Rurik


รูริค (Рюрик)
กษัตริย์พระองค์แรกของราชวงศ์รูริค

  หนังสือ Tale of The Bygone Year (Повесть временных лет) เขียนโดยนักบวชเนสเตอร์ (Nestor) หนังสือเล่มนี้ถูกแต่งขึ้นในศตวรรษที่ 12  หลักหลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่เล่าถึงประวัติของรูริค  ซึ่งสวรรคตก่อนหนังสือจะถูกเขียนกว่า 200 ปี 
ตามหนังสือเล่าว่า รูริค เป็นหัวหน้านักรบชาววารันเจี้ยน (Varangian, Varyag, Viking)  เขาถูกเชิญมายังบริเวณเมืองนอฟโกรอด (Novgorod)  ในปี 862 โดยชาวสลาฟ (Slavic) และชาวฟิน (Finnic) เผ่าชัด, เวส, สโลเวน, ไครวิตช์ (Chud, Ves, Slovene, Krivitch)  เพื่อปกครองคนเหล่านี้ซึ่งมีความขัดแย้งกัน
เนสเตอร์เล่าว่า รูริค นั้นเดินทางมาพร้อมด้วพี่น้องอีกสองคน ชื่อ ไซเนียส  (Sineus) กับ ทรูเวอร์ (Truvor)  โดยที่ รูริค ปกครองเมือง นอฟโกรอด , ไซเนียส ปกครองเมืองเบลูเซโร่ (Beloozero) และ ทรูเวอร์ ปกครองเมือง อิซบอร์กส (Izborsk)  ซึ่งเป็นสามเมืองที่เป็นรากฐานการก่อตั้งชาติ ในภาษาสลาฟนั้นเรียกชาววารันเจี้ยน ว่า รัส (Rus) ทำให้ดินแดนทั้งหมดถูกเรียว่าเป็น รัส ไปด้วย
แต่สองปีต่อมา ไซเนียส และ ทรูเวอร์ เสียชีวิต ทำให้รูริค เป็นผู้ปกครองดินแดนทั้งหมดเพียงลำพัง 
ปี 879 รูริค สวรรคต ซึ่งทรงมีโอรสคนเดียวคือเจ้าชายอิกอร์ (Igor) แต่ว่ายังทรงพระเยาว์มาก  เจ้าชาย โอเล็ก (Oleg Veshchy) ซึ่งเป็นญาติของรูริคและเป็นแม่ทัพจึงทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทน
ปี 880 โอเล็ก ย้ายเมืองหลวงจากนอฟโกรอด มายังเคียฟ เริ่มเป็นยุคสมัยของเคียฟรัสเซีย (Kievan Rus) 

นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่า ไซเนียส และทรูเวอร์ ไม่ได้มีตัวตนจริง แต่เกิดจากความเข้าใจผิดในการแปลภาษา
 sine-hus มาจาก his-kin
thru varing หมายถึง unfailing troop
นอกจากนั้นยังมีทฤษฏีที่เชื่อกันว่า เมืองหลวงที่รูริคปกครองนั้นไม่ใช่นอฟโกรอด แต่ว่าเป็นเมือง ลาโดก้า (Ladoga

 สุสานของรูริคนั้นอยู่ที่ใดยังไม่แน่ชัด แต่นักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่าเป็นที่เนิน ชัมโกร่า (Shum Gora, Шум Гора, เนินแห่งเสียง)  ทางตะวันตกของนอฟโกรอดไป 60 กิโลเมตร ชัมโกร่า ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลูก้า (Luga river) มีความสูง 14 เมตร และฐานกว้าง 70  เมตร รูปทรงคล้ายปิรามิด แต่ว่ามีเพียง 2 ขั้น 
ตำนานเล่าว่า ในปลายฤดูใบไม้ผลิ รูริคทำการรบอยู่ตอนเหนือของฝั่งแม่น้ำลูก้า พระองค์ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต พร้อมกับนักรบอีก 12 คน ท่ามกลางอากาศที่เย็นจัด  ตอนแรกมีการนำเอาก้อนหินมาวางปกคลุมพระศพไว้ ก่อนที่ในฤดูใบไม้ร่วงจะมีการย้ายพระศพมาริมฝั่งด้านใต้ของแม่น้ำ เพื่อประกอบพิธี  พระศพถูกเผาในโลงที่บรรจุเหรียญทองคำและเหรียญเงินมากมาย พร้อมกับมีการเผาม้า และอานม้าที่เป็นพาหนะของพระองค์ นอกจากนั้นยังนำกระโหลกศรีษะของนักรบทั้ง 12 วางไว้รอบๆ 

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann