Gerald Gardner



เจรัลด์ การ์ดเนอร์ (Gerald Gardner)
พ่อมด


เกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 1884 ในอังกฤษ เป็นลูกของวิลเลี่ยม การ์ดเนอร์ (William Robert Gardner) และแม่ชื่อหลุยส์ เอ็นนิส (Louise Ennis) เป็นชาวสหรัฐฯ  ครอบครัวของเขามีฐานะดี เป็นเจ้าของบริษัทค้าไม้โจเซฟ การ์ดเนอร์ แอนด์ ซัน (Joseph Gardner & Sons) เป็นบริษัทค้าไม้เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ
ครอบครัวสืบประวัติย้อนไปได้ถึงกริซเซล การ์ดเนอร์ (Grissel Gardner) ซึ่งถูกเผาด้วยข้อหาเป็นพ่อมดในปี 1610 ในเมืองนิวเบิร์ก (Newburgh) 
การ์ดเนอร์ เขาถูกเลี้ยงดูมาโดยนางพยาบาลชื่อ จอร์เจียน่า  แม็คคอมบี้ (Georgiana  Com McCombie) เพราะตอนเด็กเขาเคยป่วยโดยโรคหอบหืด (asthma) โจเซฟินจึงทำหน้าที่พาเขาไปยังเมืองที่มีอากาศอบอุ่นในยุโรป
1900 จอร์เจียน่าแต่งงานกับเดวิด เอลคิงตัน (David Klkington) ซึ่งเขามีไร่ชาอยู่ในศรีลังกา พวกเขารวมทั้งการ์ดเนอร์ จึงได้ย้ายมาอยู่ที่ศรีลังกา 
1907 การ์ดเนอร์ เดินทางกลับอังกฤษ และเข้าไปทหาร (Legion of Frontiersmen) ซึ่งทำหน้าที่รบกับทหารเยอรมัน แต่ว่าปลายปีก็เดินทางกลับมาศรีลังการ
1910 เข้าเป็นสมาชิกของฟรีเมสัน
1911 ย้ายมาอยู่ในมาเลเซีย บนเกาะบอร์เนียว ตอนแรกเริ่มทำงานเป็นผู้จัดการของบริษัท Mawo Estate ซึ่งทำกิจการสวนยาง ระหว่างนี้การ์ดเนอร์ ได้ทำความคุ้นเคยกับคนท้องถิ่น ชาวดียัก (Dyak) และ ดูซัน (Dusan) ซึ่งการ์ดเนอร์เชื่อว่าพวกเขามีเวทมนต์หรืออำนาจลึกลับที่ใช้ในการรักษาโรค
ต่อมาเมื่อเขาป่วยด้วยโรคมาลาเรีย เขาได้ย้ายจากบอร์เนียวมายังบริเวณสิงคโปว์ (ขณะนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซียซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษ) ซึ่งทำให้เขาก็ได้งานใหม่กับบริษัท Borneo Co. ที่ทำธุรกิจสวนยางอยู่ในรัฐเปรัก
1915 เข้าร่วมกับหน่วยทหารอาสาสมัคร (Malay States Volunteer Rifles) ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 
1916 เดินทางกลับอังกฤษเพื่อที่จะสมัครเข้าเป็นทหารเรือ แต่ว่าเขาก็ล้มป่วยเสียก่อนจนไม่สามารถออกรบได้ ต่อมาเมื่อหายป่วยแล้วได้ถูกส่งไปทำงานในหน่วยพยาบาลอาสาสมัคร (Voluntary Aid Detachment) ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลชานเมืองลิเวอร์พูล
ตุลาคม, เขาเดินทางกลับมาเลเซียอีกครั้งหลังเริ่มมีอาการป่วยด้วยมาลาเรียอีก แต่ธุรกิจยางพาราช่วงนี้ไม่ดี ราคายางตกต่ำ ทำให้เขาพยายามจะหางานอื่นทำ
1923 เข้าทำงานราชการในมาเลเซีย โดยเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการทำสวนยาง 
1927 เดินทางกลับอังกฤษเมื่อทราบว่าพ่อของเขาล้มป่วย 
16 สิงหาคม, แต่งงานกับดอนน่า (Dorothea Frances Rosedale, Donna)
ช่วงปลายปีเขาเดินทางกลับมาเลเซียอีกครั้ง และให้ความสนใจศึกษาเกี่ยวกับมนุษยวิทยา ชนเผ่าต่างๆ รวมถึงเรื่องพิธีกรรมและศาสตร์ลึกลับของแต่ละความเชื่อของลัทธิต่างๆ  เขายังทำหน้าที่เป็นนักโบราณคดี ซึ่งสามารถขุดค้นพบวัตถุโบราณพวกเครื่องเคลือบที่มาจากจีนในช่วงราชวงศ์หมิงพบด้วย

1932 กลับมาอังกฤษและร่วมการประชุมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่วิทยาลัยคิงคอลเลจ และหลังจากกลับมาเอเซียตะวันออกเฉียงใต้อีก เขาเดินทางไปสำรวจอารยธรรมในฟิลิปปินส์, กัมพูชา, จนไปถึงจีน แต่ว่าต้องกลับออกจากจีนเมื่อเกิดสงครามกลางเมืองในจีน
1936 เดินทางกลับอังกฤษหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของบิดา 
พิมพ์ผลงาน Keris and the Other Malay Weapons
ช่วงปลายปีเขาเดินทางไปยังไซปรัส เพื่อหนีอากาศหนาวในอังกฤษ เจอราล์ดอ้างว่าชาติที่แล้วเขาเคยอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้มาก่อน และเขาได้ซื้อที่ดินบริเวณ  Famagusta  ไว้โดยมีแผนที่จะสร้างบ้าน 
1938 การ์ดเนอร์ย้ายมาอยู่ในไครต์เชิร์ช (Christchucrh, Dorset) ซึ่งที่นี่เข้าได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มโรซี่ ออร์เดอร์ โครโตน่า (Rosicrucian Order Crotona Fellowship) ซึ่งเป็นโรซี่ครูเซี่ยน (Rosicrucianism ) ที่ก่อตั้งโดยจอร์จ ซูลลิแวน (George Alexander Sullivan) แต่ว่าการ์ดเนอร์อ้างว่าเขาไม่ค่อยชอบการนำของซูลลิแวน แต่ว่าได้สนิทสนมกับสมาชิกส่วนหนึ่งของกลุ่ม ซึ่งต่อมาได้ร่วมกันตั้งกลุ่มใหม่ขึ้นมา
1939 ช่วงกลางปีระหว่างที่เดินทางไปลอนดอน เขาได้รู้จักกับรอสส์ นิโคลส์ (Ross Nichols) ซึ่งแนะนำให้เขารู้จักกับศาสนาโบราณดูดาย (Druidry) 
กันยายน, ระหว่างที่ไปทำพิธีกรรมที่บ้านของสมาชิกคนหนึ่ง ซึ่งเจ้าของบ้านคือ โดโรธี คลูตเตอร์บัค (Dorothy Clutterbuck) เศรษฐีนีคนหนึ่ง ในพิธีนี้ผู้เข้าร่วมจะต้องเปลือยกาย ซึ่งเมื่อพิธีดำเนินไป การ์ดเนอร์อ้างว่าเขาได้ยินเสียงคำว่า Wica ซึ่งเขาเข้าใจความหมายของมันว่าเป็นศัพท์โบราณหมายถึง เวทมนต์ (Witch)
สมาชิกที่เข้าร่วมในพิธีกรรมวันนี้ การ์ดเนอร์บอกว่าคือผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม New Forest coven 
ในปีนี้เขายังเข้าเป็นสมาชิกของ Folklore Society
พิมพ์ผลงาน A Goddess Arrives เป็นนวนิยายเรื่องแรกของเขา ซึ่งตัวละครในเรื่องอาจหมายถึงตัวเขาเอง เพราะตัวเอกเป็นชาวอังกฤษซึ่งสามารถระลึกชาติได้ว่าตัวเขาเองเคยอาศัยอยู่ในไซปรัสช่วงยุคสัมฤทธิ์ และไซปรัสถูกรุกรานโดยอียิปต์
1940 เมื่อสถานะการณ์ใกล้จะกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 เขากลับมาอยู่ในลอนดอน และสมัครเข้าเป็นอาสาสมัคร หน่วย Air Raid Precautions ซึ่งช่วยสร้างหลุมหลบภัย และคอยเตือนหากมีการโจมตีทางอากาศ
สิงหาคม,, การ์ดเนอร์อ้างว่า NFc ได้ทำปฏิบัติการชื่อว่า Operation Cone of Power เป็นพิธีร่ายเวทมนต์ที่ช่วยบันดาลให้ผู้นำระดับสูงของนาซีไม่ต้องการที่จะบุกอังกฤษ
1946 เป็นสมาชิกของกลุ่มความเชื่อหลายกลุ่ม ได้แก่ Ancient British Church (กลุ่มนี้มีเป้าหมายที่ส่งเสริมนิกายออโธดอกซ์ในอังกฤษ),  Public Affairs Committee , Ancient Druid Order (โปรโมทศาสนาโบราณหรือปรัชญาเก่า ดรูอิด ซึ่งนักบวชมักบูชาธรรมชาติ)
1947 รู้จักกับอลิสเตอร์ โครวลีย์ (Aleister Crowley) ผู้นำกลุ่ม Thelema ซึ่งการ์ดเนอร์ได้เข้าร่วมกลุ่มด้วย
พฤศจิกายน, เขาและภรรยาเดินทางไปสหรัฐ เพื่อต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวูดู (Voodoo) 
1949 Help High Magic โดยเขาใช้นามปากการ Scire
1951 มีการยกเลิกกฏหมายต่อต้านการเป็นแม่มด( Witchcraft Act) ในอังกฤษ 
เขาย้ายมาอยู่ที่เกาะแมน (Isle of Man) และร่วมกับเซซิล วิลเลี่ยมสัน (Ceceil Willaimson) เปิดพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเวทมนต์
1954 การ์ดเนอร์กลับมาอังกฤษเพราะพิพิธภัณฑ์บนเกาะขาดสภาพคล่องทำให้เขาแตกคอกับวิลเลี่ยมสัน การ์ดเนอร์กลับมาตั้งพิพิธภัณฑ์เวทมนต์แห่งใหม่ด้วยตัวเองอยู่ที่คอร์นวอลล์ (Boscastle, Cornwall) 
1958 ภรรยาของเขาเสียชีวิต 
1960 หนังสือชีวประวัติอย่างเป็นทางการของการ์ดเนอร์ ชื่อ Gerald Gardner: Witch เขียนโดย อิดรีส์ ชาห์ (Idries, Shah) 
1964 12 กุมภาพันธ์, เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ระหว่างอยู่บนเรือ The Scottish Prince เพื่อเดินทางไปพักผ่อนที่เลบานอน  ศพของเขาจึงถูกนำไปฝังที่ตูนิเซีย (Tunisia) ซึ่งเป็นเมืองท่าถัดไปเรือต้องจอด

Keris and Other Malay Weapons, 1936
A Goddess Arrives, 1939
High Magic’s Aid, 1949
Witchcraft Today, 1954

The Meaning of Witchcraft, 1959

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann