Alphonse Mucha



อัลฟอนส์ มุชา (Alphonse Maria Mucha)
ศิลปินแนว Art Nouveau , ผู้วาด Slavic Epic
มุชา เกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 1860 ในเมืองอิแวนซิส , โมราเวีย (Ivančice, Moravia, Czech Republic) สาธารณรัฐเชคปัจจุบัน แต่ในขณะนัั้นอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิออสเตรีย  พ่อของเขาชื่อแอนเดรียส (Andreas Mucha) และแม่ชื่ออเมลี (Amalie Mala
มุชามีน้องสาวต่างมารดาสองคน ชื่อแอนนา (Anna) และแอนเจล่า (Angela)  ที่เกิดจากภรรยาคนแรกของพ่อ 
1866 เป็นช่่วงสงครามระหว่างจักรวรรดิออสเตรียกับปรัสเซีย (Austro-Prussian War) ซึ่งจักรวรรดิออสเตรียเป็นฝ่ายที่แพ้สงคราม หลังจากนั้นได้เกิดการระบาดคลังใหญ่ของเชื่ออหิวาห์ (cholera) ภายในเมืองอิแวนซิส 
1868 ตอนมุชาอายุเพียง 8 ปี มีผลงานภาพวาดชื่อ Crucifixion ซึ่งเป็นผลงานเก่าแก่ที่สุดของมุชาที่หลงเหลืออยู่
1872 เข้าเรียนที่จิมเนเซียมสโลแวนสกี (Gymnázium Slovanské) ในเมืองเบอร์โน่ (Brno) โดยได้รับทุนจากโบสถ์เปตรอฟ (Petrov church)
1877 ถูกให้ออกจากโรงเรียนเพราะว่าผลการเรียนไม่ดี  แต่ว่าพ่อของเขาช่วยให้เขาได้ทำงานเป็นเสมียรอยู่ในเทศบาลเมือง 
1880 มาอยู่ในเวียนนา และได้รับการว่าจ้างให้เป็นคนวาดภาพประกอบฉากให้กับบริษัท Kautsky-Brioschi-Burghardt threatre design company
1881 เกิดไฟไหม้โรงภาพยนต์ Vienna's Ring ทำให้บริษัทที่มุชาทำงานอยู่ประสบปัญหาทางการเงิน มุชาตถูกให้ออกจากงาน เขากลับมาอยู่ที่อิแวนซิสและทำงานเป็นศิลปินอิสระ เป็นศิลปินวาดภาพประกอบให้กับหนังสือแม็กกาซีน หลายฉบับอย่าง Fantaz ของ Filoip Kubr
ต่อมาผลงานเขียนของเขาได้รับความสนใจจากเคานต์คาร์ล (Count Karl Khuen-Belasi) ซึ่งได้ว่าจ้างให้มุชาไปวาดภาพตกแต่งปราสาท Emmahof ของเขา และยังได้งานถัดมาเป็นการวาดภาพให้กับปราสาท Gandegg Castle ของเคานต์อีกอน (Count Egon) 
1885 เข้าเรียนที่สถาบันศิลปะมิวนิค (Munich's Akademie der Bildenden Künste) และได้เป็นสมาชิกของกลุ่มศิลปิน  Škréta spolek (Mánes Uniion of Fine Arts) โดยได้รับทุนจากเคานต์คาร์ล
1887 ย้ายมาปารีสพร้อมกับเพื่อน คาเรล มาเซก (Karel Mašek)  และเข้าเรียนศิลปะที่อคาเดมีจูเลี่ยน (Académie Julian) และที่อคาเดมีคาโลรอสซี (Académie Colarossi) ช่วงนี้ได้เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม The Nabis  ซึ่งเป็นศิลปินในยุคหลังอิมเพรสชั่นนิสต์ ที่มีเทคนิคหลากหลาย พวกเขาทำงานศิลป์ลงในหลายวัสดุ นอกจากผ้าใบ ยังมีเซรามิค โปสการ์ด เสื้อผ้า นอกจากนั้นยังได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบญี่ปุ่น ซึ่งกลายเป็นมางานศิลปะแบบ อาร์ต นูโว (art nouveau)
1889 ต้องออกจากอคาเดมีคาโลรอสซีเมื่อเคานต์คาร์ลเสียชีวิต หลังจากนั้นเขาทำงานโดยเป็นคนวาดภาพประกอบให้หนังสือแม็กกาซีนของฝรั่งเศสและเชค
1892 เปิดสอนศิลปะให้กับนักเรียนทั่วไป ซึ่งประสบความสำเร็จจนได้รับการทาบทามให้ไปสอนที่อคาเดมีคาโลรอสซี
ในปีนี้เขาเปิดนิทรรศกาลของตัวเองครั้งแรกในปารีส โดยใช้ชื่อ Les Contes des Grand-Mères
1893 เขาซื้อกล้องถ่ายรูปครั้งแรกระหว่างอยู่ในเวียนนา 
1894 26 ธันวาคม, ภาพโปสเตอร์รูป Gismonda ถูกนำไปติดที่โรงละครเรอเนซองค์ (Theatre de la Renaissance) ซึ่งเป็นผลงานที่แหวกแนวจากภาพโปสเตอร์ในขณะนั้น ทำให้มันได้รับความนิยมในทันที และเหมือนกับการเปิดยุคศิลปะแบบอาร์ต นูโว ของมุชาเอง
1896 วาดภาพให้กับแม็กกาซีน La Plume และโรงพิมพ์ Champenois ซึ่งจ้างให้เขาวาดภาพให้กับโปสเตอร์ โปสการ์ดและวอลล์เปเปอร์ 
1898 กลายเป็นสมาชิกของฟรีเมสันแห่งปารีส (Masonic Lodge of Paris)
1899 เดินทางไปท่องเที่ยวในคาบสมุทรบอลข่าน โดยได้รับทุนจากรัฐบาลออสเตรีย เพื่อให้เขาวาดภาพประกอบในศาลาเกี่ยวกับบอสเนีย ในนิทรรศกาลเกี่ซึ่งจะจัดในปารีสในปีถัดไป ช่วงเวลานี้มุชาเริ่มมีผลงานในการออกแบบเครื่องประดับด้วย
1904 เดินทางไปอเมริกา เป็นครั้งแรก และในปีถัดมาเขาเดินทางมาอีกครั้ง พร้อมกับได้เปิดคลาสศิลปะสำหรับผู้หญิงในนิวยอร์ค และมีโอกาสได้รู้จักกับประธานาธิบดีรูสเวลต์และครอบครัวด้วย
1906 10 มิถุนายน, แต่งงานกับมาเรีย (Maria Chytilová, 1882-1959) ซึ่งเป็นศิลปินวาดภาพเหมือนกัน ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกันชื่อจาโรสลาว่า (Jaroslava, b.1909)  และลูกชายจิรี (Jirí, b.1915) หลังแต่งานทั้งคู่เดินทางมาอเมริกาอีกครั้ง โดยมุชาได้งานเป็นครูสอนศิลปะที่สถาบันศิลปะในชิคาโก้ ช่วงนี้เขาเริ่มเขียนภาพชุด The Slav Epic และหาเงินทุนสนับสนุน
1910  ออกจากสหรัฐกลับมาอยู่ที่ปราก 
1913 เดินทางไปรัสเซีย
1918 ภาพวาดที่เขาออกแบบถูกนำไปทำเป็นแสตมป์และธนบัตรของเชค
1920 ภาพเขียนชุด The Slav Epic ถูกนำมาจัดแสดงที่สถาบันศิลปะชิคาโก้ (Chicago Art Institute) ซึ่งมีผู้ชมกว่าห้าหมื่นคน และต่อมาได้เปิดจัดแสดงอีกครั้งในบลู๊คลิน ซึ่งมีคนเข้าชมกว่าหกแสนคน
1922 วาดภาพโปสเตอร์ Russia Restituenda ซึ่งรณรงค์ให้มีการบริจาคอาหารไปช่วยเหลือชาวรัสเซียในช่วงที่เกิดสงครามกลางเมืองช่วงการปฏิวัติซึ่งมีคนหลายล้านคนเสียชีวิตเพราะขาดอาหาร
1925 พิมพ์หนังสือ Svobodné zednárstvi (Freemasonry) หนังสือเกี่ยวกับฟรีเมสัน 
1939 เมื่อนาซีเยอรมันบุกเชคช์ มุชาเป็นคนแรกๆ ที่ถูกจับโดยเกสตาโปด้วยมีเชื้อสายสลาฟและเป็นบุคคลมีชื่อเสียง มุชามีอาการป่วยด้วยโรคนิวโมเนียระหว่างที่ถูกจับ หลังเขาถูกสอบสวนไม่กี่วันก็ได้รับการปล่อยตัว แต่สุขภาพก็ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว
19 กรกฏาคม 1939  เสียชีวิต สิบวันก่อนจะอายุครบ 79 ปี

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann