John F. Kennedy



จอห์น ฟิตซ์เจราล์ด เคนเนดี (John Fitzgerald Kennedy)
ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐ

จอห์น เอฟ. เคนเนดี ชื่อเล่นว่า แจ๊ค (Jack) เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 1917 ในยบรู๊คลิน แมสซาชูเซตต์ (Brookline, Massachusetts) ในครอบครัวเชื้อสายไอริช ,  เคนเนดี มีพี่น้อง 9 คน เขาเป็นคนที่ 2  พ่อของเขาชื่อ โจเซฟ (Joseph Patrick Kennedy, 1888-1969) เป็นนักการเมือง ทำงานเป้นที่ปรึกษาของรูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt)   ได้รับการสนับสนุนจากรูสเวลต์ให้เป็นประธานคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ ก่อนจะได้เป็นทูตสหรัฐฯ ประจำอังกฤษ ในปี 1937
 โจเซฟ ยังร่วมกับแฟรงก์ คอสเตลโล (Frank Costello) มาเฟียเชื้อสายอิตาลี ทำการค้าเหล้าเถื่อน  ซึ่งธุรกิจผิดกฏหมายนี้เป็นรายได้หลักของครอบครัวเคนเนดี นอกจากนั้นยังเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นซึ่งร่ำรวยจาการใช้ข้อมูลภายใน โจเซฟ มีเงินราว 200-400 ล้านเหรียญในยุคนั้น ซึ่งเขาร่ำรวยเป็นอันดับที่ 16 ในสหรัฐฯ 
แม่ของ JFK ชื่อ โรส ฟิตซ์เจรัลด์ (Rose Elizebeth Fitzgerald, 1890-1995) พ่อของเธอเคยเป็น ส.ส. และเคยเป็นผู้ว่าการของบอสตัน
สุขภาพของเคนเนดี ไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เล็ก ซึ่งภายหลังพบว่าเขาเป็นโรคแอดดิสัน (Addison's disease) ซึ่งเป็นโรคที่พบได้น้อย เกิดจากต่อมหมวกไตสร้างฮอร์โมนสเตียรอยด์ได้น้อย ผู้ป่วยมักมีความดันเลือดต่ำ อ่อนแรง
1927 ครอบครัวย้ายมาอยู่ในนิวยอร์ก
1931 กันยายน JFK ถูกส่งเข้าโรงเรียนเอกชนเฉพาะเด็กผู้ชาย The Choate School ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของพวกเขาในคอนเน็คติคัต (Wallingford, Connecticut) ไป 60 ไมล์ เคนเนดีเรียนที่นี้ระหว่างชั้น เกรด 9-12
1935 หลังจากเรียนจบ เขาเดินทางไปอังกฤษ พร้อมครอบครัว ก่อนกลับมาสมัครเรียนที่ปริ้นตัน (Prineton University) ซึ่งเรียนได้แค่หกสัปดาห์ ก็ล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล 
1936 กันยายน เข้าเรียนที่มหาวิทยาฮาวาร์ด (Harvard University)
1940 มิถุนายน สำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยม สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ,  JFK ทำวิทยานิพนธ์ในชื่อ Appeasement in Munich 
ซึ่งพ่อของ JFK เอาวิทยานิพนธ์ของเขามาพิมพ์ขายในเดือนเดียวกัน ในชื่อ Why England Slept? และมันกลายเป็นหนังสือขายดี 
1941 กันยายน เข้าเป็นทหารในกองทัพเรือ  ก่อนหน้านี้เขาได้อาสาสมัครเข้าเป็นทหารครั้งหนึ่งแล้วแต่ว่าถูกปฏิเสธเพราะว่าเขามีปัญหาสุขภาพที่บริเวณหลัง แต่ว่าต่อมาได้ใช้อิทธิพลของผู้อำนวยการ ONI (Office of Naval Intelligence) ซึ่งเป็นเพื่อนกับโจเซฟพ่อของเขา ซึ่งขณะนั้นโจเซฟยังเป็นทูตสหรัฐอยู่ในอังกฤษ
JFK ถูกส่งมาฝึกทหารที่  Naval Reserve Officer Training School และ Motor Torpedo Boat Squadron Training Center ก่อนจะถูกส่งไปปานามา และต่อมาได้ถูกส่งมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ในช่วงสงครามโลก ได้รับตำแหน่งเป็นพันโท (lieutenant) และเคยเป็นกัปตันของเรือ PT-109 (patrol torpedo) เขาได้รับบาดเจ็บหนังในช่วงสงคราม 
1943 ได้รับเหรียญ Navy and Marine Corps medal จากกองทัพเรือ จากวีรกรรมในวันที่ 2 สิงหาคม 1943 ที่หมู่เกาะโซโลมอน ในวันนี้เรือรบญี่ปุ่นโจมตีเรือ PT-109 ของสหรัฐ ทำให้เคนเนดีได้รับบาดเจ็บเพราะตกจากดาดฟ้าเรือ แต่เขายังพยายามว่ายน้ำไปช่วยลูกเรือ ซึ่งวันนั้นมีลูกเรือ 11 คนที่รอดชีวิต จาก 13 คน 
1944 12 สิงหาคม โจเซฟ จูเนียร์ (Joseph P. Kennedy, Jr) เสียชีวิตเพราะเครื่องบินระเบิดระหว่างปฏิบัติภาระกิจลับ Operation Aphodite บริเวณพรหมแดนฝรั่งเศส-เยอรมัน ซึ่งว่ากันว่าเป็นจุดหักเหให้เคนเนดี ที่เดิมที่ต้องการจะทำงานเป็นนักข่าว หันมาลงเล่นการเมืองตามความฝันของพี่ชายและครอบครัวแทน ซึ่งพอถึงช่วงปลายปีเคนเนดีก็ลาออกจากกองทัพ
1946 ลงสมัครเป็นผู้แทนของบอสตัน (Boston) กับพรรคเดโมแครต และได้รับชัยชนะ หลังจากนั้นก็ได้รับเลือกตั้งกลับมาทุกครั้งในปี 1948 และ 1952 เขาทำงานเป้น ส.ส. อยู่นาน 6 ปี ก่อนที่จะลงสมัครเป็นวุฒิสมาชิก 
1952 ชนะในการเลือกตั้งเพื่อเป็นวุฒิสมาชิก โดยเอาชนะคู่แข่งคือ เฮนรี่ ลอดจ์ (Henry Cabot Lodge)
1953 12 กันยายน แต่งงานกับแจ็คการีน (Jacqueline Lee Bouvier) พวกเขามีลูกด้วยกัน 4 คน แต่ว่าสองคนเสียชีวิตไม่นานหลังคลอด ลูกที่มีชีวิตอยู่ คือ จอห์น (John) และ แคโรไลน์ (Caroline)
1955 อาการปวดที่สันหลังกำเริบรุนแรง จนต้องเข้ารับการผ่าตัด
Profiles in Courage เป้นหนังสือชีวประวัติสั้นๆ ของวุฒิสภาชิก 8 คน ซึ่งเคนเนดี เป็นคนเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา มันกลายเป็นหนังสือขายดีและได้รับรางวัลพูลิตเซอร์  ในปี  1957 (ภายหลังมีการเปิดเผยว่าหนังสือเล่มนี้ส่วนใหญ่เขียนโดย ธีโอดอร์ โซเรนสัน (Theodore Sorenson) ผู้ช่วยของเคนเนดี)
1956 อัดไล สเตเวนสัน (Adlai Stevenson) ได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตที่จะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาได้เสนอชื่อคนที่จะมาเป็นคู่ชิงตำแหน่งรองประะธานาธิบดี ซึ่งเคนเนดีไ้ดรับการเสนอชื่อด้วย แต่ว่าเขาได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคมาเป็นอันดับสอง รองจากเคฟัวเวอร์ (Estes Kefauver) จากรัฐเทนเนสซี 
1960 2 มกราคม , ประกาศตัวเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี  โดยที่เขาต้องแข่งกับ ปธน. ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการดีเบตของคู่ชิงตำแหน่งผ่านจอโทรทัศน์ 
10 พฤศจิกายน ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน (popular vote) 49.7% ต่อ 49.5%  และได้คะแนน (Electoral College) 303 เสียงต่อ 219  ทำให้เคนนาดี กลายเป็นประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดของสหรัฐที่มาจากเลือกตั้ง ด้วยอายุ 43 ปี (Theodore Rossevelt เป็น ปธน. ตอนอายุ 42 ปี แต่เขาไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง) 
เคนเนดี กลายเป็น ประธานาธิบดี ที่นับถือโรมันแคทอริกคนแรก 
1961 20 มกราคม , เข้าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดี ซึ่งเขากล่่าวประโยคหนึ่งว่า "อย่าถามว่าประเทศชชาติให้อะไรแก่ท่าน แต่ถามว่าท่านให้อะไรแก่ประเทศชาติ/ Ask not what you country can do for you, ask what you can do for your country" ในพิธีสาบานตน
1 มีนาคมPeace Corps เคนนาดีลงนามในคำสั่ง จัดตั้งทหารเพื่อรักษาสันติภาพ โดยใช้กำลังทหารอาสาสมัครชาวอเมริกัน 
15 เมษายน สหรัฐส่งเครื่องบิน B-26 จำนวน 8 ลำ และใช้เรือจากกองทัพเรือสหรํฐส่งทหารรับจ้างขึ้นฝั่งที่คิวบาอีก  เครื่องบิน B-26  นั้นได้ทิ้งระเบิดที่สนามบินพลเรือนของคิวบา 
18 เมษายน   CIA เริ่มปฏิบัติการบุกคิวบา (Bay of Pig) , 
Bay of Pig ปฏิบัติการนี้ได้รับการอนุมัติ โดยประธานาธิบดีไอเซนฮาว (Dwight D. Eisenhower) โดยให้มีการจ้างนักรบชาวคิวบา โดยจะให้ค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน 225 เหรียญ และยังจะให้เงินเดือน 50 เหรียญกับลูกคนแรก และ 25 เหรียญกับลูกคนถัดๆ ไป เป็นการตอบแทน 
สหรัฐสร้างค่ายฝึกการก่อการร้ายขึ้นมา 13 แห่ง ทั้งในกัวเตมาลา, นิคารากัว, เปอร์โต-ริโก้ , ในแถบคลองปานามา และในสหรัฐเอง 
มิถุนายน , วิกฤตเบอร์ลิน (Berlin crisis) มิถุนายน , ที่เวียนนา เคนเนดี ได้พบกับครุชเชฟ (Nikita Khrushchev) ผู้นำโซเวียต โดยมีการเจรจากันในเรื่องของกรุงเบอร์ลิน ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน  ครุซเชฟ นั้นยืนคำขาดให้สหรัฐและพันธมิตร ถอนกองทัพออกจากเบอร์ลินตะวันตก แต่เมื่อการเจรจาล้มเหลว ไม่นานเยอรมันตะวันออกก็เริ่มสร้างกำแพงเบอร์ลิน 
พฤศจิกายน , แผนพังพอน (Operation Mongoose) เคนเนดี อนุมัติแผนของซีไอเอ ในการลัมรัฐบาลคิวบาของ ฟิเดล คาสโตร ซึ่งมีการคิดแผนการสังหารคาสโตรต่างๆ มากมาย ทั้งการวางยาพิษ วางระเบิด หรือใช้กำลังแทรกแซงคิวบาโดยสร้างสถานะการณ์เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการบุก ซึ่งแผนพังพอน ถูกศาสตร์จารย์ ชอมสกี (Avram Chomsky) จาก MIT บอกว่าเป็นการก่อการร้ายสากล ที่ใช้เงินทุนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะสหรัฐใช้งบประมาณ 50 ล้านเหรียญอย่างน้อย เป็นเวลานานกว่า 14 ปี 
1962 7 กุมภาพันธ์ ลงนามในกฏหมายคว่ำบาตรคิวบา
16 ตุลาคม, วิกฤตมิสไซด์คิวบา (Missile Crisis) ปัญหาเกิดจากในปี 1961 สหรัฐฯ ติดตั้งจรวดมิสไซด์จูปิเตอร์ (Jupiter) ซึ่งมีพิสัยทำการระยะปานกลาง ในตุรกี  ซึ่งมิสไซด์จะสามารถยิงไปได้ไกลถึงมอสโคว์  โซเวียตจึงตอบโต้ด้วยการนำมิสไซด์ ไปติดตั้งในคิวบา และสหรัฐ ได้ตรวจพบ ในวันที่ 4 ตุลาคม โดยใช้เครื่องบินสอดแนม U-2 จนเกิดเป็นเหตุการณ์ 13 Days (16-28 ตุลาคม)    เหตุการณ์จบลงหลังการเจรจาให้มีการถอนจรวดจากทั้งสองฝ่าย พร้อมกับที่สหรัฐฯ รับรองว่าจะไม่บุกคิวบาอีก 
หนังสือ Once Upon a Secret (พิมพ์ 2011)ของ มิมิ อัลฟอร์ด (Mimi Alford) บอกว่าในปี 1962 ตอนเธออายุ 19 ปี เธอได้มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับประธานาธิบดีอยู่นาน  18 เดือน  (มิถุนายน 1962- กรกฏาคม 1963)
1963 22 พฤศจิกายน  เคนเนดี ถูกสังหารในเมืองดาลลัส เท็กซัส (Dallas, Texas) เวลาประมาณ 12.30 p.m.  ด้วยปืนไรเฟิ้ล Carcano Model 91/38 โดยกระสุนนัดแรกเข้าที่ด้านหลังของคอทะลุลำคอมาด้านหน้า และอีกนัดเข้าที่ด้านข้างศรีษะจากทางด้านหลัง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เขาเสียชีวิต กระสุนนัดที่สามนั้นไปถูก จอห์น คอนนัลลี (John Conanlly) ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส , เคนเนดีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปาร์กแลนด์ เมโมเรียล (Parkland Memorial Hospital) แต่ครึ่งชั่วโมงต่อมาก็ถูกประกาศว่าเสียชีวิต 
ลี ฮาร์เวย์ ออสวาล์ด (Lee Harver Oswald) วัย 24 ปี ถูกจับได้ในโรงภาพยนต์ใน 80  นาทีต่อมา 
ออสวาล์ดถูกจับในข้อสงสัยว่าเขาสังหารประธานาธิบดี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ. ทิปปิต (J. D. Tippit) ซึ่งถูกยิงตายหลังจากเคนเนดี 40 นาที , ออสวอล์ด ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้สังหารคนทั้งสอง และไม่ได้เป็นเจ้าของปืนไรเฟิ้ลที่เจ้าหน้าที่พบ
 แต่ ออสวาล์ด ถูกยิงเสียชีวิตในวันที่ 24 พฤศจิกายน แค่ 2 วันหลังถูกจับกุม โดยคนที่สังหารออสวอร์ดชื่อ แจ็ค รูบี้ (Jack Ruby)

หลังการชันสูตร ร่างของเคนเนดี ถูกนำกลับมาที่ทำเนียบขาว และถูกนำไปวางที่ห้องตะวันออก (East Room) 
24 พฤศจิกายน เคนเนดี ถูกนำมาไว้ที่อาคาร The Capitol เพื่อให้ประชาชนไว้อาลัย 
25 พฤศจิกายน วันอาทิตย์ หีบศพของเคนนาดี ถูกฝังตอน 15.34 น. ที่สุสานอาร์ลิงตัน (Arlington National Cemetary) โดยที่แจ็คการีน เคนเนดี เป็นผู้จุดเปลวไฟไว้อาลัย (eternal flame) the glow from that fire can truly light the world.

Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann