Dmitri Mendeleev


ดมิทรี อิวาโนวิช เมนเดเลเยฟ (Диммитрий Иванович Менделеев)


เมนเดเลเยฟ เกิดที่เมืองโตบอลส์ก (Tobolsk) ในไซบีเรีย วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1834  (27 มกราคม O.S.)พ่อของเขาชื่ออิวาน (Ivan Pavlovich Mendeleev) เป็นผู้อำนวยการและครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งในโตบอลส์ก และแม่ชื่อมาเรีย กอร์นิไลว่า (Maria Dmitrievna Kornilieva) เมนเดเลเยฟเป็นลูกคนสุดท้ายในลูกจำนวนสิบเจ็ดคน แต่ว่าแปดคนที่ในจำนวนนี้เสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในวัยทารก 


1841 เข้าเรียนที่จิมเนเซียมในโตบอลส์ก 
1849 ครอบครัวย้ายมาอยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก  ช่วงเวลานี้ครอบครัวมีฐานะยากจน เพราะก่อนหน้านี้พ่อของเขาสูญเสียการมองเห็นจนต้องออกจากงาน และแม่จึงกลับไปจับธุรกิจโรงงานผลิตแก้วของครอบครัวที่เคยทิ้งไปนานแล้ว แต่ว่าโรงงานเกิดไฟไหม้ 
1851 ตอนอายุ 17 ปี   เข้าเรียนที่วิทยาลัยครูเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St.Petersburg Institute of Pedagogy) ในสาขาฟิสิกและคณิตศาสตร์
1855 หลังจากเรียนจบหลังจากนั้นเขาต้องล้มป่วยด้วยวัณโรค เมนเดเลเยฟต้องเดินทางไปพักรักษาตัวในแถบไครเมียอยู่หลายเดือนจนอาการดีขึ้น เขาก็กลับมาทำงานเป็นครูสอนวิทยาศาตร์ที่วิมเฟโรโปลจิมเนเซียม หมายเลข 1 (Simferopol gymnasium No.1) ซึ่งเป็นโรงเรียนชายล้วน
1856 อายุ 22 ปี เรียนจบโทด้านเคมี 
1857 ทำงานเป็นเลคเชอร์ที่มหาวิทยาเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (Imperial University of St.Petersburg) ในภาควิชาเคมี  นอกจากนี้ยังสอนที่โรงเรียนเตรียมทหารหมายเลข 2 (2nd Cadets Corps) ด้วย
1859 ถูกส่งให้เดินทางไปไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เยอรมันและประเทศในยุโรปอื่นๆ เพื่อศึกษาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
1862 22 เมษายน , แต่งงานกับเฟียซว่า เลชเชว่า  (Feozva Nikitichna Leshcheva) ลูกสาวของนักเขียนนิยายชื่อปีเตอร์ เยอร์ชอฟ (Peter Yershov) ผู้เขียนเรื่อง The Little Humpbacked Horse ทั้งคู่แต่งงานกันภายในโบสถ์ในสถาบันวิศวกรรมนิโคลาเยฟ (Nikolaev Enginerring Institute) ซึ่งเมเดเลเยฟทำงานสอนที่นี่ด้วย
 และต่อมาทั้งคู่มีลูกด้วยกันสามคนชื่อ แมรี่ (Mary,b.1863) เสียชีวิตตั้งแต่ยังเป็นทารก  วลาดิมีร์ (Vladimir,1865-1898) และโอลก้า (Olga,1868-1950)
1863 ได้รับตำแหน่งศาสตร์จารย์ที่สถาบันเทคโนโลยีเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St.Petersburg Institute of Technology) 
1865 จบปริญญาเอก โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง On the Combinations of Water with Alcohol / วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ทำให้หลายคนอ้างว่าเมนเดเลเยฟ มันคนกำหนดมาตรฐานให้กับว๊อดก้าของรัสเซียให้มีแอลกอฮอลที่ 40% 
1869 เมนเดเลเยฟ นำเสนอการค้นพบตารางธาตุของเขาให้กับสมาคมเคมีของรัสเซีย (Russian Chemical Society) และต่อมาในปีเดียวกันนี้เขาได้พิมพ์หนังสือ Principles of Chemistry ซึ่งรวมเอาตารางธาตุของเขาลงไปด้วย ซึ่งเมนเดเลเยฟ ได้ใช้คำว่า Periodic law / กฏแห่งคาบ ซึ่งบอกว่าคุณสมบัติของสสารขึ้นอยู่กับน้ำหนักของอะตอม  ซึ่งเขาสามารถทำนายการมมีอยู่ของธาตุที่ยังไม่ถูกค้นพบได้อย่างเช่น Gallium (ค้นพบปี 1875) Scandium (1879) Germaniumm (1886)
1870s ช่วงปลายปี 70s เมนเดเลเยฟแต่งงานอีกครั้งหนึ่งกับแอนน่า โปโปว่า (Anna Ivanovna Popova) ซึ่งมีลูกด้วยกัน 4 คน ชื่อ ลูบ้า (Lyuba) อีวาน (Ivan) และฝาแฝด แมรี่กับเบซิล (Mary and Basil) 
ซึ่งลูบ้า ภายหลังในปี 1903 ได้แต่งงานกับอเล็กซานเดอร์ บล๊อก (Aleksander Blok) นักเขียนคนสำคัญของรัสเซีย
1877 ได้รับการเลือกให้เป็นสมาชิกไม่ถาวรของสถาบันวิทยาศาสตร์รัสเซีย (Imperial Academy of Sciences) แต่ว่าในปี 1880 เมนเดเลเยฟ ต้องผิดหวังเมื่อไม่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของสถาบันเต็มตัว 
1879 เมนเดเลเยฟ มีส่วนริเริ่มให้มีการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันแห่งแรกในรัสเซีย ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านคอนสแตนติน ในเขตยาโรสลาฟ (Constantine, Yaroslav)
1887 เขานั่งบอลลูนขึ้นไปเพื่อที่จะสังเกตุปรากฏการณ์สุริยะปราคา แต่ว่าโชคไม่ดีที่ในวันนั้นท้องฟ้ามีเมฆจนเขาไม่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์
1890 17 สิงหาคม, ลาออกจากตำแหน่งในมหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 
1893 ได้รับตำแหน่งผู้อำนายการของสถาบันมาตรวัด (Bureau of Weights and Measures)  
ตอนนี้เขายังทำงานให้กับโรงงานผลิตดินปืน ชื่อ P.K. ushkova ซึ่งเมนเดเลเยฟได้พัฒนาดินปืนแบบไร้ควัน (smokeless powder) ขึ้นมา
1899 เป็นหัวหน้าคณะทำงานในโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในแถบยูราล
1905 ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (Royal Swedish Academy of Sciences) ซึ่งปีต่อมาคณะกรรมการรางวัลโนเบลได้มีการเสนอชื่อของเมนเดเลเยฟเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาเคมี ในฐานะผู้คิดค้นตารางฐาน แต่ว่าที่สุดแล้วเมเดเลเยฟไม่ได้รับเลือก
1907 2 กุมภาพันธ์ (20 มกราคม O.S.) เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก  เขาถูกฝังที่สุสาน Volkovsky cemetery 

ชื่อเมนเดเลเยฟ ถูกนำไปตั้งเป็นชื่อธาตุ เมนเดเลเวียม (Md-101, Mendelevium) เพื่อเป็นเกียตแก่เขาในปี 1963


Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann