Abram Hannibal



ภาพชายผิวดำโดย Eugene Delacroix  (ไม่ใช่ภาพเหมือนตัวจริง)
wikipedia.org


อับราม ฮานนิบาล (Абрам Петрович Ганнибал)
ตุ๊กตานิโกร ของซาร์ปีเตอร์ (The Negro of Peter the Great), ทวดของพุ๊ชกิ้น

ชื่อของเขา อับราม หรือ อิบราฮิม (Ibrahim) , และนามสกุล สะกดทั้ง Hannibal หรือ Gannibal ในภาษาอังกฤษ , ข้อมูลประวัติของเขาไม่ชัดเจน แต่เวอร์ชั่นเท่าไป บอกว่า ฮานนิบาล เกิดในแอฟริกา ในหมู่บ้านชื่อ ลากอน (Lagon) ซึ่งคาบเกี่ยวระหว่างพรหมแดนของเอธิโอเปีย(Ethiopia) กับประเทศอีริเทรีย (Eritrea) เขาน่าจะเกิดในปี 1688 หรือ 1696 ในครอบครัวเชื้อสายยิวเอธิโอเปีย (Amhara)
แต่ว่ามีงานวิจัยของ Dieudonne Gnammanku  (ชาวฝรั่งเศส ผู้เขียน Abraham Hanibal: L'aieul noir de Pouchkine) ที่บอกว่า บ้านเกิดที่แท้จริงของฮานนิบาล คือที่หมู่บ้าน Sultanate ใน Logone-Birni ริมฝั่งแม่น้ำ Logone ในประเทศคาเมรูน ทางใต้ของทะเลสาบชาด (Chad Lake)
1703 ตอนที่ฮานนิบาลมีอายุประมาณ 7-8 ขวบ ฮานนิบาลและพี่ชายถูกลักพาตัว พวกเขาถูกนำตัวไปยังกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ล อาณาจักรออตโตมาน ฮานนิบาล ถูกนำตัวไปยังศาลในคอนสแตนติโนเปิ้ล ซึ่งน่าจะได้พบกับสุลต่านเวลานั้น คือ มุสตาฟา ที่ 2 (Mustafa II, 1695-1703)  หรือไม่ก็ เอเหม็ด ที่ 3 (Ahmed III, 1703-1730) ซึ่งนักประวัติศาสตร์เยอรมันซึ่งไม่ปรากฏชื่อ ได้เขียนเอาไว้ว่า  เด็กทั้งสองมาจากครอบครัวที่มีฐานะ แต่ที่ถูกลักพาตัวมา ก็เพื่อที่จะจับเป็นตัวประกัน ฆ่าทิ้ง หรือนำไปขายเป็นทาส เพราะว่าพ่อของพวกเขาไม่ยอมศิโรราบ พี่สาวของฮานนิบาลยังถูกลักพาตัวมาด้วยในเวลาเดียวกันแต่ว่าเสียชีวิตระหว่างการเดินทางเพราะว่าถูกข่มขึน
1705 ทูตของรัสเซียประจำคอนสแตนติโนเปิ้้้ล เวลานั้น ชื่อ ซาฟว่า รากูชินสกี-วลาดิชลาวิช ( Count, Savva Lukic Raguzinsky-Vladishlavich) ได้ซื้อเด็กชายฮานนิบาลกลับมายังรัสเซีย เพื่อเป็นของขวัญให้กับ ปีเตอร์ ที่ 1 (Peter the Great) ซึ่งทรงชื่นชอบการสะสมของหายากและของแปลก ซึ่งจักรพรรดิปีเตอร์ ได้ทรงอุปการะฮานนิบาลเอาไว้ และเลี้ยงร่วมกับโอรสธิดาของพระองค์เอง
กรกฏาคม ฮานนิบาล เข้าพิธีแบ๊บติสในวิหาร เปียตนิตสกายา (Pyatnitskaya) ในวิลเนียส (Vilnius) ลิธัวเนียปัจจุบัน เพื่อเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ ออโธดอกซ์ โดยมีซาร์ ปีเตอร์ และพระราชินีแห่งโปแลนด์ คริสเตียน เยเบอร์การ์ดิน่า (Christian Ebergardina) เป็นพ่อทูนหัว (godfather) ในพิธี ซึ่งทำให้เขาเปลี่ยนชื่อนาก Ibrahim เป็น Abram , และซาร์ปีเตอร์ ได้ตั้งชื่อกลาง ว่า เปรตรอฟ (Петров) ให้แก่เขาด้วย , ในขณะที่พี่ชายของฮานนิบาล ก็เข้าพิธีด้วย และได้ชื่อว่า อเล็กซี (Alexei)
1716 เดินทางไปยัง เมตซ์ (Metz) ในฝรั่งเศส เพื่อเรียนทางด้านศิลปะ และวิชาเกี่ยวกับการทหาร เขาเป็นคนฉลาดและเรียนวิชาคณิตศาสตร์และภูมิศาสตร์ได้ดี มีความสามารถในการพูดได้หลายภาษา ฮานนิบาล 
1718 ร่วมต่อสู้ในกองทัพฝรั่งเศสของพระเจ้า หลุยส์ ที่  15 (Louis XV) ในการต่อสู้กับ กษัตริย์ฟิลิป์ ที่ 5 แห่งสเปน (Philop V of Spain) ซึ่งเป็นลุงของหลุยส์ ที่ 15 เอง ในสงคราม  War of the Quadruple Alliance (1718-1720)  ซึ่งสเปนต้องการยึดดินแดนอิตาลี และอ้างกรรมสิทธิในบังลังค์ของฝรังเศส ซึ่งทำให้ฮานนิบาลได้รับยศชั้น กัปตัน เป็นการตอบแทน 
ระหว่างอยู่ในฝรั่งเศสนี้เอง ที่เขาประยุกต์นามสกุล Gannibal ไปเป็น Hannibal ตามชื่อกษัตริย์ Hannibal Barca แห่งอาณาจักรคาร์เธก
ตอนอยู่ในฝรั่งเศสนี้เขาได้รับจักกับนักเขียน อย่าง โวลแตร์ (Voltaire) , มองเตสกีเอย (Baron de Montesquieu) ด้วย ซึ่งโวลแตร์ ให้ฉายาฮานนิบาลว่าเป็น "dark star of Enlightenment" 
1722 เดินทางกลับรัสเซีย ซึ่งลือกันว่าซาร์ปีเตอร์ทรงเสด็จออกมารอรับฮานนิบาล ห่างจากมอสโคว์หลายกิโลเมตร
1727 หลังการสวรรคตของ ซาร์ปีเตอร์ ในปี 1725 , อเล็กซานเดอร์ เมนชิคอฟ (Alexander Menshikov) ผู้นำกองทัพและประธานองคมนตรี ได้กุมอำนาจในรัสเซีย เขาเนรเทศฮานนิบาลไปยังเมืองโทมส์ก (Tomsk) ในไซบีเรีย โดยให้เงินเดือน 10 รูเบิ้ล
1730 ได้รับการอภัยโทษ ฮานนิบาลได้รับหน้าที่เป็นนายพัน ดูแลค่ายทหารในโตโบลส์ก (Tobolsk)
1731 แต่งงานกับ เยฟโดเกีย  (Evdokia Andreyevna Dioper, Евдокии Андреевне Диопер) เธอเป็นชาวกรีก และมีลูกด้วยกันคนหนึ่ง แต่ว่าการแต่งงานไม่ราบรื่น เหตุเพราะเยฟโดเกีย เธอไม่ได้เต็มใจแต่งงาน ต่อมาเธอไปทำงานเป็นครูสอนคณิตศาสตร์และวาดรูปในเมืองเปอร์นัว (Pernau) ริมทะเลบอลติก  ซึ่งฮานนิบาลพบว่าเธอมีชู้ ทำให้เยฟโดเกีย ถูกลงโทษโดยการขังคุก นานกว่า 11 ปี
1736 ฮานนิบาลแต่งงานใหม่กับ คริสติน่า (Christina Regina Siöberg, 1705-1781) โดยจัดงานที่ทาลลิน (Tallinn , Estonia) แต่ว่าการแต่งงานซ้อนกันในเวลานั้นเป็นเรื่องที่ผิดกฏหมาย
1741 อลิซาเบธ ธิดาของปีเตอร์ ได้รับสถาปนาเป็นจักรพรรดินี  ทำให้ชีวิตของฮานนิบาลกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง  เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารของเมืองเลวาล (Reval~Tallinn,Estonia) ซึ่งอยู่ในตำแหน่งระหว่าง 1742-1752 และอลิซาเบธได้พระราชทานบ้านหลังหนึ่งให้พัสกอฟ (Pskov) ให้ฮานนิบาลด้วย โดยมีทาสกว่า 100 คน , ได้เป็นที่ปรึกษาของพระนางในศาล และยศทางทหารขึ้นไปถึงพลตรี (Major-General)
1743 เยฟโดเกีย ได้รับการประกันตัว และเธอได้ยืนคำร้องเพื่อขอหย่ากับฮานนิบาลต่อศาล (Consistory~ศาลด้านศาสนา) แต่ว่าการหย่าจากกันของทั้งคู่กว่าจะสมบูร์ก็ปี 1753 ซึ่งการแต่งงานซ้อนทำให้ฮานนิบาลถูกปรับเป็นเงินจำนวนหนึ่ง และต้องสำนึกผิด ส่วน เยฟโดเกีย หลังจากหย่าแล้วเธอได้ไปอยู่ในคอนแวน Staraya Ladoga monastery , อย่างไรก็ตาม การแต่งงานครั้งที่ 2 ของฮานนิบาล ได้รับการยอมรับว่าถูกต้องหลังจากการหย่าสมบูรณ์
1760 30 สิงหาคม ได้รับเหรียญ Order of St. Alexander Nevsky
1762 ฮานนิบาล เกษียรราชการ 
1781 เสียชีวิตในวันที่ 14 พฤษภาคม


...ฮานนิบาล กับคริสติน่า มีลูกด้วยกันถึง 10 คน คนหนึ่งชื่อ โอซิป (Osip) ซึ่งมีลูกสาวคือ นาเดซด้า (Nadezhda) ที่เป็นแม่ของอเล็กซานเดอร์ พุชกิ้น
...ในสมัยที่ซาร์ปีเตอร์ ยังมีชีวิต ฮานนิบาลเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้มีการปลูกมันฝรั่งในรัสเซีย ซึ่งซาร์ปีเตอร์ได้ทดลองปลูกในเมืองสเตรลน่า (Strelna)   ในเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก จึงเชื่อกันว่าที่ตั้งของพิพิธภัณท์  Synda (Су́йда) ในปัจจุบัน ซึ่งเคยเป็นบ้านของฮานนิบาล เป็นสถานที่แรกที่มีการปลูกมันฝรั่งในรัสเซีย
...เล่ากันว่า ฮานนิบาลได้พบกับ อเล็กซานเดอร์ สุโวรอฟ (Alexander Suvorov) ตอนที่สุโวรอฟ มีอายุเพียง 12 ขวบ ซึ่งฮานนิบาลประทับใจในตัวเขามาก และได้ขอบอกพ่อของสุโวรอฟ ให้เขามุ่งเรียนทางด้านการทหาร ...  ซึ่ง อเล็กซานเดอร์ สุโวรอฟ กลายมาเป็นนายทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประวัติศาสตร์โลกที่ไม่เคยแพ้สงคราม และมียศระดับ Generalissimo (สูงกว่า Filed Mashal (จอมพล)) ซึ่งในรัสเซียมีสตาลิน อีกคนที่ได้ยศระดับนี้





Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann