Hannibal Barca



ฮานนิบาล บาร์ก้า (Hannibal Barca)

ฮานนิบาล เกิดปี 247 BC เขาเป็นลูกชายของแม่ทัพฮามิลคาร์ บาร์ก้า (Hamilcar Barca) แม่ทัพแห่งกองทัพคาร์เธจ (Carthag) กับมารดาที่ไม่ทราบชื่อ
เขามีพี่น้องหลายคน แต่ที่ทราบชื่อคือน้องชายสองคน ฮาสดรูบาล (Hasdrubal) และ มาโก้ (Mago) และพี่น้องต่างมารดา ดาสดรูบาล (Hasdrubal the Fair) และกษัตริย์นาราวาส (King of Numid ,Naravas) แห่งอาณาจักรนูมิด
ชื่อ Hannibal แปลว่า เทพบาล (Baal) ทรงพระเมตตา
บาร์ก้า (Barca) แปลว่า สายฟ้า 
นามสกุล Barca บางทีถูกเรียกว่า Barcid

ฮามิลคาร์ ต้องออกเดินทางไปรบและไม่ค่อยมีโอกาสได้พบหน้าลูกชาย แต่เขาตั้งความหวังกับลูกของเขาเอาไว้สูง โดยกล่าวว่า “เขาเหมือนกับลูกสิงโตที่ข้าตั้งใจเลี้ยงเอาไว้เพื่อทำลายกรุงโรม”

เมื่ออายุได้ 9 ปี ฮานนิบาล เดินทางไปยังเสปนพร้อมกับบิดา โดยถูกส่งไปบูรณะเสปนที่ได้รับความเสียหายจากสงครามพูนิค ครั้งแรก (First Punic War
ตำนานเล่าว่าเมื่อได้มีโอกาสพบกับกษัตริย์แอนติโอชุส ที่ 3 (Antiochus III, Syrian King) แห่งซีเรีย ฮานนิบาลได้กล่าวสาบานตนต่อกษัตริย์ว่าจะลายกรุงโรม

เมื่อมาถึงเมืองฮาเดส (Hades) ในสเปน (ไอบีเรีย) เป็นเมืองขึ้นของคาร์เทจ
ฮามิลการ์ เริ่มบุกเบิกเหมืองทองคำและเงินในเทือกเขาเซียร์ร่า โมรีน่า (Sierra Morena)
230 BC ฮามิลการ์ ก่อตั้งเมืองเอเคร เลฟ (Acre Lev)
229 BC ยึดเมืองเฮไลซ์ (Helice)
หลังจากฮามิลการ์ เสียชีวิตแล้ว , ฮาสดรูบาล (Hasdrubal) ลูกชายของเขาได้เป็นผู้บัญชาการกองทัพในเสปนแทน  ส่วนฮานนิบาลและพี่น้องคนอื่นได้เดินทางกลับคาร์เทจ
224 BC เดินทางกลับมาสเปนอีกครั้ง โดยได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยทหารม้าหน่วยหนึ่งภายใต้คำสั่งของฮาสดรูบาล
ฮาสดรูบาลก่อตั้งเมืองนิวคาร์เทจ (New Carthage~Cartagena,Spain) เพื่อใช้เป็นเมืองหลวงของคาร์เทจในสเปน 
223 BC เกิดความวุ่นวายใน Sagunto และเจ้าเมืองได้ขอความช่วยเหลือไปที่โรม โรมจึงได้ส่งทหารมาขับไล่ฝ่ายที่สนับสนุนคาร์เทจออกจากมเือง
221 BC ฮาสดรูบาลถูกลอบสังหารโดยคนรับใช้คนหนึ่งของเขาเอง  หลังจากนั้นทหารที่เหลืออยู่จึงได้เลือกให้ฮานนิบาล ขึ้นมาเป็นแม่ทัพคนใหม่แทน 
เมื่อเป็นแม่ทัพคนใหม่ ฮานนิบาลได้ขยายดินแดนของไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรไอบีเรีย โดยได้บุกเมืองอลิเธีย (Alithia) ของชาวโอลคาเดส (Olcades) ทำให้ดินแดนขบายไปใกล้แม่น้ำตากัส (Tagus river)
220 BC รบกับชาวแวกคาอิ (Vaccaei) โดยบุกเมือง Helmantice และ Arbulcala 
และต่อสู้กับชาว Carpetani ชนเผ่าของหนึ่งในแถบเสปน 
ชาวซากันตัม (Saguntum) ในคาบสมุทรไอบีเรีย อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำอีโบร (Ebro river) กลัวว่าฮานนิบาลจะรุกรานจึงได้ขอความช่วยเหลือยังยังโรม 
219 BC บุก Saguntum
218 BC ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ฮานนิบาลเริ่มนำทัพออกจากนิวคาร์เทจเพื่อจะบุกโรม  ระหว่างทางกองทหารคาร์เทจรบกับชนเผ่าหลายเผ่าที่อาศัยตามเชิงเทือกเขาไฟรีนี (Pyrenees) แม้ว่าจะชนะแต่ก็เสียทหารไปจำนวนมาก และทหารจำนวนหนึ่งที่ไม่ต้องการเดินทางออกจากดินแดนบ้านเกิดก็ถูกส่งตัวกลับ
เมื่อไปถึงดินแดนโกล (Gaul) หนังสือของฟิลินัส (Philinus) นักประวัติศาสตร์กรีก บอกว่ากองทัพของฮานนิบาลมีทหารราบ 50,000 นาย ทหารม้า 6,000 นาย และช้าง 60 เชือก
กันยา ทือกเขาไพรีนี มาถึงริมฝั่งแม่น้ำโรน (Rhone river)  ได้รบกับชาวอัลโลโบรเกส (Allobroges)

พับเลียส สคิปิโอ (Publius Cornelius Scipio) เป็นหนึ่งในกงศุลของโรมันในเวลานั้น ได้นำทัพออกไปขัดขวางฮานนิบาล ไม่ให้สามารถข้ามเทือกเขาแอลป์ (Alps) มาได้ กองทัพของคาร์เทจสามารถเอาชนะทหารส่วนหนึ่งของโรมันที่เดินทางย้อนขึ้นไปต้นน้ำโรนได้  , สคิปิโอซึ่งคุมกองทัพหลักได้ถอนทหารกับอิตาลีเมื่อทราบข่าวว่าเผ่าโบ (Boii) และ อินซูเบรส (Insubres) ซึ่งอยู่ในปกครองของโรมันกำลังก่อจราจล
ฮานนิบาลเข้ามาถึงอาณาเขตของโรมันก่อนที่สคิปิโอจะเดินทางมาถึง เขาสามารถเอาชนะเมืองเล็กๆ อย่าง Po Valley(Gallia Cisalpina), Ticinus, Lombardy ได้
สภาซีเนตของโรมันเมื่อได้ทราบข่าวว่าเมืองโป ถูกบุก ก็ได้เรียกกองทัพของกงสุล เซมโปรเนียส ลองกัส (Sempronius Longus) ซึ่งอยู่ที่ซิสิลี ให้เดินทางกลับมาช่วยอีกทางหนึ่ง
ฤดูใบไม้ร่วง, (Battle of Cissa)  ทหารของโรมันนำโดยเกียส สคิปิโอ (Gnaeus Cornelius Scipio Calvus) นำกองทัพเรือมาขึ้นฝังในไอบีเรีย และเอาชนะกองทัพคาร์เทจที่นำโดยฮานโน่ (Hanno) หลานของฮานนิบาล บริเวณเมืองคิสซ่า (Cissa)
ธันวาคม, (Battle of the Trebia) ริมฝั่งแม่น้ำเทรบเบีย (Trebbia river) ใกล้กับเมืองเปียเซนซ่า  (Piacenza) ฮานนิบาลรบกับกองทัพโรมันนำโดยไทบีเรียส ลองกัส (Tiberius Sempronius Longus) โดยโรมันเป็นฝ่ายชนะ แต่ว่าโรมันต้องสูญเสียทหารอย่างมาก
217 BC ฤดูใบไม้ผลิ เกียส เซอรวิเลียส (Gnaeus Servilius) และเกียส ฟลามิเนียส (Gaius Flaminius) ทั้งสองเป็นกงสุลใหม่ของโรมันได้นำกองทัพออกไปทางตะวันตกและตะวันออกเพื่อป้องกันเส้นทางที่คาดว่าฮานนิบาลจะบุก
ฮานนิบาลใช้เส้นทางที่ยากลำบากที่เหลือ คือ ผ่านทางแม่น้ำอาร์โน (Arno) และมาถึงอีทรูเรีย (Etruria) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเช่นกัน 
(Battle of Lake Trasimene), ฟลามิเนียส ถูกสังหารในการรบบริเวณริมทะเลสาปทราสซิมีน เป็นเหมือนจุดเปลี่ยนของสงคราม
ต่อมา ฟาเบียส แม็กซิมัส (Fabius Maximus) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้นำคนใหม่ของโรมัน 
ฮานนิบาลนำกองทัพเดินทางผ่านเมืองแซมเนียม (Samnium) ไปยังแคมปาเนีย (Campania) 
216 BC สภาซีเนตได้ตั้ง เกียส วาร์โร (Gaius Terentius Varro) และ ลูเซียส พอลลัส (Luciuse Aemillius Paullus) เป็นกงสุล
สิงหาคม, (Battle of Cannae) กองทัพคาร์เทจมาถึงตอนใต้ของอิตาลีและเอาชนะกองทัพขนาดใหญ่ของโรมัน ที่นำโดยวาร์โร่ และพอลลัสได้ บริเวณเมืองแคนเน่ โดยพอลลัสก็ถูกฆ่าตายในการรบ
หลังจากสมรภูมิที่แคนเน่ หลายเมืองในอิตาลีไม่กล้าที่จะรบกับคาร์เทจอีก ฮานนิบาลสามารถยึดเมืองคาปัว (Capua) เมืองใหญ่อันดับสองของอิตาลีมาใช้เป็นฐานทัพแห่งใหม่ได้อย่างง่ายได้ และคาร์เทจยังได้รับการสนับสนุนจากชาวกรีกในซิสิลี และกษัตริย์ฟิลิป ที่ 5 (Philip V, King of Macedonian) แห่งมาเซโดเนีย ก็ลุกมาต่อต้านโรมันด้วย
212 BC สามารถยึดเมืองตาเรนตัม (Tarentum) ได้
211 BC โรมันกลับมายึดเมืองคาปัวได้ และทำลายฐานทัพของคาร์เทจในซิสิลี
209 BC เสียเมืองตาเรนตัมไป 
203 BC (Battle of the Great Plains) สคิปิโอ แอฟริคานัส (Scipio Africanus) นำทหารบุกคาร์เทจ และเป็นฝ่ายมีชัยชนะ
ฮานนิบาลทำให้เขาถูกเรียกตัวกลับ
202 BC เปิดการเจรจาสันติภาพกับโรมัน  สภาซีเนตของคาร์เทจต้องตกทำสัญญาสันติภาพ โดยแลกกับดินแดนอาณานิคมโพ้นทะเล และจ่ายเงินชดเชยให้
(Battle of Zama), คาร์เทจพยายามจะต่อรองโดยกองทหารของฮานนิบาลในแอฟริกา ได้ยึดกองเรือของโรมันในอ่าวตูนิส (Tunis gulf)  ทำให้แอฟริคานัส นำทหารมาปราบปรามได้อย่างง่ายดายได้กำลังที่ต่างกันมาก  หลังพ่ายแพ้คาร์เทจถูกปรับเป็นเงินมากขึ้นมากกว่าข้อตกลงเดิม 
200-196 เป็นช่วงเวลาแห่งสันติภาพระหว่างโรมันกับคาร์เทจ 
195 ฮานนิบาลออกเดินทางไปยังเมืองไทร์ (Tyre)@เลบานอน และต่อมาเดินทางไป ยีเฟรซัส (Ephersus)@ตุรกี และได้รับการต้อนรับจากกษัตริย์ แอนติโอชุส ที่ 3 แห่งซีเรีย ซึ่งกำลังเตรียมจะทำสงครามกับโรม แต่พระองค์กลับไม่รับฟังคำแนะนำจากฮานนิบาลว่ากองทัพของพระองค์ตอนนี้ไม่สามารถรบกับโรมันได้ 
191 BC ทหารโรมันนำโดยมาเนียส กลาบริโอ (Manius Acilius Glabrio) สามารถรบชนะ กษัตริย์ แอนติโอชุส ได้ที่เธอโมไพแล (Thermopylae) และต่อมาตามมาโจมตีอีกครั้งที่อนาโตเลีย (Anatolia)
190 BC ฮานนิบาลนำกองทัพเรือของซีเรียจากเลลูคิด (Seleucid) แต่ว่าพ่ายแพ้ในการรบในแม่น้ำ ยูริเมดอน (Eurymedon river) เขาจึงหนีไปยังเอเชียไมเนอร์ และไปทำงานให้กับกษัตริย์ปรูเซียส ที่ 1 (Prusias I of Bithynia) แห่งบริทูเนีย@ตุรกีติดกับทะเลดำ
ฮานนิบาลอาสานำกองทัพของบริทูเนียรบกับกองทัพของกษัตริย์ยูเมเนส ที่ 2 (Eumenes II of Pergamon) พันธมิตรของโรมัน และเป็นฝ่ายมีชัยชนะในการรบทางน้ำหลายครั้ง  
183 BC แต่ต่อมาทางโรมได้ยืนคำขาดให้บิทูเนียส่งมอบตัวฮานนิบาล ซึ่งกษัตริย์บรูเซียยอมที่จะส่งตัวฮานนิบาลให้กับโรม ทว่าฮานนิบาลหลบหนีไป เขาเดินทางไปจนถึงไลบีสซ่า (Libyssa)@ตุรกีติดกับทะเลดำ และได้ถูกทหารล้อมจับ ฮานนิบาลจึงได้ดื่มยาพิษซึ่งเขาใส่ไว้ที่แหวนจนและเสียชีวิต

ภรรยาของฮานนิบาลไม่ทราบชื่อที่แน่ชัด แต่อิตาลิโค่ (Silius Italico) บอกว่าเธอชื่อ อิมิลซ์ (Imilce) เป็นชาวไอบีเรีย จากเมืองคาสตุโล่ (Castulo) เล่ากันว่าเมื่อฮานนิบาลหนีออกจากอิตาลี เขาส่งอิมิลซ์และลูกชายไม่ทราบชื่อล่องเรือกลับคาร์เทจ 
ในจตุรัสโปโปโล่ (Piazza del Popolo) ในเมืองเบียซ่า (Beaza) สเปน มีน้ำพุและรูปปั้นผุ้หญิงคนหนึ่ง (Fountain Plaza lions in Baeza) ที่เชื่อกันว่าเป็นรูปปั้นของอิมิลซ์ ซึ่งถูกย้ายมาจากเมืองคาสตูโล่

Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann