Posts

Showing posts from July, 2013

Jeremy Bentham

เจเรมี เบนธัม (Jeremy Bentham)
ผู้วางรากฐานปรัชญา Utilitarianism

เบนธัมเกิดในลอนดอน เมื่อวันที่ 15 มกราคม 1748 (O.S.) ในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย พ่อของเขาเป็นนักกฏหมาย เบนธัมมีความฉลาดมาตั้งแต่เล็ก เขาชอบหยิบหนังสือประวัติศาสตร์ของพ่อมาอ่านเป็นเวลานาน และเริ่มเรียนภาษาลาตินตั้งแต่อายุสามขวบ  เริ่มเข้าเรียนหนังสือที่เวสต์มินสเตอร์ (Westminster School) 1760เมื่ออายุ 12 ปี เข้าเรียนที่ควีนคอลเลจ, ออกซ์ฟอร์ด (The Queen's college, Oxford) ทางด้านกฏหมาย 1763จบปริญญาตรี และเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนกฏหมาย ลินคอล์นอินน์ (Lincoln's Inn) แต่ว่าไม่นานก็ลาออก เพื่อหันมาทุ่มเทให้กับงานเขียนหนังสือ โดยได้รับการสนับสนุนจากบิดา   งานเขียนของเบนธัมส่วนใหญ่เป็นการวิจารณ์กฏหมายที่มีอยู่ในเวลานั้น เขาเรียกร้องสิทธิและการปฏิรูปสังคมในหลายด้าน  1768The First Principles of Government and the Nature of Political, Civil and Religious Liberty it is the greatest happiness of the greatest number that is the measure of right and wrong ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนจำนวนมากที่สุดคือเครื่องมือวัดความถูกและความผิด (การกร…

Boris Zbarsky

บอริส ซบาร์สกี้ (Борич Ильич Збарский) แพทย์ผู้ทำหน้าการมัมมี่ร่างของเลนิน
ซบาร์สกี้ เกิดเมื่อวันที่ 14 (26 N.S.) กรกฏาคม 1885 ในคาเมเน็ตส์-โปโดลส์ก (Kamenets-Podolsk) รัสเซีย ทางตะวันตกของยูเครนปัจจุบัน ครอบครัวของเขามีเชื้อสายยิว ช่วงที่เรียนมัธยมปลายเขาเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับองค์กรใต้ดินที่เกี่ยวข้อกับการปฏิวัติ แต่หลังเรียนจบได้เดินทางไปสวิสเซอร์แลนด์เพื่อเรียนต่อ 1911สำเร็จการศึกษาด้านฟิสิกและคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเจนิวา (University of Geneva) และไม่นานได้ทำงานในห้องวิจัยของ ดร.อเล็กซีส แบ้ช (Alexis Bach)  1912กลับมารัสเซียและเข้าเรียนต่อที่ ม. เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก  1914ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาทำงานในโรงงานที่ทำหน้าที่ผลิตฟอร์มาลีน (Formalin) สำหรับใช้ในกองทัพ  1915 ห้องวิจัยที่เขาทำงานสามารถผลิตสารคลอโรฟอร์ม (Chloroform) ขึ้นครั้งแรกในรัสเซีย 1917หลังการปฏิวัติ เขาทำงานให้กับศูนย์เคมี คาร์ปอฟ (Chemical Institute, Karpov)  1920มีส่วนร่วมทำงานกับสถาบันชีวเคมี (Biochemical Institute of People's Commissariat of RSFSR)  192421 มกราคม, วลาดิมีร์ เลนิน (Lenin) เสียชีวิต ซบาร์สกี ร่วมกับวล…

Mieszko I of Poland

มิซโก้ ที่ 1 (Mieszko I of Poland)
ผู้ก่อตั้งโปแลนด์

คาดกันว่า มิซโก้  เกิดราวปี 922-945 โดยเป็นลูกของดุ๊ก ซีโมมีซัล (Duke Siemomysł) แห่งราชวงศ์เพียสต์ (Diast dynasty)  ซึ่งปกครองชาวโปแลน ซึ่งเมืองหลวงขณะนั้นคือ นิซโน่ (Gniezno) พระมารดานั้นไม่ปรากฏพระนาม ชีวิตของพระองค์ก่อนขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์ของโปแลนด์นั้นไม่มีหลักฐานปรากฏ แต่คาดว่ามิซโก้ได้รับอำนาจปกครองต่อจากบิดา หลังจากดุ๊กซีโมมีซัลเสียชีวิตราวปี 950-960  960ได้รับตำแหน่งเจ้าชายแห่งเวียลโกโปลสก้า (Wielkopolska)  963ยกทัพไปรบกับชนเผ่าของพวกสลาฟ (Slavic tribe)  เพื่อหวังจะยึดครองอาณาจักรโพเมราเนียตะวันตก (Western Pomerania)  แต่ว่าพระองค์พ่ายแพ้  เพราะชาวสลาฟได้รับการสนับสนุนจากดุ๊กแห่งเยอรมัน วิชแมน (Wichmann The Younger) ซึ่งเป็นพระญาติของจักรพรรดิอ๊อตโต้ ที่ 1  แห่งโฮรี่โรมัน (Emperor Otto 1, Hory Roman Empire) แต่วิชแมน นั้นเป็นศัตรูกับจักรพรรดิ ขณะเดียวกันทางตอนใต้ของโปแลนด์  เกโร่ ที่ 1, นายพลแห่งแซ้คซอน  (Gero I, Saxon margrave) ได้ขยายดินแดนมาชิดกับตะวันตกของโปแลนด์ทำให้สองฝ่ายปะทะกันหลายครั้ง และที่สุดแล้วโปแลนด์ยอมที่…

Cyrus The Great

ไซรัส ที่  2 , มหาราช (Cyrus II The Great
กษัตริย์ไซรัส ประสูตรระหว่างปี 600-599 BC  จารึกแห่งไซรัส (Cyrus Cylinder) เป็นหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งค้นพบในปี 1879 ในอิรัก คาดว่าจารึกแห่งไซรัสนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 539-530 BC จารึกซึ่งสลักด้วยอักษาอัคคาเดียน คูนิฟอร์ม (Akkadian cuneiform) ที่ได้กล่าวถึงกษัตริย์แห่งอคาเมนิด (Achaemenid) ไซรัส  ไซรัส เอาชนะกษัตรย์นาโบนิดัส (Nabonidus) แห่งบาบิโลน (Babylon) พระองค์จึงถูกยกย่อมว่าเป็นเทพมาร์ดัก (Marduk) เทพของบาบิโลน ไซรัส ได้รับยกย่องว่าปกครองบ้านเมืองอย่างมีคุณธรรม พระองค์ทรงให้อิสระภาพแก่ชาวยิวที่ถูกบาบิโลนจับตัวมา นักประวัติศาสตร์ของกรีก อย่างพลูตาร์ช (Plutarch) , ซนิดัส (Cnidus) แปลความหมายของคำว่า "Cyrus" ว่าหมายถึง พระอาทิตย์   เฮโรโดตัส (Herodotus) นักประวัติศาสตร์กรีกอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับไซรัส ได้บอกว่าแม่ของไซรัส คือ แมนเดน (Mandane) และพ่อของไซรัสคือ แคมไบเซส (Cambyses I, King of Anshan) ไซรัสเป็นหลานของกษัตริย์ออสเตียเจส  แห่งอาณาจักรเมเดียน(Astyages, King of Median Empire) สตราโบ (Starbo) นักประวัติ…

Nikolai Fyodorov

นิโคไล เฟียโดโรวิช เฟียโดรอฟ (Николай Фёдорович Фёдоров)
Cosmism, Tranhumanism

ฟีโดรอฟ เกิดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 1829 ในเขตปกครองตามบอฟ (Tambov Governorate, Russian Empire) พ่อของเขาชื่อปาเวล กาการิน (Pavel Ivanovich Gagarin) และแม่อิลิซาเวต้า (Elisaveta Ivanova)  นิโคไล ใช้ชื่อและนามสกุลตามพ่ออุปถัมถ์ของเขา
1849หลังจบมัธยม ได้เขาเรียนต่อที่ริเชล ไรเซียม (Richelieu Lyceum)ในโอเดสสา (Odessa)  ในด้านกฏหมาย  1951ลุงเขาเขาซึ่งเป็นผู้ส่งเสียได้เสียชีวิต ทำให้นิโคไลต้องออกจากการเรียนกลางคัน 1854เริ่มทำงานเป็นครูในโรงเรียนประถมในเมืองเล็กๆ หลายแห่งในรัสเซียจนถึงปี 1868 โดยที่เขาเป็นครูสอนด้านประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ 1868เข้ามาอาศัยในมอสโคว์ ทำงานเป็นบรรณารักษ์ของพิพิธภัณฑ์รัมยันท์เซฟ (Rumyantsev museum) เขาทำงานอยู่ที่พิพิธภัณฑ์นี้จน 1898 ก็ลาออก 190328 ธันวาคม (15 ธันวา O.S)  เสียชีวิตที่โรงพยาบาลมารินสกี้ (Mariinsky hospital)  1906 หนังสือ Philosophy of Physical Resurrection  (The philosophy of the common cause , Философия общего дела) ถูกตีพิมพ์ออกมาหลังจากฟีโดรอฟเสียชีวิตไปแล้ว 

Rembrandt

เรมบรันต์ (Rembrandt Harmenszoon van Rijn)
เรมบรันต์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม 1906 ในไลเดน, สาธารณรัฐดัตช์ (Leiden, Dutch Republic) ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวขนาดใหญ่มีฐานะ เรมบรันต์เป็นลูกคนที่เก้า พ่อของเขาเป็นเจ้าของโรงสีชื่อเฮอร์เมน (Hermen Gerritszona van Rijn) และแม่นีลต์เจน (Neeltgen Willemsdochter van Zuytbrouck) ครอบครัวของเขานับถือนิกายคาโธริค  เขาเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนลาติน  1620เมื่ออายุได้ 14 ปี จะสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยไลเดน แต่เพราะว่าเขาสนใจศิลปะมากกว่า จึงได้ออกจากการเรียน มาเรียนการวาดรูปกับจาคอฟ  สวาเนนเบิร์ช  (Jacob van Swanenberch) ซึ่งใช้เวลาเรียนกับจาคอฟเกือบสามปี  1623มาอยู่ในอัมสเตอร์ดัมและได้เรียนวาดรูปกับปีเตอร์ ลัสต์แมน (Pieter Lastman) เป็นเวลาครึ่งปี  1627เมื่อกลับมาไลเดน ได้ร่วมกับเพื่อนชื่อแจน (Jan Lievens) เปิดสตูดิโอ ซึ่งพวกเขาได้เปิดสอนศิลปะให้กับผู้สนใจ ซึ่งหนึ่งในลูกศิษย์ของเขาคือ เกอร์ริต เดา (Gerrit Dou)  1631ย้ายมาอยู่ที่อัมสเตอร์ดัม และมาเช่าบ้านของเฮนดริช อูเลนเบิร์ช (Hendrick Uylenburgh) ใช้เป็นสตูดิโอในการทำงาน 1634แต่งงานกับซัสเคีย อูเลน…

Mikhail Kalashnikov

มิคาอิล คาลาชนิคอฟ (Михаил Тимофеевич Калацников
ผู้ประดิษฐ์ปืน AK
คาลาชนิคอฟ เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 1919 ในเคอร์ย่า, อัลไต ไกร (Kurya, Altai Krai) ประเทศรัสเซีย พ่อของเขาชื่อไทโมฟีย์  (Timofey Alesandrovich Kalashnikov, 1833-1930)  และแม่ของเขาชื่ออเล็กซานดร้า (Aleksandra Frolovna Kaverina, 1884-1957) ทั้งสองเป็นเกษตรกร มีลูกด้วยกันทั้งหมด 19 คน โดยคาลาชนิคอฟเป็นคนที่ 17  คาลาชนิคอฟ นั้นเรียนหนังสือจนกระทั้งถึงเกรด 9 ก่อนที่จะเข้าโรงเรียนเทคนิค
1930พ่อของเขาถูกเนรเทศไปยังไซบีเรีย ทำให้พวกเขาย้ายมาอยู่ที่เขตโทมส์ก (Tomsk region)  1937คาลาชนิคอฟกลับมาอยู๋ที่เคอร์ย่า และได้ทำงานที่บริษัทรถไฟสาย เติร์กีสถาน-ไซบีเรีย (Turkestan-Siberian railway)  1938เข้าเป็นทหารในกองทัพที่เคียฟ (Kiev Special Military District) ซึ่งหลังจากฝึกแล้วเขาได้ทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถถัง ประจำการณ์อยู่ทางตะวันตกของยูเครน ระหว่างนี้เขาได้ออกแบบปืนสำหรับทหารที่อยู่บนรถถังใช้ แม้ว่าแบบปืนของเขาจะไม่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ แต่ว่าคาลาชนิคอฟได้พบกับชูคอฟ (Georgy Zhukov) ผู้บัญชาการทหารในเคียฟ  ซึ่งประทับใจในการออกแบบ…

Walt Whitman

วอลเตอร์ วิตแมน (Walter Whitman) ผู้เขียน Leaves of Grass วอล์ต เกิดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 1819 ในเวสต์ฮิลล์  ลองไอแลนด์ (West Hills, Long Island, NY) เป็นลูกคนที่สองในพี่น้องเก้าคน ของนายวอลเตอร์ (Walter Whitman,Sr.) กับนางลูซ่า (Louisa Van Velsor) ครอบครัวของเขาเป็นเกษตรกร และผู้พ่อยังทำงานเป็นช่างไม้ในงานก่อสร้างบ้าน  1823ครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่ในย่านบรูคลินตอนที่วอล์ตอายุราวสี่ขวบ  1825เริ่มเข้าเรียนหนังสือ 1830ต้องออกจากโรงเรียนเพราะทางบ้านไม่มีเงินส่งเสีย เขาจึงออกมาทำงาน โดยได้ทำงานกับบริษัทสิ่งพิมพ์หลายแห่งจนเขามีความสนใจงานด้านนี้ 1835ออกจากหนังสือพิมพ์ Star and Brooklyn และย้ายไปอยู่ในนิวยอร์คซิตี้  1838ทำงานเป็นครูสอนหนังสือในหลายโรงเรียน 1839ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ของตัวเอง Long Islander แต่ว่าหนังสือพิมพ์อยู่ได้เพียงสิบเดือนก่อนที่วอร์ตจะขายกิจการไป แล้วเขาก็ไปทำงานเป็นพนักงานเรียงพิมพ์ให้กับหนังสือพิมพ์ Long Island Democrat ของเจมส์ เบรนตัน (James J. Brenton)  1840กลับมาทำงานเป็นครูอีกครั้งแต่ก็เป็นแค่ช่วงสั้นๆ    ต่อมาได้ทำงานเป็นบรรณาธิการของนิตยสารหลายแห่ง Brooklyn Eagle  (1846-…

Grigory Potemkin

กริกอรี่ โปเตมกิ้น (Григорий Александрович Потёмкин)

โปเตมกิ้นเกิดเมื่อวันที่ 11  ตุลาคม 1739 ในหมู่บ้านชิโชโว่ (Chizhovo village)  ใกล้กับสโมเลนส์ก (Smolensk) ทางตะวันตกของรัสเซีย ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของที่ดินที่มีฐานะปานกลาง พ่อมีชื่อว่าอเล็กซานเดอร์ (Alexander Potemkin, 1673-1746) เคยเป็นทหารมาก่อน   แม่มีชือว่าดาเรีย (Daria Kondyreva1746หลังพ่อของเขาเสียชีวิตแล้ว โปเตมกิ้นย้ายมาอยู่ในมอสโคว์โดยได้รับการดูแลจากลุง และเข้าเรียนหนังสือที่จิมเนเซียมใกล้กับมหาวิทยาลัยมอสโคว์  1755เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมอสโคว์ ซึ่งเป็นปีแรกที่มหาวิทยาลัยก่อตั้งขึ้น  โปเตมกิ้นนั้นถนัดวิชาภาษาลาตินและภาษากรีก  1757เขาถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย ทำให้เขาย้ายไปอยู่ที่เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก และพยายามสมัครเข้าเป็นทหาร 176229 มิถุนายน, แคทเธอรีน (Catherine , The Great) ก่อรัฐประหารโค่นซาร์ปีเตอร์ ที่ 3 (Peter III) พระสวามีของนางเอง โดยได้รับการสนับสนุนจากกริกอรี ออร์ลอฟ (Grigory Orlov)  หลังจากนั้นแคทเธอรีนจึงได้รับอำนาจปกครองรัสเซีย โดยหน่วยทหารที่ร่วมในการรัฐประหารนั้น มีโปเตมกิ้นเป็นหนึ่งในทหารหน่วยนั้น หลังจากนั้น…

Douglas Engelbart

ดักลาส เอนเจลบาร์ต (Douglas Carl Engelbart) บิดาแห่งคอมพิวเตอร์เมาท์ (Computer Mouse)
ดักลาสเกิดเมื่อ 30 มกราคม 1925 ในพอร์ทแลนด์ , รัฐโอลิกอน (Portland, Oregon) เขาเป็นลูกคนกลางในพี่น้องสามคน พ่อของเขาเป็นช่างซ่อมวิทยุ  ชื่อคาร์ล (Carl Louis Engelbart) และแม่ชื่อกลาดิส (Gladys Charlotte Monson) 1942เรียนจบมัธยมจากแฟรงคลิน (Franklin High School)  หลังจากนั้นจึงเข้าเรียนที่วิทยาลัยโอลิกอน (Oregon State College) ด้านอิเล็กทรอนิกส์ 1944เข้าเป็นทหารในกองทัพเรือสหรัฐ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ซึ่งหลังถูกฝึกแล้วเขาถูกส่งไปประจำการณ์ในฟิลิปปินส์ โดยทำงานในแผนกเรดาห์  1946ปลดประจำการณ์ เขาจึงกลับมาเรียนต่อ 1948สำเร็จการศึกษา และเรียนต่อดอกเตอร์ที่เบิร์กเลย์ (Californai University of Berkeley)  1955จบปริญญาเอก โดยทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับจอมอนิเตอร์แบบก๊าซ-พลาสม่า (gas-plasma screen)  1957เข้าทำงานกับสถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด (Stanford Research Institute) แผนก ARC (Ames Research Center) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดักกลาสและทีมเริ่มพัฒนา NLS (oN-Line System) ที่ได้รับการสนับสนุนจากนาซ่าและกระทรวงกลาโหม  1963สร้างเมาท…

Apache

กำเนิดอาปาเช่ (Geronimo, His own story)
เมื่อตอนที่โลกถือกำเนิดขึ้นมานั้น มันถูกปกคลุมไปด้วยความมืด ไม่มีดวงอาทิตย์ ไม่มีกลางวันกลางคืน และในท้องฟ้าก็ไร้ซึ่งดวงดาว
สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่นั้นมีเพียงแต่สัตว์ร้ายและนก ซึ่งในบรรดาสัตว์ร้ายเหล่านั้น น่าเกรงขาม และหลายตัวไม่มีชื่อเรียกที่เรารู้จัก แต่ก็มีที่เรารู้จักด้วยอย่างมังกร สิงโต เสือ หมาป่า จิ้งจอก บีเวอร์ กระต่าย กระรอก หนู ปลวก  และยังมีสัตว์เลื้อยคลานอย่างกิ่งก่า และอสรพิษ มนุษย์นั้นไม่สามารถจะอยู่ในสภาวะแวดล้อมเช่นนี้ได้ เพราะว่าสัตว์ร้ายและอสรพิษต่างก็จ้องจะทำร้าย โดยเฉพาะเด็กที่เกิดมาใหม่ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดนั้นได้รับพลังให้สามารถพูดและต่างก็มีเหตุผล สิ่งมีชีวิตถูกแบ่งออกเป็นสองเผ่าด้วยกัน คือเผ่าของพวกนกหรือพวกที่มีปีก และเผ่าของสัตว์อสูร  เผ่าของนกนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้า คือ นกอินทรีย์  พวกมันมักจะมีนัดประชุมกันเป็นประจำ และพวกนกต่างก็มีความต้องการที่จะให้บังเกิดแสงสว่างขึ้น  แต่ว่าเผ่าของสัตว์อสูรนั้นปฏิเสธที่จะให้มีแสงสว่าง จนในที่สุดเผ่าของนกและเผ่าของสัตว์อสูรก็เปิดสงครามระหว่างกัน ฝ่ายสัตว์อสูรนั้นใช้ไม้ตะบองเป็นอาวุธ…

Erwin Rommel

เอร์วิน รอมเมล
    Desert Fox



เกิดในวันที่ 15 พฤศจิกายน 1891  ในไฮเดนฮีม (Heidenheil) ในราชอาณาจจักรเวอร์เตมเบิร์ก , จักรวรรดิเยอรมัน (Kingdom of Weürtember, German Empire) เขาเป็นลูกคนที่สองในพี่น้องสี่คน พ่อของเขาคือศาสตราจารย์เออร์วิน รอมเมล (Ermin Rommer, Senior) เป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนมัธยมและอดีตเคยเป็นทหารในหน่วยปืนใหญ่ และแม่ชื่อเฮลีน  (Helene von Luz) รอมเมลนั้นฝันอยากจะเป็นวิศวกรการบิน ในสมัยเรียนเขาเคยสร้างเครื่องร่อนร่วมกับเพื่อน แต่ว่าพ่อของเขานั้นไม่สนับสนุน เพราะอยากให้เขาเลือกเป็นครูหรือไม่ก็เป็นทหาร 
1908ตอนอายุ 18 ปี เข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารในแดนซิก (Schwäbisch Gmünd, Danzig)  1910เขาเป็นทหารของกองทัพเวอร์เตมเบิร์ก  1912มีความสัมพันธ์กับวัลเบิร์ก สเตมเมอร์ (Walberga Stemmer) ซึ่งในปีต่อมานางให้กำเนิดลูกสาวชื่อเกอร์ทรูด (Gertrude) เชื่อกันว่าน่าจะเป็นลูกของรอมเมล 1914ร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 จนได้รับรางวัล Iron Cross ชั้นที่ 2  1915ได้รับรางวัล Iron Cross ชั้นที่ 1  1916แต่งงานกับลูซี มอลลิน (Lucie Maria Mollin) พวกเขามีลูกชายด้วยกันคนหนึ่งชื่อแมนเฟรด (Manfred, b. …