Sergo Ordzhonikidze




เซอร์โก้ หรือ กริโกล ออดโชนิคิดเซ ( Серго- Григорий Константинович Орджоникидзе)
เพื่อสนิทของสตาลิน

เกิดในคารากัวลิ (Kharaguali) ทางตอนใต้ของจอร์เจีย มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย  เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 1886
1896-1898 เรียนหนังสือที่โรงเรียนในหมู่บ้านซึ่งเป็นหลักสูตร 2 ปี
1901 เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยการแพทย์
1903 เข้าเป็นสมาชิกพรรค RSDLP เขาเกี่ยวข้องกับเหตุความวุ่นวายทางการเมืองในปี 1903 ก่อนที่จะถูกจับตัวในข้อหาการลักลอบขนอาวุธ แต่หลังจากถูกปล่อยตัวแล้วได้หลบหนีไปยังเยอรมัน
1904 ถูกจับระหว่างอยู่ในเมืองโกริ (Gori) เพราะว่าครอบครองหนังสือที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่ว่าไม่นานก็ถูกปล่อยตัว
1905  เขาจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยเซนต์มิคาอิล (Mikhailov Hospital Medical School) ซึ่งอยู่ในกรุงทิฟลิฟ (ทบิลิซี) เมืองหลวงของจอร์เจีย
เขาร่วมเคลื่อนไหวในเหตุการณ์ปฏิวัติในช่วงนี้ด้วย โดยเคลื่อนไหวในเขตทรานคอเคซัส และทำให้ถูกจับจำคุกเป็นเวลา 5 เดือน ระหว่าง ธันวาคม 1905- พฤษภาคม 1906
1907-1909 ถูกจำคุกอยู่ในกรุงบากู (Baku) เรือนจำเบียลอฟ (Bailov) ในอาเซอร์ไบจาน ซึ่งทำให้ได้รู้จักกับสตาลินซึ่งอยู่ในเรือนจำเดียวกัน  และได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิท เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สตาลินเรียกว่า "คุณ" หลังจากการฆ่าตัวตายของภรรยาคนที่ 2 ของสตาลิน นิเดซด้า อลิลูเยว่า ในปี 1918 แล้ว เซอร์โก้ เดินทางไปนอนค้างในบ้านของสตาลินบ่อยๆ 
ในปลายปี 1909 เขาถูกส่งตัวไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตคราสโนยาร์สก ทำให้เขามีโอกาสที่จะหลบหนีออกมาเขาเดินทางไปฝรั่งเศส และเข้าศึกษาที่ Party School in Longjumeau , ช่วง 1909-1910 เขาเข้าไปพัวพันธ์กับการปฏิวัติเรียกร้องรัฐธรรมนูญในประเทศอิหร่านด้วย เชื่อว่าเป็นเพราะคำสั่งของพรรค
1912 กลับมายังเซนปีเตอร์เบิร์ก เขาไปหาสตาลินช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะถูกจับตัวเอาไว้ได้ในเดือนเมษายน ถูกนำตัวไปขังไว้ในค่าย ชลุสเซลเบิร์ก  (Schlusselburg fortress,  Шлиссельбургской крепости)  ก่อนที่จะส่งตัวไปยังยากุสต์(Yakutsk) ในปี 1915  ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่เป็นหมอภายในค่ายแรงงานด้วย
1917 ได้รับอิสระหลังจากการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ เขาได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการกลางของบอลเชวิคประจำเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เซอร์โก้มีส่วนร่วมในการเคลือนไหวเพื่อการปฏิวัติในเดือนตุลาคม 1917 โดยการก่อตั้งกลุ่มผู้ประท้วงติดอาวุธ 
1919-1920 ได้เป็นสมาชิกสภากลาโหมเพื่อการปฏิวัติ (Revolutionary Military Council)  ซึ่งโซเวียตพยายามจะกลับเข้าไปมีอิทธิพลเหนือดินแดนในภูมิภาคคอเคซัสและเอเซียกลาง โดยการใช้กำลังต่อสู้กับพวกชาตินิยมในดินแดนดังกล่าว 
เมษายน 1920  ได้เป็นคณะกรรมการบริหารประจำภูมิภาคคอเคซัส มีบทบาทนำในความพยายามโค่นล้มรัฐบาลในอาร์เซอร์ไบจาน อาร์เมเนีย และจอร์เจีย
ระหว่างสงครามกลางเมืองในรัสเซีย 1917-1921 เขาเป็นผู้นำกองทัพในการรบกับเดนิกิน (Denikin) 
1922 กุมภาพันธ์ ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการอันดับหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์ประจำภูมิภาคทรานคอเคซัส
1926 กันยายน ได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการพรรคประจำภูมภาพคอเคซัสเหนือ และยังได้ดำรงตำแหน่งรองประธานของคณะกรรมการประชาชนแห่งโซเวียต (Deputy Chairman of People's Commissars) ซึ่งเทียบเท่าตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
1930 เข้าเป็นสมาชิกของโพลิตบุโล และได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีของกระทรวงอุตสาหกรรม (People's Commissar of Heavy Industy) ซึ่งเขาดำรงทั้งสองตำแหน่งนี้จนกระทั้งเสียชีวิต งานที่รับผิดชอบด้านอุตสาหกรรมนี้ เป็นผลงานที่เซอร์โก้ ได้รับการยอมรับมากที่สุด เพราะดูแลอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การปฏิรูปการเกษตร การขนส่ง และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ


ช่วงเวลาที่เกิด great purge นั้น เซอร์โก้  ไม่ได้มีท่าทีสนับสนุนสตาลิน ตัวเขาเองไม่ได้เห็นด้วยกับการกวาดล้างสมาชิกบอลเชวิครุ่นเก่าๆ แต่เขาก็ไม่ได้ต่อต้าน เซอร์โก้ ไม่ค่อยจะถูกกับเบเรีย

เขาเสียชีวิตในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1937  ข้อมูลทางการบอกว่าตายด้วยอาการหัวใจวาย ก่อนถูกนำร่างไปประกอบพิธีข้างกำแพงเบอร์ลินในวันที่ 21 กุมภาพันธ์
แต่ว่ามีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า เซอร์โก้ อาจเสียชีวิตเพราะฆ่าตัวตาย หรือถูกสังหาร เพราะมีการพบอาวุธปืนอยู่ข้างร่างของเขา อย่างแถลงการ์ณลับของครุสเซฟ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1956 ที่ครุสเซฟ ประณามสตาลิน ครุสเซฟ อ้างว่า มิโกยาน (Anastas Mikoyan) เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง แต่ก็อาจจะเป็นความสับสน เมื่อมีการอ้างใหม่ว่า ได้ยินมาจาก มาเลนกอฟ (Georgy Malenkov) 

พี่ชายของเซอร์โก้ ชื่ออิวาน  ถูกจับตัวในปี 1937  แะปีต่อมาภรรยาของเซอร์โก้  ชิเนียด้า ( Зинаиду Гавриловну Павлуцкую) ถูกจับตัวในปี 1938 และถูกจำคุกเป็นเวลา 10 ปี พี่ชายอีกคนของเซอร์โก้ ชื่อคอนสแตนติน ถูกจับพร้อมกับหลานของเขาในปี 1941 และต่อมาก็ถูกยิง

Dr. Gregory Kaminsky, Dr. Joseph I. Khodorovsky, Dr. Lev Levin แพทย์ประจำเครมลิน ที่ออกเอกสารการเสียชีวิตของเซอร์โก้ ว่าเกิดจากหัวใจวาย ล้วนถูกตัดสินประหารในปี 1938 ในข้อหาพยายามลองวางยาพิษผู้นำประเทศหลายคน และอาจเกี่ยวข้องกับการวางยาพิษสังหาร แม็กซิม กอร์กี 

ชื่อ ออดโชนิคิดเซ เคยถูกใช้เป็นชื่อของเมืองหลวงของสาธารณรัฐออสเซเทียเหนือ-อลาเนีย (Nort Ossetia-Alania) ระหว่างปี 1931-1944 และ 1954-1990 ปัจจุบันคือเมืองวลาดิคาฟคาซ (Vladikavkaz )


Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann