Lev Artsimovich



เลฟ อันเดรวิช อาร์ซิโมวิช (Лев Андреевич Арцимович)
หนึ่งในผู้สร้าง Tokamak  

อาร์ซิโมวิช เกิดในกรุงมอสโคว์ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1909 (25 กุมภาพันธ์ N.S.)  ครอบครัวของเขามีฐานะร่ำรวย พ่อของเขาชื่อแอนดริว (Andrew Artsimovich, Андрей Михайлович Арцимович) ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สถิติของการรถไฟมอสโคว์  ส่วนแม่ชื่อว่าโอลก้า (Olga Levy , Ольга Львовна Леви) เป็นชาวยิวจากสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งใช้ภาษาฝรั่งเศส
1919 สงครามกลางเมืองในรัสเซียทำให้เกิดการคลาดแคลนอาหารในมอสโคว์ ทำให้ครอบครัวของเขาต้องอพยพไปอยู่ในเบลารุส ที่เมืองโมกิเลฟ (Mogilev) ก่อนที่ต่อมาจะย้ายไปเมืองคลินท์ซี (Klintsy) แต่ว่าฐานะครอบครัวในช่วงนี้ลำบาก ทำให้เขาส่งอาร์ซิโมวิชไปไว้ที่สถานดูแลเด็ก ซึ่งอาร์ซิโมวิชอยู่ได้ไม่นานเขาก็หนีออกมา และใช้ชีวิตแบบเด็กไร้บ้านอยู่พักหนึ่ง
1922 โดยที่พ่อของเขาได้งานเป็นหัวหน้าภาควิชาสถิติในมหาวิทยาลัยเบลารุส (Belarussian State Universtiy) ครอบครัวของพวกเขากลับไปอาศัยในเมืองโกเมล (Gomel) เบลารุส  , อาร์ซิโมวิช เข้าเรียนชั้นมัธยมปลายในกรุงมินสก์ (Minsk) 
1924 อาร์ซิโมวิช เข้าเรียนในสาขาฟิสิกและคณิตศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเบรารุส
1928 สำเร็จการศึกษา เขาเดินทางไปมอสโคว์ และทำงานอยุ่ในห้องสมุดหลายแห่ง
1929  เขาสอบวิทยานิพนธ์ โดยทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ ทฤษฏีพฤติกรรมของสเปคตรัมของรังสีเอ็กซเรย์(Theory of characteristic X-ray spectra) แต่ว่าเขาได้รับวุฒิอนุปริญญา (diploma)  แทนที่จะเป็นใบปริญญา
1930 เข้าทำงานที่สถาบันฟิสิกเลนินกราด (Leningrad  Physical-Technical Institute) โดยเริ่มทำงานในแผนกรังสีเอ็กซเรย์ แต่ว่าหกเดือนต่อมาย้ายไปอยู่ในแผนกอิเล็กทรอนิกและเอ็กซเรย์ ซึ่งนำโดย P. I. Lukirsky
เขาทำงานร่วมกับ อลิคานอฟ (Alikhanov Alikhanov)  อาร์เทม (Artem Alikhan'yan) ในการศึกษาปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับเอ็กซเรย์
1933 สถาบันเลนินกราดหันมาให้ความสนใจศึกษาฟิสิกเกี่ยวกับนิวเคลียสของอะตอม ทำให้อาร์ซิโมวิชก็ต้องเปลี่ยนมาศึกษาในเรื่องเดียวกัน
1935 ร่วมกับอิกอร์ เคอ์ชาตอฟ (Igor Kurchatov) พิสูจน์ว่านิวตรอนนั้นถูกจับโดยโปรดอน 
1941 เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 สถาบันเลนินกราดถูกย้ายไปตั้งในคาซาน (Kazan) ทำให้เขาต้องย้ายไปทำงานที่นั่นด้วย
1944 เข้าร่วมในห้องปฏิวัติการณ์มาตรวัดแห่งชาติ (Laboratory of Measuring Instrument of USSR) ซึ่งในปี 1955 สถาบันแห่งนี้ถูกเปลี่ยนเป็นสถาบันวิจัยนิวเคลียร์ (Institute of Atomic Energy, Kurchatov Institute , Lab No.2 ) ภายใต้การนำของเคอร์ชาตอฟ  ซึ่งพวกเขาร่วมกับพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ 
1946 ได้เป็นสมาชิกของ Academy of Sciences USSR
1950 เขาเริ่มศึกษาเกี่ยวกับวิธีการในการควบคุมปฏิกริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น
1952 ค้นพบการแพร่รังสีนิวตรอนในพลาสม่าที่อุณภูมิสูง (neutron radiation of high temperature plasma) ซึ่งพบว่าพลาสม่าเหล่านั้นวิ่งได้ด้วยความเร็วถึง 200 กิโลเมตร/วินาที
1953 ก่อตั้งภาควิชานิวเคลียร์ที่มหาวิทยาลัยมอสโคว์ (Department of Nuclear Physics, MSU) , ปีเดียวกันนี้โซเวียตทดลองระเบิดไฮโดรเจนสำเร็จเป็นชาติแรก ทำให้อาร์ชิโมวิชซึ่งร่วมวิจัยระเบิดนิวเคลียร์ได้รับรางวัลสตาลินด้วย  , หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ของโซเวียต รวมถึงอาร์ซิโมวิช ก็ให้ความสนใจหาทางควบคุมปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นนี้้ เพื่อใช้ในทางสันติ 
1955 ร่วมลงชื่อใน Letter of three hundreds ซึ่งเรียกร้องให้โตฟิม ไลเซนโก้ (T Lysenko) ลาออกจากประธานด้านวิทยาศาสตร์การเกษตรของโซเวียต
1956 นักวิทยาศาสตร์ที่สถาบันเคอร์ชาตอฟ สร้างเครื่อง Tokamak (high temperature plasma fusion device, тороидальная камера с магнитными катушками) เครื่องแรกของโลกได้สำเร็จ
1963 ทำงานเป็นรองประธานคณะกรรมการพักวาช (Soviet Pugwash Committee) ซึ่งเมื่อเริ่มต้นเป็นองค์กรรณรงค์ต่อต้านการใช้อาวุธนิวเคลียร์ และเป็นประธานของคณะกรรมการนักฟิสิก (National Committee of Soviet physicists)
1966 เป็นหนึ่งในผู้ลงชื่อในจดหมาย 25 คน (Letter of twenty -five)  ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักเขียนของโซเวียตที่ส่งถึงเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ลีโอนิค เบรฟเนฟ , พวกเขาเรียกร้องไม่ให้มีการลบล้างความผิดของสตาลิน
1968  Tokamak T-3 ถูกสร้างที่สถาบันเคอร์ชาตอฟ ภายใต้โครงการของอาร์ซิโมวิช ซึ่ง T-3 สามารถสร้างพลาสม่าที่อุณภูมิ 10 ล้าน องศาเซลเซียล ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาปฏิกริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น
1973 เสียชีวิต 1 มีนาคม และถูกฝังที่สุสาน Novodevichy cemetery ในมอสโคว์ , ชื่อหลุมบนดวงจันทร์ Artsimovich Crater ถูกตั้งขึ้นตามชื่อของอาร์ซิโมวิช ในปีเดียวกันเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา


1945 Order of the Red banner
1953  Stalin Prize , 1st degree
1958 Lenin Prize
1969 Hero of Socialist Labor





Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann