Rudolf Abel



รูดอล์ฟ เอเบล (Rudolf Abel, Рудолья Иванович Абель)



เกิดเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 1903 ใน อังกฤษ (Newcastle-upon-Tyne) ชื่อจริงคือ วิลเลี่ยม ฟิชเชอร์ (William Genrikhovich Fisher, Вильям Генрихович Фишер) พ่อของเขาชื่อเฮนริช (Heinrich Fisher) ซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์เชื้อสายเยอรมันจากรัสเซีย เฮนริชเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติต่อต้านซาร์ จนต้องหนีออกจากรัสเซียมาอยู่ในอังกฤษตั้งแต่ปี 1901
เขาเริ่มเรียนหนังสือในสก๊อตแลนด์ โดยสามารถพูดได้ถึงหกภาษา ได้แก่ รัสเซีย, ยิดดิช, เยอรมัน, โปแลนด์, อังกฤษ 
1920 ครอบครัวของเขาย้ายกลับมาอยู่ในสหภาพโซเวียต เขาเริ่มทำงานเป็นพนักงานแปลให้กับองค์การโคมินเทิร์น ก่อนที่ต่อมาจะสมัครเข้าเรียนในสถาบันศิลปะมอสโคว์ (VHUTEMAS)
1924 สมัครเข้าเป็นทหารเกณฑ์ และถูกส่งไปอยู่ในหน่วยงานเกี่ยวกับวิทยุ
1927 7 เมษายน, แต่งานกับเยเลน่า เลเบเดว่า (Elena Lebedeva) นักดนตรีฮาร์ฟ  พวกเขามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนชื่อเยเวลีน (Evelyn, b.1929)
ปีนี้ได้เข้าทำงานศูนย์วิจัยด้านวิทยุของ OGPU และถูกส่งไปทำงานในหลายประเทศในยุโรปโดยใช้งานวิทยุบังหน้า 
1938 ถูกปลดจากตำแหน่งใน NKVD ในสมัยของเบเรีย (Beria) 
1940s ช่วงสงครามโลก ถูกส่งไปหาข้อมูลในแนวรบด้านเยอรมัน
1946 กลับเข้ามาทำงานกับ KGB 
1947 เดินทางเข้าฝรั่งเศสอย่างผิดกฏหมาย โดยใช้พาสสปอร์ตชื่อแอนดริว กาโยติส (Andrew Kayotis) เป็นชาวลิทัวเนีย
1948 พฤศจิกายน, เดินทางมาสหรัฐอเมริกาโดยใช้พาสสพอร์ตปลอมชื่อว่า Emil Robert Goldfusa โดยไปทำงานในสตูดิโอถ่ายภาพแห่งหนึ่งย่านบรู๊คลิน โดยที่เขาเป็นนักถ่ายรูปฝีมือดี ชอบเล่นเปียโน วาดรูป
เขาใช้ชื่อรหัสว่ามาร์ก (Mark) ทำงานงานล้วงข้อมูลของโครงการนิวเคลียร์สหรัฐ  และดูแลเครือข่ายสายลับในนิวยอร์ค 
ต่อมาโซเวียตได้ส่งสายลับคนใหม่มาช่วยงานเขา ไรโน่​เฮย์ฮาเนน (Reino Hayhanen) ซึ่งมีนิสัยติดเหล้า และอารมณ์ค่อนข้างแปรปรวน
1955 เดินทางกลับโซเวียตเพื่อไปพักผ่อน ระหว่างนี้งานถูกส่งมอบให้เฮย์ฮาเนนดูแล
1956 เฮย์ฮาเนนถูกเรียกตัวกลับโซเวียต แต่ด้วยความหวาดระแวงทำให้เขาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในฝรั่งเศส ทำให้เครือข่ายสายลับถูกเปิดโปง
1957 21 มิถุนายน, ถูกจับระหว่างพยายามหลบหนีออกจากสหรัฐฯ เมื่อถูกจับเขาให้การณ์กับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ว่าตัวเขาชื่อ รูดอล์ฟ เอเบล (Rudolf Ivanovich Abel) ซึ่งก็ไม่ใช่ชื่อจริง แต่เป็นชื่อสายลับโซเวียตคนหนึ่งที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้กับโซเวียตทราบว่าเขาถูกจับและเขาไม่ได้ทรยศ 
ตุลาคม, เขาถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 45 ปี โดยถูกส่งไปขังในเรือนจำที่แอตแลนต้า 
1962 10 กุมภาพันธ์, เอเบล ถูกนำไปแลกเปลี่ยนกับนักบินเครื่องบิน U-2 ของสหรัฐ แกรี่ เพาเวอร์ (Gary Powers) ซึ่งถูกโซเวียตจับตัวไว้หลังจากเครื่องบิน U-2 ถูกยิงตกโดยจุดแลกตัวเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนอยู๋ที่สะพาน Glieneceker Bridge ที่เชื่อมระหว่างเยอรมันตะวันออกกับเยอรมันตะวันตก 
เมื่อกลับมาโวเวียตเขาได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของเคจีบี ที่ทำหน้าที่ไปสอนหนังสือให้กับเด็กนักเรียน
1971 15 พฤศจิกายน, เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด ร่างของเขาถูกฝังที่สุสานดอนสกอย (Donskoy cemetery) ในมอสโคว์

1990 รูปของเขาถูกนำไปทำเป็นแสตมป์ในโซเวียต

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann