Genghis Khan


คาดว่า เตมูจิน เกิดในปี 1155, 1162 หรือ 1167 ปีใดปีหนึ่ง เตมูจิน เกิดที่ริมฝั่งแม่น้ำออนอัน (Onan River) บริเวณภูเขา เบอร์ข่าน คุดัม(Burkhan Khuldun mountain) 
พ่อของเตมูจินชื่อ เยสุไก (Yesügei) เป็นหลานของข่านแอมบาไค (Ambaghai Khan) และ ข่านโฮตุลา (Hotula Khan)  เยสุไก เป็นผู้นำของตระกูลบอร์ไจกิ้น (Borjigin)  เยสุไก นั้นมีภรรยาสองคน คนหนึ่งเป็นแม่ของเตมูจิน ส่วนภรรยาอีกคนไม่ทราบชื่อ แต่มีลูกชายด้วยกันสองคน คือ เบลกุไต (Belgutei) และเบห์เตอ (Behter)
มารดาของเขาชื่อ โฮลัน (Hoelun) มาจากตระกูล Olkhunut  , เตมูจินเป็นลูกคนแรกของโฮลัน แต่ว่าเป็นลูกคนที่สามของเยสุไก หลังจากเตมูจินแล้ว โฮลันมีลูกอีกชื่อ โจชิ (Jöchi Khasar) คาจีอัน (Khajiun) เตมูเจ (Temüge)
ชื่อเตมูจิน เป็นชื่อของ Temujin-üge นักรบคนหนึ่งของชาวตาตาร์ ซึ่งพ่อของเตมูจินจับตัวเอาไว้ได้ เตมูจิน แปลว่า ช่างเหล็ก (Blacksmith)
นักประวัติศาสตร์เปอร์เชีย ชื่อราชิด อัล-ดิน (Rashid-al-Din) บรรยายลักษณะของเตมูจินเอาไว้ว่า เป็นคนที่สูง ไว้หนวดยาว มีนัยตาสีเขียวและมีผมสีแดง , นอกจากนั้นยังเล่ากันว่าตอนเกิดที่ฝ่ามือขวาของเตมูจิน มีรอยเส้นเลือดขอด ซึ่งเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์มงคลหมายถึงพลังอำนาจ 
เตมูจิน มีศักดิ์เป็นเหลนของข่านคาบูล (Kabul Khan, 1130-1150) ซึ่งเป็นวีรบุรุษคนหนึ่งของมองโกล ที่เคยรวมแผ่นดินเป็นบึกแผ่นได้่ช่วงสั้นๆ 

ตอนอายุได้ 9 ขวบ เตมูจินถูกส่งไปอยู่ในการดูแลของได เซ็ตซิน (Dai Setsen) ครอบครัวของว่าที่เจ้าสาวของเขาในอนาคต ชื่อบอร์เต้ (Börte Ujin) ซึ่งเป็นชาวเผ่าองกิรัต (Onggirat) บอร์เต้นั้นมีอายุ 11 ปี ในขณะนั้น
ช่วงเวลานี้เองพ่อของเตมูจิน ก็มาเสียชีวิตเพราะถูกวางยาพิษในอาหาร ระหว่างที่เขาไปเจรจากับพวกตาตาร์ซึ่งเป็นศัตรูกันมานาน หลังจากพ่อ เตมูจินเรียกร้องสิทธิในการเป็นผู้นำเผ่าต่อจากพ่อแต่ถูกปฏิเสธเพราะยังเด็กเกินไป  แม่และพี่น้องของเตมูจินถูกขับออกจากการดูแลของผู้นำเผ่า ทำให้พวกเขาอยู่กันอย่างยากลำบากและต้องออกล่าสัตว์และเก็บผลไม้ป่าเลี้ยงดูกันเอง
ระหว่างที่ล่าสัตว์ครั้งหนึ่ง เตมูจิน ได้พลาดฆ่า Behter พี่น้องต่างมารดาของเขาเสียชีวิต 

1177 เตมูจิน ถูกจับตัวโดยตายิชิอุด (Tayichi'ud) ซึ่งเคยเป็นเพื่อนของพ่อเขา  เตมูจินถูกนำตัวไปเป็นทาส แต่ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจาก Chilaun
1184 แต่งงานกับบอร์เต แต่หลังจากแต่งงานไม่นานบอร์เตถูก Merkits ลักพาตัวไป ก่อนที่เตมูจินจะตามไปช่วยกลับมาได้ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ข่านต๊อกรูล (Toghrul Khan, Wang Khan) ข่านแห่งเผ่าเกเรียต (Kerait tribe)   และนายทหารชื่อจามูข่า (Jamukha) ซึ่งเป็นเพื่อนและพี่น้องร่วมสาบานของเตมูจิน
1185 ลูกชายคนโตโจชิ (Jochi) เกิดขึ้นมา
1186 Chagatai ลูกชายคนที่สอง
1186 ตุลาคม , โอกาได (Ögadei) ลูกชายคนที่สาม
1186 ทำสงครามกับจามูข่า 
1190 ลูกชายคนที่สี่โตลุย (Tolui) , 
เตมูจินสามารถรวบรวบเผ่าต่างๆ มาอยู่ใต้อำนาจได้  แต่ช่วงนี้ความสัมพันธ์ของเตมูจินกับ ข่านต๊อกรูล มีปัญหาเพราะว่าเตมูจินขอลูกสาวของต๊อกรูลให้มาแต่งงานกับโจชิ ลูกชายคนโตของเขาแต่ถูกปฏิเสธ ในขณะที่เซงกัม (Senggum) ลูกชายของข่านต๊อกรูลก็อิจฉาเตมูจินที่เริ่มีอำนาจมากขึ้นและได้วางแผนกำจัดเตมูจิน ต๊อกรูลหันไปจับมือกับจามูข่าที่ขัดแยังกับเตมูจินเช่นกัน  แต่ว่าข่านต๊อกรูลและจามูข่าต้องแพ้ให้กับกองทัพเตมูจินที่แข็งแกร่งกว่า  จามูข่านั้นต้องหนีเอาชีวิตรอดไปหลังจากนั้น ในขณะที่เผ่าเกเรียตของข่านต๊อกรูลถูกทำลายหายไป
จามูข่า หนีไปอยู่กับเผ่าไนแมน (Naiman)
1196  กองทัพผสมระหว่างเตมูจินกับข่านต๊อกรูลร่วมกันโจมตีเผ่าตาตาร์
1199 กองทัพผสมระหว่างเตมูจิน กับข่านต๊อกรูล,  จามูข่า สามารถรบชนะข่านของชาวตาตาร์
1201 จามูข่า ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเกอข่าน (Gur Khan) ซึ่งเป็นผู้นำของดินแดน Kara-Khitan Khanate , จามูข่าร่วมกับ ไนแมน พยายามที่จะกำจัดเตมูจิน แต่ว่าก่อนที่จะเกิดการรบกัน นายทหารของจามูข่าหลายคนได้แปรพักตร์ไป
1202 เตมูจินรบกับพวกตาตาร์ และเอาชนะชาวมองโกลเผ่าเมอร์กิต Merkit 
1203 รบชนะเผ่าเกรายิต (Kerayit)
1204 ฤดูร้อน, เอาชนะชนเผ่าไนแมน
ฤดูใบไม้ร่วง, เอาชนะเผ่า Merkit
1205 จามูข่าถูกจับและถูกลงโทษประหาร  ว่ากันว่าก่อนหน้านั้นเตมูจินได้ยื่นไมตรีให้พวกเขากับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง แต่ว่าจามูข่าปฏิเสธโดยบอกว่าบนท้องฟ้ามีพระอาทิตย์ได้เพียงดวงเดียว และเขาขอให้มีการลงโทษประหารเขา
สมาชิกที่เหลือในตระกูลเมอร์กิต เข้าร่วมกับ Naiman แต่ว่าถูกจำกัดโดย Subutai ทหารของเตมูจิน 
1206 ได้รับตำแหน่งเป็นเจงกิสข่าน (Genghis Khan)
1207-1210 ทำสงครามกับชาวตังกู (Tangu) ในอาณาจักรของราชวงศ์เซี่ย (Xia Dynasty) 
1211 รบกับราชวงศ์จิน (Jin Dynasty) อีกอาณาจักรหนึ่งของจีนซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเซี่ย  
1215 เมืองหลวงของราชวงศ์จิน กรุงปักกิ่ง (Yangjing, Beijing) ถูกมองโกลยึดเอาไว้ได้ จักรพรรดิ Xuanzong ต้องย้ายเมืองหลวงลงมาทางใต้มาอยู่ที่ไคเฟง (Kaifeng) 
1218 ทำสงครามกับการาคิตาน (Western Liao, Kara-Khitan khanate) ริมฝั่งทะเลสาบบัลข่าน ดินแดนนี้ก่อตั้งโดยข่านคุชลัก (Kuchlug) อดีตข่านคนหนึ่งของตระกูลไนแมนที่หนีมาเมื่อตระกูลแพ้ให้กับเตมูจิน  แต่ข่านคุชลัก แพ้ให้กับเตมูจินอีกและหนีไป
1219  บุกเอเชียกลาง เริ่มทำสงครามกับชาห์ อลา อัดดิน มูฮัมมัด (Shah Ala ad-Din Muhamman) แห่งราชวงศ์ควาเรซเมียน (Khwarezmian Dynasty)  อลา มูฮัมมัดแพ้ให้เตมูจินในปี 1220  หลังจากนั้นกองทัพมองโกลแบ่งออกเป็นสองส่วน เตมูจิน นำกองทัพไปทางอัฟกานิสถานและบุกไปจนถึงตอนเหนือของอินเดีย ส่วนอีกกองทัพหนึ่งนำโดยนายพล เจเบ (Jebe) และ สุบุไต (Subutai) บุกไปยังดินแดนรอบทะเลสาบแคสเปี้ยน ทำลายจอร์เจีย อาร์เมเนียร์ จนกระทั่งไปถึงเคียฟรัสเซีย 
1920 พิชิตดินแดนทรานโซเซียน่า (Transoxiana) , บุคาร่า (Bukhara) และ ซามาร์คานด์ (Samakand) 
ก่อตั้งเมืองหลวงการาโกรัม  (Karakorum)
1223 31 พฤษภาคม, การรบริมฝั่งแม่น้ำคาลก้า (Battle of Kalka River) มองโกลนำโดยเจเบและสุบุไต รบกับกองทัพของมัสติสลาฟ ที่ 3 (Mstislav III of Kiev) และ มัสติสลาฟ (Mstislav the Bold)  ซึ่งหลังจากฝ่ายรัสเซียแพ้ มัสติสลาฟ ที่ 3 ถูกจับทรมานตนเสียชีวิต หลังจากนั้นสุบุไต เตรียมตัวที่จะบุกยุโรปลึกเข้าไปอีกแต่ว่าได้รับคำสั่งจากเตมูจินให้เดินทางกลับมองโกล 
1225 ทหารทั้งสองกองทัพของมองโกลกลับมารวมกันอีก 
1226 โจมตีราชวงศ์เซี่ยและจิน อีกครั้งหนึ่ง หลังจากสองอาณาจักรนี้ปฏิเสธที่จะส่งทหารไปร่วมรบตอนที่มองโกลบุกอาณาจักรคาเรซเมียน 
โจชิ ลูกชายคนโตของเตมูจิน เสียชีวิต 
1227 18 สิงหาคม เจงกิส ข่าน ก็เสียชีวิต คาดว่าเป็นในกันสุ  (Gansu) สาเหตุของการเสียชีวิตไม่แน่ชัด บ้างว่าเกิดจากตกจากหลังม้า และบ้างว่าได้รับบาดเจ็บจากการรบกับตันกู หรือถูกเจ้าเจ้าหญิงของตันกูใช้มีดแทง
ศพของเขาจะถูกนำกลับมายังมองโกเลียและถูกฝังในสถานที่ที่ยังไม่มีใครทราบ หลังจากสิ้นเจงกิสข่าน อูเกได ได้รับอำนาจสืบต่อมา 

Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann