Marshal Pleak Piboonsongkram's letter to Pridi







หลักสี่
วันที่ (ไม่ระบุ)

เรียนอาจารย์ที่เคารพและนับถือ
        ผมเห็นงานของอาจารย์มีมาก ไม่หยากจะมารบกวนอะไร แต่บัดนี้ผมเปนคนเคราะห์ร้าย ไม่รู้จะหันไปพี่งใครได้ ก็จำเปนต้องขอพึ่งอาจารย์ตามแต่จะกรุณาได้ ประการแรก หยากขอปรับความเข้าใจแก่อาจารย์ ซึ่งบางทีจะมีเมตตาจิตเกิดแก่ผมบ้างตามสมควน ถ้าอาจารย์จะผูกพยาบาทผมเกี่ยวแก่เรื่องเดิมๆ มาบ้าง ซึ่งอาดเปนการเข้าใจ ไม่ตรงตามเปนจิง อาจารย์จะได้ซาบความจึงใจ คือ บางทีอาจารย์อาจเข้าใจว่า ผมเปนคนก่ายชิดสภาและเนรเทสอาจารย์เพียงแค่หาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ เรื่องนี้ ผมไม่ได้เป็นผู้ทำเลย การปิดสภานั้นพระยามโนเรียกผมไป ซึ่งเวลานั้นผมเปนเด็กหยู่มากในการเมือง เกลี่ยกล่อมผมให้เซ็นเปนคนสุดท้าย ครั้นเห็นทุกคนเขาลงชื่อกัน ผมจะไม่ลงชื่อกับเขาก็เกรงจะเปนภัยร้ายแรงจึงได้ลงชื่อตามพระยาพหลไป
        เรื่องเนรเทสอาจารย์นั้น ถามหลวงอดุลย์ดูว่าเป็นใครวิ่งเต้น ความจิง... พระยาทรงสุรเดช ผมกับหลวงอดุลย์ก็ถูกหาว่าเปนคอมมูนิสต์ วันหนึ่งไปพบพระยาทรง... ยังถามว่า ลื้อกับอดุลย์แดงเรื่อๆ แล้วนี่ เมื่อผมเปิดสภา พระยาราชวังสันยังโทรสัพท์ถามผมว่า จะเอาอะไร ผมตอบว่าเปิดสภา ท่านยังถามต่อไปว่า ไม่แดงน๊ะ หรือจะแดงกัน ผมเลยวางหูโทรสัพท์
        การทำการกับครั้งนั้น เขาประชุมกัน 4-5 คน  มีพระยามโนเป็นหัวน่า เมื่อเขาจะทำอะไร เขาก็ทำกันไป ผมรู้จึงจังภายหลังเสมอ ซึ่งแก้อะไรไม่ได้  เพาะเป็นเด็กในการเมืองหยู่มาก การลาออกของ 4 ทหารเสือ ผมก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเลย หยู่ๆ ก็ลาออกกันไป เขาจะทำกันหย่างไรไม่ซาบ ผมเปนแค่มีคนมาบอกเล่าเสมอๆ ว่า พระยาทรงฯ จะออก นอกนั้น ผมมิได้วิ่งเต้นอะไร ครั้นออกไปแล้ว ผมไม่ชวยอะไร เปลี่ยนการปกครองใหม่ๆ ยังอ่อนในการเมือง พระยามโนถามว่า ใครที่พอจะเปนผู้บัญชาการทหาร และเสนาธิการได้ ผมก็ตอบไปตามความเปนจิงตามหลักทางทหารว่า พระยาพิชัยรณรงค์กับพระยา(อ่านไม่ออก) เขาก็เห็นดีด้วย และบรรจุโดยพระบรมราชโองการ เรื่องเก่ามีความจริงหย่างนี้ เมื่อพระยาทรงออกไปแล้ว ผมหยู่รักสาการที่กาแพงรสิงห์ตอนกลางคืน ผมจึงได้ว่าไปกับหลวงอดุลย์ ซาบภายหลังว่า พระยาราชวังสัน พระยาริทร์ พระยามโน จะให้ทหารเรือจับผมขังที่นั่น เข้าใจว่า พล.ต.บัว(อ่านไม่ออก) รับเปนผู้ถูกชวน เรื่องเก่าๆ มีความจิงหย่างนี้ ขออาจารย์กรุณาเข้าใจว่า ผมไม่ได้เปนคนแกล้งอะไรเพื่อนฝูงเลย คนอื่นเข้าทำกันเอง แล้วผมยังช่วยในเมื่อมีโอกาส
        ตอนยี่ปุ่นเข้ามา มันจะเล่นงานอาจารย์ ถามหลวงอดุลย์ดู ผมไม่เคยได้ติดต่อ หรือขออำนาจยี่ปุ่นมาเล่นงานอาจารย์เลย ผมจึงเสนอให้อาจารย์เป็นผู้สำเหล็ด
        ตามที่เรียนมานี้ขอพระและสิ่งสักดิ์สิทธิเปนพยายนว่า เป็นความจริงทุกประการ ถ้าอาจารย์ไม่เชื่อ วันข้างน่าจะเปนพะยาน ผมเรียนมานี้หวังจะได้รับความกรุณาจากอาจารย์บ้างตามสมควร ในทางการเมืองของผมนั้น เวลามี(อ่านไม่ออก) ผมเข็ด และรู้สึกว่าโง่ ไม่มีความสามารถเพียงพอ ขึนทำอีกก็มีภัยมาสูตัวร่ำไป ผมเลยขอเป็นชาวไร่ชาวนาดีกว่า ขออาจารย์หย่าเปนห่วงผมในทางการเมืองผมเข็ดแล้ว เปนตามีตานาดีกว่าสำหรับตัวผม
        ผมพูดมามากแล้ว ถ้ามีผิดแล้วรบกวนอาจารย์ก็ขออภัยด้วย
        ผมได้เขียนแล้วการปฏิบัติการต่อสู้ยี่ปุ่นและส่งไปทางประธานสภาและให้เพื่อนฝูงอ่าน  มีการ(อ่านไม่ออก)หย่างเดียว จะช่วยให้เพื่อนฝูงไม่เปนอาชญากรสงคราม รวมมั้งผมด้วยตามสันชาติญานของคนต้องป้องกันตน อาจารย์ขอได้กรุณาแก่ผมในเรื่องนี้ด้วย เพาะถ้านิ่งไว้ คนไม่รู้เหตุผลการปฏิบัติของเรา ก็จะหาว่าเปนคนขายชาติอยู่ตลอดไป ซิ่งเดี๋ยวก็จะเสีย ผมดีใจแล้วว่า ที่เราทำมาแล้วนั้น หย่างน้อยพระแก้วมรกตยังหยู่ ยี่ปุ่นไม่ขนเอาไปหย่างแก้วอื่น
        เคารพและนับถืออย่างสูง
        ป. พิบูลสงคราม 

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann