Guy Fawkes



กาย ฟอว์กส์ (Guy Fawkes)

กาย เกิดในวันที่ 13 เมษายน 1570 วันที่เกิดแน่ชัดไม่ทราบแต่ว่ากายเขาพิธีแบ๊พติสต์ในวันที่ 16 เมษายน ซึ่งปกติจะมีการทำพิธีนี้หลังเกิดสามวัน  เขาเกิดในเมืองยอร์ก (York) ประเทศอังกฤษ พ่อของเขาชื่อเอ็ดเวิร์ด (Edward Fawkes) มีอาชีพเป็นอัยการ ส่วนแม่ชื่ออีดิธ (Edith)  กายเป็นลูกคนที่สองในพี่น้องสี่คน แต่ว่าเขาเป็นคนโตที่สุดที่มีชีวิตรอด พี่สาวของกายเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเป็นทารก  กายมีสองสาวอีก 2 คน คือแอน (Anne, b.1572) และอลิซาเบธ (Elizabeth, b. 1575)
1579 พ่อของกายเสียชีวิต ขณะที่เขามีอายุ 8 ขวบ  
หลังจากนี้ไม่กี่ปีแม่ของเขาก็แต่งงานใหม่กับเดนิส เบนบริดจ์ (Denis Bainbridge) ซึ่งเมื่อนางแต่งงานแล้ว กายก็เปลี่ยนมานับถือแคธอริกซ์ตามเดนิส จากเดิมที่เคยนับถือนิกายเชิร์สออฟอิงแลนด์ 

เมื่อออกจากโรงเรียน กายเข้าทำงานกับไวเคานท์ แอนโธนี เบราน์ (Anthony Browne, 1st Viscount Montagu) แต่ว่าท่านแอนโธนีไม่ชอบกาย ทำให้ไม่นานเขาก็ไล่กายออก แต่ว่ากายได้งานทำใหม่กับไวเคานท์ แอนโธนี-มาเรีย เบราน์ (Anthony-Maria Browne, 2nd Viscount Montagu) 
1591 กายขายบ้านในคลิฟตัน (Clifton) ซึ่งเป็นมรดก เพื่อนำเงินเป็นค่าเดินทางไปร่วมรบในสงคราม 80 ปี (Eighty Years War) ซึ่งเป็นสงครามเพื่ออิสระภาพของเนเธอแลนด์ โดยอยู่ในกองทหารของเซอร์วิลเลี่ยม สแตนลีย์ (Sir William Stanley) ซึ่งในตอนแรกเซอร์วิลเลี่ยมรบกับฝ่ายสเปนซึ่งเป็นศัตรูของอังกฤษด้วย แต่ว่าภายหลังเขาได้ถูกจับโดยเดเวนเตอร์ (Deventer) ของสเปน ต่อมาเซอร์วิลเลี่ยมและทหารของเขารวมถึงกาย จึงเปลี่ยนไปสนับสนุนสเปนแทน 
1603 เขาเดินทางไปสเปน เพื่อวางแผนการให้ผู้นับถือแคธอริกทำการปฏิวัติในอังกฤษ  ระหว่างนี้กายใช้นามแฝง เป็นชื่อภาษาอิตาลีว่า กีโด้ (Guido)
1604  20 พฤษภาคม, มีการนัดประชุมกันของฝ่ายกบฏที่นำโดยโรเบิร์ต เคเตสบี้ (Robert Catesby) ครั้งแรกในลอนดอน ซึ่งวางแผนจะลอบปลงพระชนษ์กษัตริย์ เจมส์ ที่ 1 (King James I) ซึ่งพระองค์นับถือนิกายโปรเตสแตนท์  ซึ่งหากสำเร็จพวกเขาจะสนับสนุนเจ้าหญิงอลิซาเบธ (Elizabeth Stuart) พระธิดาของเจมส์ ที่ 1 แต่เป็นแคโธริกให้ครองราชย์แทน   
ซึ่งผู้ร่วมประชุมมีโธมัส วินทัวร์ (Thomas Wintour) , จอห์น วไรท์ (John Wright)  ในที่ประชุมโธมัสและจอห์นเสนอให้มีการวางระเบิดรัฐสาภด้วยดินปืน (Gunpowder Plot) เพื่อสังหารคณะรัฐมนตรีทุกคนและพระราชาไปพร้อมกัน หลังจากการประชุมพวกเขาได้แยกย้ายกันไปหาการสนับสนุน  
โธมัสนั้นเคยเดินทางไปสเปนและได้พบกับเซอร์วิลเลี่ยม และสายลับของอังกฤษคนหนึ่งชื่อฮูธ โอเว่น (Hugh Owen)  และโธมัสได้ถูกแนะนำให้รู้จักกับกายที่สเปน และต่อมาได้พากายให้เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มกบฏ
หนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคนหนึ่งคือโธมัส เฟอร์ซึ่ (Thomas Percy) ซึ่งทำงานในบ้านของจอห์น วินเนิร์ด (John Whynnaird) ซึ่งมีหน้าที่ดูแลฉลองพระองค์ , ซึ่งเฟอร์ซี่ ได้ช่วยให้กายเข้ามาทำงานรับใช้ภายในบ้านนี้ได้ โดยกายใช้ชื่อปลอมว่าจอห์น จอห์นสัน (John Johnson) , ว่ากันว่าพวกเขาวางแผนจะขุดอุโมงค์จากบ้านของวินเนียร์ดไปยังรัฐสภา แต่ว่าไม่มีหลักฐานหรือร่องรอยของอุโมงค์ให้เห็นในภายหลังเลย , แต่ว่าพวกเขายังได้เช่าห้องจากวินเนิร์ด เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บดินระเบิด
1605 พฤษภาคม , กายเดินทางข้ามมาแผ่นดินยุโรปอีกครั้งเพื่อหาทุนสนับสนุน และเขาได้พบกับโอเว่นอีกครั้ง และได้บอกแผนการณ์ให้โอเว่นทราบ ซึ่งโอเว่นได้รายงานแผนดังกล่าวกลับมายังอังกฤษ 
กายกลับมายังอังกฤษราวเดือนสิงหาคม
26 ตุลาคม, ลอร์ด มอนทีเกิ้ล (Lord Monteagle) ได้รับจดหมายจากบุคคลนิรนามเกี่ยวกับแผนการระเบิดรัฐสภา และข้อความได้จดหมายได้ถูกส่งต่อไปจนถึงกษัตริย์เจมส์ ซึ่งพระองค์ได้สั่งให้มีการสอบสวนเรื่องดังกล่าว 
5 พฤศจิกายน, กายถูกจับตัวได้ระหว่างที่เขาหลบอยู่ใต้หลังคาของอาคารรัฐสภา
เขาถูกนำตัวไปขังที่หอคอยลอนดอน (Tower of London) เพื่อทำการสอบสวนและทรมาน โดยที่เซอร์วิลเลี่ยม วาด (Sir William Waad)  เป็นผู้คุมการสอบสวน 
1606  31 มกราคม, กายและผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 3 คน  ถูกนำตัวไปยังบริเวณสนามโอด์พาเรด (Old Palace Yard) ที่เวสต์มินสเตอร์ (Westminster)  และถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอและม้าแยกร่าง แต่กายถูกประหารเป็นคนสุดท้ายซึ่งเขาพยายามกระโดดลงจากแท่นแขวนคอ และเสียชีวิตไป โดยที่ร่างของเขาไม่ถูกนำไปแยกร่าง 
 5 พฤศจิกายน 1906 , ประชาชนในลอนดอน  เริ่มมีการจัดการเฉลิมฉลองด้วยการจุดพลุไฟ วันนี้ถูกเรียกว่า คืนกาย ฟอร์วส์ (Guy Fawkes Night) วัตถุประสงค์ของงานคือฉลองให้กับการที่กาย ฟอร์วส์ถูกจับ และกษัตริย์เจมส์ ที่ 1 รอดจากแผนลอบปลงพระชนษ์ได้  และมีการฉลองประจำปีเรื่อยมา


หน้ากาก กาย ฟอร์กส์ หรือหน้ากาก V ที่นิยมและปรากฏในภาพยนต์ V for Vendetta ที่ฉายในปี 2006 ออกแบบโดย เดวิด ลอยด์ (David Lloyd)  

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann