Joseph Goebbels



พอล โจเซฟ โกบเบิ้ล (Paul Joseph Goebbels)
รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณา

โกบเบิ้ล เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 1897 ในเมืองรีดธ์ (Rheydt) แคว้นปรัสเซีย, เยอรมัน เขาเป็นลูกคนที่สาม พ่อของเขาเป็นเสมียรในโรงงานชื่อฟริตซ์ (Fritz Goebbels, 1867-1929) และแม่ชื่อมาเรียน (Maria Catharina Odenhausen) มีเชื้อสายดัตช์ เคยเป็นแรงงานทำงานในฟาร์ม   ครอบครัวนับถือแคธอริค
ตอนอายุ 4 ขวบ โกบเบิ้ลป่วยด้วยโรคติดเชื้อที่กระดูก (bone marrow inflammation) ทำให้ต้องมีการผ่าตัดขาขวา ซึ่งเป็นผลให้ขาขวามีการงอผิดปกติ
1914 เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาต้องการสมัครเข้าเป็นทหาร แต่ว่าไม่ผ่านการคัดเลือกเพราะความผิดปกติของร่างกาย
1919 เริ่มเขียนนิยาย Michael
1921 จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยไฮเดนเบิร์ก (University of Heidelberg) หลังเรียนจบเขาพยายามที่จะเป็นนักเขียนและสมัครเข้าทำงานในหนังสือพิมพ์แต่ว่าไม่มีที่ใดให้ความสนใจ
1923 เข้าทำงานที่ธนาคาารเดรส์ดเนอร์ (Dresdner Bank) สาขาในโคโลญจ์ 
พฤศจิกายน, เกิดเหตุการณ์กบฏโรงเบียร์ (Beer Hall Putsch) นำโดยฮิตเลอร์ แต่ว่าล้มเหลว  พรรคนาซีถูกแบน 
1924 ได้พบกับกรีกอ สตราสเซอร์ (Gregor Strasser) เคยให้การสนับสนุนนาซีในการพยายามปฏิวัติปีที่ผ่านมา แต่หลังจากนาซีถูกแบน เขาได้ก่อตั้งพรรค German-Völkisch Freedom Party และลงสมัครรับเลือกตั้งจนได้เป็นผู้แทน ฯ   , สตราสเซอร์กลายเป็นผู้นำอุดมการณ์ให้กับโกบเบิ้ล
1925 ปีนี้ฮิตเลอร์ก่อตั้งพรรคนาซีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และโกบเบิ้ลสมัครเข้าเป้นสมาชิก
พฤษภาคม, ได้เป็นบอร์ดของ NSDAP โดยเขารับผิดชอบการโจมตีนโยบายต่างประเทศของ Gustav Stresemann
กันยายน, เป็นบรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์ของพรรค National Socialist Letters  
1926 กุมภาพันธ์, ในที่ประชุมพรรคที่แบมเบิร์ก (Bamberg) เขาเปลี่ยนมาให้การสนับสนุนฮิตเลอร์
ตุลาคม, ได้รับแต่งตั้งให้เป็น Gauleiter (ผู้นำภาค) ของพรรคประจำเบอร์ลิน 
1927 หนังสือพิมพ์ Der Angriff (The Attack) เป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่ใช้โฆษณาอุดมการณ์แบบนาซี 
1928 โกบเบิ้ล , โกริ่ง (Hermann Goering) และสมาชิกพรรคนาซีคนอื่นอีกสิบคนได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ของเยอรมัน เข้าไปทำงานในรัฐสภาไรช์สแต๊ก (Reichstag) ,
เมษายน, โกบเบิ้ลถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาสามอาทิตย์เพราะพยายามก่อเหตุประท้วง แต่ว่าเขาได้รับสิทธิพิเศษของ ส.ส. ทำให้ไม่ต้องเข้าคุก
1929 Michael พิมพ์ออกมา
1930 27 เมษายน, ฮิตเลอร์มอบตำแหน่งผู้นำการโฆษณาแห่งไรช์  (Reich propaganda leader) ให้โกบเบิ้ล  
ธันวาคม, ผู้สนับสนุนนาซี และ SA ( Sturmabteilung~ กองกำลังกึ่งทหารของพรรคนาซี) ในเบอร์ลินประท้วงภาพยนต์อเมริกันเรื่อง All Quiet On the Western Front ภาพยนต์ต่อต้านสงคราม โดยผู้ประท้วงบุกเข้าไปในโรงภาพยนต์กว่่า 150 แห่งและเผา โกบเบิ้ลอ้างว่าภาพยนต์ทำลายค่านิยมความเป็นเยอรมัน เขามองว่าการประท้วงครั้งนี้เป็นชัยชนะครั้งสำคัญ
1931 10 Commandments for Nazi 
12 กันยายน, SA เข้าทำลายชาวยิวในช่่วงเทศกาลปีใหม่ของยิว
19 ธันวาคม , แต่งงานกับแม็กด้า เบห์เร็นด์ (Magda Quandt Behrend) ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกันห้าคน ชื่อ เฮลก้า (Helga, b.1932), ฮิลเดการ์ด (Hildegard Traudel, b.1943) , เฮลมุต (Helmut Christian, b.1935), โอลดีน (Holdine Kathrin, b. 1937), เฮดวิก (Hedwig Johanna, b.1938)  และมีลูกชายหนึ่งคนซึ่งเป็นลูกติดของแม็กด้ากับสามีคนเก่า ลูกชายชื่อฮาราล์ด (Harald Quandt)
1932 โกบเบิ้ลได้รับตำแหน่งประธานของชมรมผู้ฟังวิทยุ (German Reich Association radio listener , RDR)  ซึ่งเขาเปลี่ยนสมาคมให้กลายเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ และยังทำหนังสือแม็กกาซีน The German Station (Der Deutsche Sender) ออกมาด้วย
1933 นาซีได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งด้วยเสียงสนับสนุน 43.9% ฮิตเลอร์กลายเป็นนายกรัฐมนตรี
มีนาคม, โกบเบิ้ลได้รั้งแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีโฆษณา (Reich Minister of Public Enlightenment and Propaganda) 
21 มีนาคม Day of Potsdam 
 เมษายน, รณรงค์ให้คว่ำบาตรธุรกิจของยิว  และสั่งให้มีการยึดและเผาทำลายหนังสือ (The Burning of Books) ที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์ของนาซี
1934 Night of the Long Knives
1936 เยอรมันเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 
1937 มีนิทรรศกาล Degenerate Art ในมิวนิค ซึ่งเป็นการริเริ่มแนวคิดการต่อต้านศิลปะสมัยใหม่ อย่าง Dada, Cubism, Fauvism, Expressionism, Soviet Realism ว่าขัดแย้งกับอุดมการณ์ ภาพศิลปะ ในแนวนี้จึงถูกทางการยึดและทำลาย ซึ่งต่อมาขยายไปยังดนตรี และงานเขียน
1938 วิกฤติซูเดตแลนด์ (Sudetenland Crisis) ปีนี้เยอรมันเรียกร้องดินแดนของเชค (Czech) ซึ่งเยอรมันเรียกว่าดินแดนซูเดต ที่มีประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาเยอรมันในดินแดนดังกล่าวมาเป็นดินแดนของตน โกบเบิ้ลจึงอาศัยโอกาสนี้ยุยงให้มีการเกลียดชังชาวเชค และโปแลนด์ 
มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับนักแสดงชาวเชค ลิด้า บาโรว่า  (Lida Baarova)  จนภรรยาของเขารู้เรื่องและขู่ว่าจะหย่า แม็กด้านำเรื่องนี้ไปฟ้องฮิตเลอร์ จนฮิตเลอร์สั้งให้โกบเบิ้ลยุติความสัมพันธ์กับบาโรว่า และบาโรว่าถูกสั่งให้ออกจากเยอรมัน
9-10 พฤศจิกายน, Night of Broken Glass  ชาวเยอรมันโกรธแค้นที่ทูตของตน เฮอร์เซล กรินสแปน (Herschel Grynszpan) ถูกเอิร์น รัท (Ernst vom RAth) ฆ่าตาย โกบเบิ้ลจึงใช้โอกาสนี้โจมตีชาวยิว จนทำให้ประชาชนจำนวนมากออกจากบ้านมาก่อจราจลทำลายทรัพย์สินของชาวยิว และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 91 คน
1939 23สิงหาคม, เยอรมัน-โซเวียต ลงนามในข้อตกลงไม่รุกรานซึ่งกันและกัน (Molotov-Ribbentrop Pact)
1 กันยายน, เยอรมันบุกโปแลนด์
1940 26 พฤษภาคม, เริ่มพิมพ์หนังสือแม็กกาซีนรายสัปดาห์ Das Reich
1941 เยอรมันบุกโซเวียต
1943 กุมภาพันธ์, เยอรมันแพ้ในการรบที่สตาลินกราด (Battle of Stalingrad) กลายเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามโลก และหลังจากนี้ฮิตเลอร์หลีกเลี่ยงการปรากฏตัวต่อสาธารณชน จนโกบเบิ้ลกลายเป็นกระบอกเสียงของนาซี
18 กุมภาพันธ์ , โกบเบิ้ลกล่าวสุนทรพจน์สงครามสมบูรณ์แบบ (Total War Speech) ที่อาคารสปอร์ตพาเลช (Sports palace) เรียกร้องให้เยอรมันทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งสังคมและเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการทำสงคราม 
1944 20 กรกฏาคม,(Conspiracy Generals) มีความพยายามของนายทหารบางคนที่ต้องการจะสังหารฮิตเลอร์ แต่ว่าแผนการล้มเหลว
1945 22 เมษายน , หลบเขาไปอยู่ในบังเกอร์หลบภัยสำหรับผู้นำ (Fuhrer's bunker)  เมื่อกองทัพแดงใกล้เขามา
29 เมษายน เป็นสักขีพยานในพิธีแต่งงานของฮิตเลอร์ กับอีวา (Eva Braun) 
30 เมษายน , ฮิตเลอร์ฆ่าตัวตาย โดยที่เขามอบนำแหน่งผู้นำให้โกบเบิ้ล
1 พฤษภาคม, โกบเบิ้ล ภรรยาและลูกอีกหกคนฆ่าตัวตาย โดยที่ลูกทั้งหกคนได้รับการฉีดมอร์ฟีนโดย ดร.เฮลมุต คุนซ์ (Helmut Kunz) ทันตแพทย์ ก่อนที่จะมีการให้กินไซยาไนด์  ส่วนโกบเบิ้ลและแม็กด้าภรรยาพวกเขาเดินออกไปในสวนและฆ่าตัวตาย หลังจากนั้นทหารช่วยกันนำร่างของพวกเขาไปเผา 
2 พฤษภาคม, โซเวียตเข้าไปถึงบังเกอร์ ศพของโกบเบิ้ลและครอบครัวยังมีการไหม้ที่ไม่สมบูรณ์เพราะขาดแคลนเชื้อเพลิงที่จะใช้ ทำให้ทหารโซเวียตสามารถระบุร่างของแต่ละคนได้ 

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann