David Ben-Gurion




เดวิด เบน-กูเรียน (David Ben-Gurion)
ผู้ก่อตั้งอิสราเอล 

เดวิด เกิดใน  เมืองพลอนส์ก , โปแลนด์ (Plonsk,Plock province, Congress Poland, Russia Empire) ในขณะนั้นโปแลนด์ยังเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย  เดวิด เกิดในวันที่ 16 ตุลาคม 1886 ชื่อจริงของเขาคือ เดวิด โจเซฟ กรัน (David Joseph Grun)
พ่อของเขาชื่อเอวิกดอร์ (Viktor~ Avigdor Grun) มีอาชีพเป็นนักกฏหมาย และยังเป็นผู้นำของกลุ่ม Hovevei Zion (Lovers of Zion) 
แม่ชื่อ สซินเดล (Scheindel Friedman) เธอเสียชีวิตตอนเดวิดอายุ 10 ปี
ปู่ของเดวิคชื่อซวี (Zvi Aryeh Grun) เป็นคนที่เชี่ยวชาญภาษาฮิบรู โปแลนด์ เยอรมัน และรัสเซีย เขาเคยเป็นครูสอนภาษาฮิบรู และคอยสอนหนังสือให้กับเดวิดและหลานคนอื่นๆ อีกหกคนด้วย
ตอนอายุ 5 ขวบ เดวิดเริ่มเข้าเรียที่โรงเรียนประถมของชาวยิว (cheder) ภายในเมือง
1896 ได้อ่านหนังสือ The Jewish State ของธีโอดอร์ เฮิร์ซล  (Theodor Herzl)  ทำให้เดวิดกลายเป็นไซออนิสต์ (ยิวชาตินิยม)
1900 เดวิด ร่วมกับเพื่อนชื่อ Shlomo Tzemach, Shmuel Fuchs ก่อตั้งกลุ่มยุวชนชื่อ Ezra ขึ้นมาโดยมีวัฒถุประสงค์เพื่อขยายเครื่อข่ายของเด็กยิวที่มีฐานะยากจน 
1904 เดินทางมายังวอร์ซอว์ โดยไปอาศัยอยู่กับญาติและเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยวอร์ซอร์ (University of Warsaw) , ต่อมาได้เข้าร่วมกับกลุ่ม Poalei Zion (Jewish Workers' Party) 
ระหว่างอยู่ในวอร์ซอร์ เขาตกหลุมรัก ราเชล (Rachel Nelkin)
และเมื่อเดินทางกลับมายังพลอนส์ก เขาได้ก่อตั้งสาขาของ Poalei Zion และรณรงค์ต่อต้านกลุ่ม The Bund 
1905 เดวิดถูกจับในช่วงระหว่างการปฏิวัติรัสเซียในปี 1905   
1906 (Second Aliyah, 1904-1914) อพยพไปยังปาเลสไตน์ที่ขณะนั้นเป็นดินแดนของจักรวรรดิอ๊อตโตมาน  เพราะในรัสเซียเกิดกระแสการต่อต้านชาวยิว 
7 กันยายน, เรือที่เขาโดยสารมาเดินทางมาถึงยังท่าเรือจาฟฟา (Port of Jaffa) ในปาเลสไตน์ พร้อมกับ Shlomo ซึ่งทั้งคู่ไปทำงานเป็นแรงงานเก็บส้มอยู่ในสวนที่เมืองเปตาช ติกวา (Petach Tikva) ทางตะวันออกไม่ไกลจากเทลอาวีฟ
ฤดูใบไม้ร่วง, เดวิดเข้าร่วมการประชุมของ Poalei Zion ที่จัดขึ้นในปาเลสไตน์ โดยที่เขาได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการกลาวของพรรค ซึ่งเขาเป็นคนสร้างนโยบายที่เรียกว่า Ramlskaya platform ที่มีเป้าหมายในการสร้างรัฐยิวขึ้นมา 
1907 ย้ายไปอยู่ในเมืองกาลิลี (Galilee) ทำงานเป็นแรงงานภาคการเกษตร และต่อมาไปอยู่ที่ซาดเซร่า (Sadzhera)
เดวิดก่อตั้งดินแดนอิสราเอล(Eretz Yisrael) ของตัวเขาเองขึ้นมาที่ซาดเชร่านี้ 
1908 เขาเดินทางกลับรัสเซีย เพราะว่าอายุถึงกำหนดที่จะต้องเกณฑ์ทหาร แต่ไม่นานหลังจากเข้าไปอยู่ในค่ายทหารเขาก็หนีออกมา และข้ามไปยังเยอรมัน ก่อนจะเดินทางกลับมาถึงปาเลสไตน์ในช่วงปลายปี 
เกิดเหตุการณ์กบฏยังเติร์ก (Young Turk revolt) ในอ๊อตโตมาน มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำให้ชนกลุ่มน้อยในอ๊อตโตมานได้รับสิทธิในการเลือกตั้ง  เดวิดจึงสนใจที่จะเป็นผู้แทนของชาวยิวในสภาบ้าง เขาเริ่มตั้งเป้าจะเป็นนักกฏหมาย และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย 
1909 Passover 
ย้ายมาอยู่ที่ซิชรอน ยากอฟ (Zichron Yaakov) เขาเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศษ อารบิค และฮิบรู เขาเป็นอาสาสมัครให้กับหน่วย HaShomer ซึ่งทำหน้าที่การ์ดให้กับชุมชนชาวยิว
1910 เดวิด กับ เบน-ซวิ (Yitzhak Ben-Zvi), ราเชล ยาเนียต (Rachel Yanait) สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค Green Party เพราะต้องการทำงานกับหนังสือพิมพ์ฮาอัหดุต (Ha Ahdut~Unity)  ซึ่งเขาต้องย้ายไปอยู่ที่เยรูซาเล็ม เพื่อที่จะทำงานกับหนังสือพิมพ์ดังกล่าว 
งานเขียนในหนังสือพิมพ์ของเขาในหนังสือพิมพ์ชิ้นแรกนั้นเขาไม่ได้ลงชื่อ แต่ว่างานชิ้นต่อมา เขาได้ใช้ชื่อ Ben-Gurion โดยเป็นชื่อของตัวละคร Joseph Ben-Gurion 
1911 เดินทางมายังเธสซาโลนิกิ (Thessaloniki) เพื่อที่จะฝึกภาษาตุรกี และเตรียมตัวสอบเอ็นทราน
เริ่มเกิดสงครามอิตาลี-ตุรกี (Italian-Turkish war) 
1912 เข้าเรียนด้านกฏหมายที่มหาวิทยาลัยอิสตันบูล (Istanbul Universtiy) แต่ว่าเมื่อสงครามขยายเข้ามาใกล้อีสตันบูล ทำให้มหาวิทยาลัยปิดตัวลงชั่วคราว เดวิด กับ เบน-ซวิ เดินทางกลับปาเลสไตน์
1913 ธันวาคม, ล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นเขาก็ถูกทางบ้านขอให้เดินทางกลับบ้านที่รัสเซีย เขาไปอยู่ที่นั้นได้สองเดิน ก่อนกลับมาสอบที่ไล่ที่มหาวิทยาลัย
1914 28 กรกฏาคม, เดวิดกับ เบน-ซวิ ลงเรือคอร์นนิลอฟ (Kornilov) ออกจากรัสเซียเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มต้นขึ้น
ตอนนั้น โจโบตินสกี (Jobotinsky) , ไวต์ซแมน (Weitzman) ผู้นำขององค์กรไซออน ได้ประกาศให้ชาวยิวในตุรกีสนับสนุน the Entente แต่ว่าเดวิดคัดค้านเพราะกลัวว่าตุรกีจะขับไล่ชาวยิวออกจากปาเลสไตน์ แต่อย่างไรก็ตาม Djemal Pasha ได้ประกาศให้ไซออนนิสต์เป็นศัตรูของอ๊อตโตมาน
1915 เมษายน เขาถูกทางการขับออกจากปาเลสไตน์
ฤดูใบไม้ผลิ, เขา, เบน-ซวิ นั่งเรือฟาตราส (Patras) ไปยังนิวยอร์ค 
ในสหรัฐได้ก่อตั้งกลุ่มเฮชาลุตซ์ (Hechalutz) กองทัพอาสาสมัครที่ต้องการเข้าร่วมรบกับฝ่ายตุรกี
ในที่ประชุมของ Poalei Zion ในเคลฟแลนด์ (Cleveland)
หนังสือ Halutz, Yizkor
1917 ได้พบกับพอลล่า (Paula Munweis) ชาวยิวที่อพยพมาจากเบลารุส และทำงานเป็นนางพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลนิวยอร์ค 
2 พฤศจิกายน , Balfour Declaration จดหมายของรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ อาร์เธอ บัลโฟร์ (Arthur Balfour) ไปยัง บารอน โรธสซิลด์ (Baron Rothschild) ผู้นำชาวยิวในอังกฤษ แสดงให้เห็นว่าอังกฤษสนับสนุนแผนการก่อตั้งรัฐยิว 
5 ธันวาคม, เดวิดกับพอลล่าแต่งงานกัน หลังแต่งงานแล้วทั้งคู่อาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนท์บนถนนเอ็ดพอร์ต (Edport Street) ในย่านบรู๊คลิน ซึ่งมีลูกด้วยกันสามคน เอมอส (Amos) กูล่า (Geula Ben-Eliezer) และเรนาน่า (Renana Leshem)
เมื่อตุรกีแสดงให้เห็นว่าเป็นฝ่ายแพ้สงคราม เดวิดได้เดินทางไปยังวอชิงตัน และเข้าพบกับหลุยส์ แบรนเดียส (Louis Brandeis) ผู้พิพากษาศาลสูง ซึ่งเป็นไซออนิสต์ เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการตั้งกองทัพของชาวยิวในดินแดนสหรัฐ เพื่อที่จะส่งไปยังปาเลสไตน์  ซึ่งแนวคิดนี้ถูกเสนอไปยังประธานาธิบดีวิลสัน (Woodrow Wilson) แต่ว่าได้รับการปฏิเสธเพราะว่าขณะนั้นสหรัฐไม่ได้ทำสงครามกับตุรกีแต่เป็นเยอรมัน
1918 26 เมษายน, เดวิดประกาศเข้าร่วมกับกองทัพยิว (Jewish Legion) ซึ่งสนับสนุนฝ่ายอังกฤษ
28 พฤษภาคม, สาบานตนเข้าเป็นทหารในกองทัพอังกฤษ และถูกส่งไปฝึกที่ค่ายในแคนนาดา (Windsor, Canada) ซึ่งเมื่อมาถึงค่ายเขาได้พบกับ เบน-ซวิ ซึ่งมาถึงก่อนหน้านี้แล้วอีกครั้ง
11 กรกฏาคม, เดินทางไปยังอังกฤษ 
สิงหาคม, ถูกส่งไปยังอียิปต์ แต่ว่าเมื่อไปถึงอียิปต์เกิดล้มป่วยและต้องใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลช่วงหนึ่ง ซึ่งระหว่างนั้นได้รับโทรเลขจากพอลลีนว่าเธอคลอดลูกสาว
พฤศจิกายน, เข้าไปยังปาเลสไตน์
1919 เขาพยายามเรียกร้องให้พรรค Poalei Zion รวมเข้ากับ ha Hapoel Hatzair แม้ว่าเขาสามารถโน้มน้าวให้ฝ่าย Poalei Zion สนับสนุนได้ แต่สุดท้ายข้อเสนอกับถูกปฏิเสธโดยโจเซฟ ซเปิร์ตสนาก้า (Joseph Shpirtsnaka) หัวหน้าของฝ่าย ha Hapoel Hatzair 
อย่างไรก็ตามได้มีการจัดการประชุมโดยเชิญหลายๆ กลุ่มให้ส่งตัวแทนเข้ามา โดยสุดท้ายแล้วชาวยิวกลุ่มต่างๆ ร่วมกันเป้นกลุ่มใหม่ใช้ชื่อ Ahdut ha-Avodah ยกเว้นกลุ่ม ha Hapoel Hatzair ที่ยังคงแยกเคลื่อนไหวลำพัง
1920 เดินทางไปยังอังกฤษ และพบกับตัวแทนของพรรคแรงงาน (Labour Party) ในฐานะผู้นำของกลุ่ม Ahdut ha-Avodah 
1921 เดินทางกลับปาเลสไตน์ 
1930s กลุ่ม Hapoel Hatzair และ Ahdut ha- Avoda กลับมาร่วมกันตั้งพรรคมาไพ (Mapai~ แรงงาน)
1931 พิมพ์หนังสือ We and Our Neighbours 
1933 การประชุมของไซออนิสต์ ที่กรุงปราก (Prague) เดวิดได้รับเลือกให้เป็นกรรมการบริหารของ Jewish Agency  และต่อมาได้เป็นประธานขององค์กรนี้ในปี 1935
1936 (Arab Revolt ,1936-1939) ชาวปาเลสไตน์ลุกขึ้นขับไล่ชาวยิวและอังกฤษที่อยู่ในปาเลสไตน์ 
1939 White Paper อังกฤษเสนอให้มีการจำกัดจำนวนผู้อพยพชาวยิวที่จะเข้าไปในปาเลสไตน์ไว้ที่ 15,000 คนต่อปี ซึ่งเดวิดคัดค้านแผนการจำกัดจำนวนยิวอพยพนี้ 
1940 28 กุมภาพันธ์ พิมพ์กฏหมาย Zionist land Law ซึ่งแบ่งดินแดนปาเลสไตน์ออกเป็น 3 ส่วน
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เดวิดกระตุ้นให้ชาวยิวร่วมรบกับกองทัพอังกฤษ โดยเขาบอกว่า 
เราจะสู้กับฮิตเลอร์เมื่อไม่มีไวต์เปเปอร์ We wil fight against Hitler , as if there is no White Paper 
 และจะสู้กับไวต์เปเปอร์เมื่อไม่มีฮิตเลอร์ and we will fight against White Paper , as if there is no Hitler
1942 เดินทางมาสหรัฐ และประกาศ the program of Baltimore 
1948 12 พฤษภาคม , (Arab-Israeli War) กองทัพอาหรับบุกดินแดนปาเลสไตน์ เพื่อต่อต้านการตั้งรัฐอิสราเอล 
14 พฤษภาคม ที่พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทลอาวีฟ (Tel Aviv museum) เดวิด อ่านคำประกาศตั้งรัฐอิสราเอล และในวันเดียวกันนี้สหรัฐประกาศรับรองรัฐอิสราเอล
15 พฤษภาคม, the British Mandate for Palestine
22 พฤษภาคม กองทัพอาหรับโจมตีอิสราเอล 
15 ตุลาคม อิสราเอลโจมตีอียิปต์ เป็นครั้งแรกในสงครามที่อิสราเอลโจมตีประเทศอื่น 
1949 มกราคม พรรคมาไพได้ที่นั่ง 46 จาก 120  ที่นั่งในสภา Knesset  เขากลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศและยังควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม 
Operation Magic Carpet ,อิสราเอลช่วยขนชาวยิวจำนวนมากเกือบครึ่งแสน ระหว่างปี 1949-1950 ที่อยู่ในเยเมน มายังอิสราเอล
9 ธันวาคม , อิสราเอลประกาศให้เยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวง โดยย้ายกระทรวงส่วนใหญ่จากเทลอาวีฟมาไว้ที่นี่
1953 7 ธันวาคม, ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพราะความขัดแย้งในรัฐบาลผสม
14 ธันวาคม เขาและภรรยาย้ายบ้านจากเทลอาวีฟ ไปอยู่ที่คุบบุตซ์ ซเดโบเกอร์ (Sde Boker Kibbutz)
1955 กลับมาเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโมเช ชาเรตต์(Moshe Sharett) โดยตอนนั้นอิสราเอลต้องรบกับอียิปต์ในฉนวนกาซ่า 
2 พฤศจิกายน, (The Suez Crisis) อิสราเอลตอบโต้อียิปต์ที่บุกดินแดนใน Nitzan 
10 ธันวาคม, Operation Olive Leaves เดวิดนั่งรักษาการนายกรัฐมนตรีระหว่าที่โมเซ เดินทางไปเยือนสหรัฐ ระหว่างนั้นเขาสั่งให้กองทัพอิสราเอลโจมตีเรือของซีเรียในทะเลที่ทำลายเรือหาปลาของอิสราเอล
1956 กรกฏาคม, อียุปต์ยึดคลองสุเอซ 
29 ตุลาคม, (Sinai Operation) อิสราเอลโจมตีกองทัพอียิปต์ที่อยู่ในคาบสมุทรไซไน (Sinai Penisula)  พอถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน ก็สามารถยึดคาบสมุทรไซไนเอาไว้ได้ ตอนแรกเดวิคประกาศว่าจะผนวกดินแดนดังกล่าวไว้เป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอล แต่ว่าด้วยแรงกดดันจากนานาชาติทำให้อิสราเอลยอมถอนทหารออกไป และมีกำลังนานาชาติมาปกป้องคลองสุเอซแทน 
1957 29 ตุลาคม เกิดอุบัติเหตุระเบิดในรัฐสภา ทำให้เดวิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
1959 3 พฤศจิกายน, พรรคมาไพของเขาได้รับการเลือกตั้งกลับมา เดวิดกลับเข้าเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะลาออก
1961  ลาออกจากตำแหน่ง โดยที่เสนอให้เลวี เอชโกล (Levi Eshkol) เป็นทายาททางการเมือง แต่เดวิดกับเอชโกลต่อมาขัดแย้งกันเรื่อง Lavon Affair ปฏิบัติการณ์รบกับอียิปต์ที่ล้มเหลวในปี 1954 ซึ่งเดวิคเรียกร้องให้มีการสืบสวนความล้มเหลวดังกล่าว แต่เอชโกลและสมาชิกพรรคมาไพส่วนใหญ่ปฏิเสธ
เดวิดก่อตั้งพรรคใหม่ พรรคราฟิ (Rafi) ร่วมกับไซม่อน เปเรส (Shimon Peres) และโมเช่ เดยาน (Moshe Dayan) แต่่ว่าในการเลือกตั้งพรรคของเขาได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเพียง 10 ที่นั่ง 
1967 My Meetings with Arab Leaders หนังสืออีกเล่มที่เดวิดเขียนพิมพ์ออกมา
มิถุนายน , (Six-Day War,5-10 มิถุนายน) สงคราม 6 วันเริ่มต้นโดยที่อิสราเอลเป็นฝ่ายโจมตีก่อน ในวันที่ 5 มิ.ย. Operation Moked (Operation Focus)  โดยกล่าวหาซีเรียว่าปล่อยให้มีผู้ก่อการร้ายปาเลสไตน์เข้ามาในอิสราเอล  เครื่องบินรบอิสราเอลเริ่มโจมตีทางอากาศต่ออียิปต์ จอร์แดน และซีเรีย สามารถทำลายเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามได้กว่า 450  ลำ  หลังสงครามอิสราเอลสามารถยึดฉนวนกาซ่า (Gaza Strip จากอียิปต์) คาบสมุทรไซไน (Sinai Penisula จากอียิปต์) ที่ราบสูงโกราน (Golan Heights จากซีเรีย)  และเขตเวสต์แบงค์ (West Bank จากจอร์แดน) 
1968 ภรรยาของเขาเสียชีวิต  เขาอยู่อย่างโดดเดียวภายในอพาร์ตเมนท์ในกรุงเทลอาวีฟมาตั้งแต่นั้น โดยมีปัญหาสุขภาพ ความจำเลอะเลือน และมีอาการปวดที่แขนขวาอย่างต่อเนื่อง 
1970 ยุติบทบาททางการเมือง 
1971 ฉลองวันเกิด 85 ปี โดยรัฐและประชาชนทั่วประเทศจัดให้อย่างยิ่งใหญ่ 
1973 1 ธันวาคม เสียชีวิตภายในโรงพยาบาล Sheba Medical Center  , เขาถูกฝังข้างกับภรรยายที่เนินในเมืองเนเจฟ (Midreshet Sde Boker, Negev) โดยที่เขาไม่ต้องการให้มีการอ่านคำอำลาใดๆ ในงานพิธีศพ และไม่ต้องการให้มีการยิงสดุดีใดๆ 


Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann