Felix Yusupov


en.wikipedia.org


เจ้าชาย เฟลิก ยุสุปอฟ (Феликс Феликсович Юсупов)
ผู้ร่วมสังหารรัสปูติน

เฟลิก ยุสุปอฟ เกิดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1887 ในเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ตระกูล "ยุสุบอฟ" เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศรัสเซีย ในเวลานั้น โดยมีต้นกำเนิดข่านแห่งมองโกล ร่ำรวยจากการให้เช่าที่ดินจำนวนมากในแถบไซบีเรีย เป็นเจ้าของเหมือง และทำการค้า
พ่อของเฟลิก คือ เคานต์ เฟลิก (Count Felix Felixovich Sumarokov-Elston) เป็นผู้ว่าการของมอสโคว์ ระหว่างปี 1914-1915 , ส่วนแม่คือเจ้าหญิง เซไนด้า ยุสุบอฟ (Princess Zenaida Nikolaievna Yusupova)
1908 พี่ชายของเฟลิก ชื่อว่านิโคไล (Nikolai Felixovich) ถูกยิงตายในวันที่ 22 มิถุนายน ระหว่างการตวลลปืนกับเคานต์ อาร์วิด (Count Arvid Manteuffel) ซึ่งนิโคไล ไปมีสัมพันธ์กับมาริน่า (Countess Marina von Hayden)
1909 เข้าเรียนที่อ๊อกฟอร์ด ของอังกฤษ โดยระหว่างที่เรียนเขาได้ถูกเชิญเข้าเป็นสมาชิกของบูลลิงดัน คลับ (Bullingdon club) ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาของคนชั้นสูง ที่รวมตัวกันทำกิจกรรมด้วยกัน , เฟลิก เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมนักเรียนชาวรัสเซียประจำอ๊อกฟอร์ด (Russian society , Oxford)
1910s ก่อตั้งชมรมผู้นิยมรถยนต์ (Russian Automobile Club) ในมอสโคว์ โดยเช่าออฟฟิตอยู่ที่อาหารบริษัทประกันภัยแห่งแรกของรัสเซีย (Apartment house of the Fisrt Russian Insurance Company)
1912 สำเร็จการศึกษาจากอ๊อกฟอร์ด
1914 22 กุมภาพันธ์ แต่งงานกับเจ้าหญิงอลิน่า (Irina Alexandrovna) ซึ่งเจ้าหญิงอิลิน่า เป็นพระญาติกับซาร์นิโคลัส ที่ 2 พ่อของเธอคือ แกรนด์ดุก อเล็กซานเดอร์ มิคาอิโลวิช (Grand Duke, Alexander Mikhailovich) เป็นลูกของซาร์นิโคลัสที่ 1 
 ระหว่างที่คู่แต่งงานใหม่กำลังฮันนีมูนอยู่ในเยอรมัน ก็เกิดสงครามโลก ครั้งที่ 1 ขึ้น พวกเขาถูกกักตัวไว้ในเยอรมัน โดยคำสั่งของกษัตริย์ไกเซอร์ ที่ 2 (Kaiser Wilhelm II) ก่อนที่พ่อของเฟริกจะเรียกร้องให้ผ่านทูตของสเปนในเยอรมันให้มีการปล่อยตัวพวกเขากลับรัสเซีย
เมื่อกลับมารัสเซีย เฟลิก ได้ใช้ด้านหนึ่งของวังมอยก้า (Moika Palace) มาทำเป็นโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือทหารที่ได้รับบาดเจ็บ โดยที่ตัวเขาเองไม่ต้องเป็นทหารเนื่องจากกฏหมายยกเว้นให้กับบ้านที่มีลูกชายเพียงคนเดียว
1915 ลูกสาวคนเดียวของเฟลิก เกิดมาในวันที่ 21 มีนาคม ชื่อว่าอิริน่า (Irina Felixovna Yusupova)  ชื่อเล่น บีบี้ (Bebe)
ในปีนี้เฟริกเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร Page Corps (Пажеский Корпус) ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับลูกของนายทหารระดับสูง เฟลิกใช้เวลาฝึกอยู่หนี่งปี
1916 29  ธันวาคม (ปฏิทินเดิม 17) วังมอยก้า เป็นสถานที่ที่เฟลิก ร่วมกับแกรนดุ๊ก ดมิทรี (Grand Duke Dmitri) เพื่อนของเขา ในการร่วมกันสังหารรัสปูติน โดยการวางยาพิษ และยิงรัสปูตินด้วยกระสุนสี่นัด ก่อนจะนำร่างไปทิ้งลงในแม่น้ำเนว่า(Neva river) ที่เป็นน้ำแข็ง
หลังรัสปูตินตายแล้ว ยุสุปอฟ ถูกจับตัวกักบริเวณไว้แต่ภายในเขตเคิร์ส (Kursk province)ชานเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก
1917 เมื่อเกิดการปฏิวัติในเดือนกุมภาพันธ์ , เฟลิก  จึงได้เดินทางกลับมายังวังมอยก้าเพื่อเอาเครื่องประดับและภาพเขียนสองภาพ ที่วาดโดยเรมบรานต์ (Rembrandt)  เพื่อใช้เป็นทุนในการหนีออกจากรัสเซีย โดยเฟลิกพาภรรยาและลูก เดินทางลงมายังไครเมีย เพื่อขึ้นเรือรบของอังกฤษ ชื่อ  มาร์ลโบโรห์ (HMS Marlborough) เดินทางท่าเรือในเมืองยัลต้า (Yalta)  ไปยังเกาะมัลต้า (Malta) ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
จากมัลต้า เขาเดินทางต่อไปยังอิตาลี เพื่อนั่งรถไฟมายังกรุงปารีส และสุดท้ายเขาเดินทางไปอยู่ในกรุงลอนดอน
1920 เขาซื้อบ้านในย่านบัวลอง บิลองคูร์ (Boulogne-Billancourt) ทางทิศใต้ของปารีส เป็นที่อาศัยถาวร ซึ่งเขาอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดจนตลอดชีวิต โดยที่มีความเป็นอยู่ค่อยข้างสบายเมื่อเทียบกับชาวรัสเซ๊ยที่หนึการปฏิวัติรัสเซียออกมาในช่วงนั้น
1924 เฟริกและอิลิน่า ก่อตั้งห้องเสื้อ House of IRFE (ИРФЕ) มาจากชื่อ Irina, Felix แบรนด์นี้ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ www.irfe.com ตำนานเล่ากันว่าเฟริก หาเงินในการสร้างห้องเสื้อนี้โดยการขายเพชร The Polar Star (ขนาด 41.285 กะรัต) ให้กับคาร์เทียร์ (Cartier)
1926 ถูกมาเรีย ลูกสาวของรัสปูติน ฟ้องต่อศาลในฝรั่งเศส ในข้อหาสังหารพ่อของเธอ แต่ว่าศาลตัดสินว่าศาลไม่มีอำนาจตัดสินคดีที่เกิดขึ้นในรัสเซีย
1927 The End of Rasputin , หนังสือที่เฟริก เขียนเกี่ยวกับการสังหารรัสปูติน พิมพ์ออกมา
1929 เขาสูญเสียเงินจำนวนมากจากการลงทุนในตลาดหุ้นวอล์ลสตรีต 
1933 ชนะคดีฟ้องร้องบริษัทภาพยนต์ MGM ของสหรัฐ ซึ่งสร้างหนังเรื่อง Rasputin and the Empress ในข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัว พวกเจาได้รับเงินชดเชย 127,373 ดอลล่าห์ โดยคำสั่งของศาลอังกฤษ
1967 เสียชีวิตในปารีส 27 กันยายน ขณะอายุ 80 ปี , ร่างของเขาถูกฝังที่สุสาน Sainte-Geneviève-des-Bois Cemetery สุสานของชาวคริสต์นิกายรัสเซียนออโธดอกซ์
ช่วงปี 1960s  เฟลิก รับเด็กหนุ่มชาวเม็กซิกัน วิคเตอร์ คอนเตรราส (Victor Contreras) วัย 18 ปี มาเลี้ยงดู , ซึ่งหลังเฟลิกและอิริน่าเสียชีวิตแล้ว วิคเตอร์ เป็นคนที่เก็บรักษาของใช้และเอกสารของเฟลิก 
อิริน่า ภรรยาของเฟริก เสียชีวิตในปี 1970 และถูกฝังข้างกับสามี

งานเขียน
1927 The End of Rasputin
1953 Lost Splendor (ตีพิมพ์ในฝรั่งเศส ปี 1952 ในชื่อ Avant L'Exil (Before Exile) ก่อนถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยนิโคลัส กัตกอฟ (Nicholas Katkov)
1953 Memoirs

Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann