนตรีที่มีพรสวรรค์
ชื่อว่า ฟลอร่า (Flora Verblovskaya, Флора Осиповна Вербловская)โอซิป เป็นลูกคนโตของครอบครัว และมีน้องชายอีกสองคน ในปี 1897 ครอบครัวของเขาย้ายมายังเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก
1900  โอซิป เข้าเรียนในโรงเรียนเตนิเชฟ (Tenishev school) ซึ่งเป็นโรงเรียนชั้นสูงแนวหน้าในสมัยนั้น ซึ่งบทกวีของโอซิป ถูกพิมพ์ลงในหนังสือรุ่นของโรงเรียนด้วยในปี 1907
1908 เมษายน สมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งปารีส โดยเรียนในคณะวรรณกรรมและปรัญชา แต่ว่าเขาเรียนอยู่ที่นี่ไม่นานนัก ก่อนที่จะย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเฮียเดลเบิร์ก( University of Heidelberg) ในเยอรมัน
1911 เขาเดินทางกลับมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ซึ่งตอนนั้นมหาวิทยาลัยห้ามไม่ให้ชาวยิวเข้าเรียน เขาจึงต้องเปลี่ยนไปนับถือ เมโธดิซม์ (Methodism) ศาสนาคริสต์โปแตสแตนต์ นิกายหนึ่ง เขาเรียนทางด้านประวัติศาสตร์ สนใจเกี่ยวกับอียิปต์โบราณ และบาบิโลน ตลอดจนแอสซีเรีย นอกจากนั้นเขายังพัฒนางานเขียนกวีและวรรณกรรมของตัวเองให้ดีขึ้น ซึ่งเขามีโอกาสได้เป็นเพื่อนกับ แอนนา อัคมาโตว่า (Anna Akhmatova) และ วายาเชสลาฟ อิวานอฟ (Vyacheslav Ivanov) กวีร่วมสมัยกัน และยังเป็นเพื่อนกับ Nikolay Gumilev ซึ่งพวกเขารู้จักกันตั้งแต่อยู่ในปารีส ซึ่งเหล่ากวีทั้งหลายนี้ชอบไปนั่งประจำในคาเฟ่ชื่อ The Stray Dog(Бродячей собаке)เพื่อแลกเปลี่ยนวิจารณ์ผลงานกันและกัน
ที่ ม.เซนต์ปีเตอร์เบิร์กนี้ เขาไม่ได้สำเร็จการศึกษา , ปีนี้เขาได้พิมพ์บทกวีองเขาลงในหนังสือแม็กกาซีน Apollo ด้วย 
1913 มีผลงานกวีรวมเล่ม ชื่อ The Stone (Камень
1916 มีผลงานรวมเล่มในชื่อเดียวกับเล่มแรก แต่ว่าเพิ่มบทกวีเข้าไปอีก 
ช่วงหลังการปฏิวัต 1917  เขาเข้าทำงานกับรัฐบาล เป็นเจ้าหน้าที่ทั้วไปให้กับหนังสือพิมพ์ของสภา  
1922 เขาแต่งงานกับ นาเดชด้า คามินา (Nadezhda Khazina,  Надежда Яковлевна Хазина) ระหว่างอยู่ในเมืองเคียฟ ทั่งคู่เจอกันในปี 1919  แต่ว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวมีปัญหาบ่อยครั้ง เพราะว่าโอซิปเป็นคนเจ้าชู้ และมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวหลายคน ซึ่งลือกันว่า แอนนา อัคมาโตว่าเป็นหนึ่งในคนที่มีสัมพันธ์ชู้สาวกับเขา แต่ว่าตลอดชีวิตของแอนนา เธอปฏิเสธเรื่องนี้
ในปีนี้ โอซิป และภรรยา ได้ย้ายมายังมอสโคว์หลังแต่งงานแล้ว และยังมีหนังสือกวีรวมเล่มใหม่ชื่อ Tristia พิมพ์ในกรุงเบอร์ลิน , นอกจากนั้นเขายังมีผลงานหนังสือนิทานของเด็ก เรื่อง Two Trams, The Primus Stove ด้วย  โอซิป นั้นมีความสามารถในภาษาอังกฤษ, ฝรั่งเศส และเยอรมัน ในระดับดีมาก , ปีถัดมาเขาพิมพ์ The Stone เล่มที่สามออกมาในเยอรมัน
1925 เขียนนิยายกึ่งชีวประวัติ ชื่อ The Noise of Time(Шум времени)
1928 The Poems(Стихотворения) เป็นผลงานรวมเล่มเรื่องสุดท้ายของเขา

ในปี 1933 โอซิม เขียนบทกวี วิจารณ์การปกครองภายใต้โซเวียต และตำหนิสตาลิน บทกวีของเขาชื่อ Stalin Epigram(Кремлёвский горец) เขาอ่านมันในที่สาธารณะให้คนจำนวนหนึ่งฟัง หนึ่งในนั้นคือ บอริส บาสเตอร์แนค ผู้เชียน ดร.ชิวาโก้ , เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาเขียนมันเป็นเพราะช่วงเวลานั้นเกิดภัยแล้งอย่างหนักในโซเวียต ทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารและคนจำนวนมากอดอยากจนตาย  
1934 เขาและภรรยาถูกจับ ก่อนที่จะถูกตัดสินเนรเทศไปยังค่ายแรงงาน ใน Cherdym ทางยูราลตอนเหนือ ตัวเขานั้นพยายามจะฆ่าตัวตาย จนที่สุดทางการได้ลดโทษให้ โดยเหลือเพียงห้ามเขาอาศัยในมอสโคว์หรือเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ทำให้พวกเขาไปอาศัยใน โวโรเนซ (Voronezh) เมืองใกล้เคียงแทน
1935
1938 เขาถูกจับอีกครั้งหนึ่ง ในเดือนพฤษภาคม วันที่ 5 ในข้อหาต่อต้านการปฏิวัติ เขาและภรรยาถูกเนรเทศไปยังโกลีม่า(Kolyma) ในไซบีเรีย แต่ว่าโอซิป เสียชีวิตระหว่างการเดินทางไป ภายในค่ายใกล้กับวลาดิวอสต็อก ในวันที่ 22 ธันวาคม 1938 ซึ่งทางการบอกว่าเขาตายเพราะอาการหัวใจวาย แต่ก็มีข้อมูลอื่นบอกว่าเป็นไข้ไทฟอยด์ ผลงานของเขาถูกห้ามพิมพ์นานหลายสิบปีหลังการเสียชีวิตของเขาไปแล้ว 

ในปี 1956 ในสมัยของครุสเซฟ โอซิปได้รับการลบล้างความผิดบางส่วน และต่อมาใน ปี 1987 สมัยกอร์บาชอฟ ข้อหาทั้งหมดต่อตัวเขานั้นถูกยกเลิก
ปี 1970 ภรรยาของโอซิป, นาเดชด้า เขียนหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ The Memoir (Воспоминания)/Hope against Hope บอกเล่าเรื่องราวของเธอและสามี และ The Second Book(Вторая книга)/Hope Abandoned  มีผลงานบางส่วนที่ยังไม่ได้พิมพ์ของโอซิป แมนเดลสแตม

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann