Maximilien Robespierre



แม็กซิมิเลียน โรบ์สปิแอร์ (Maximilien Marie Isidore de Robespierre)


โรบ์สปิแอร์ เกิดในอาร์ตอย (Arras, Artois, France) ทางเหนือของกรุงปารีส ในวันที่ 6 พฤษภาคม 1758  พ่อของเขาเป็นนักกฏหมาย เป็นสมาชิกสภา (Coucil of Artois) ชื่อแม็กซิมิเลียน (Maximilien Barthelemy François de Robespierre, 1735-1764) และแม่ชื่อแจ็กเกลีน คาร์รูลต์ (Jacqueline Marguerite Carrault, 1735-1764) โรบ์สปิแอร์ เป็นลูกชายคนโตในพี่น้องสี่คน
เมื่อแม่ของเขาเสียชีวิตตอนที่เขาอายุได้ 7 ปี โรบ์สปิแอร์ถูกส่งไปอยู่กับยาย 
เขาเข้าเรียนชั้นประถมจากโรงเรียนในเมือง 
1769 เข้าเรียนที่ Lycée Louis-le-Grand ในปารีส  
1780 สำเร็จการศึกษา โดยได้รับปริญญาตรีทางด้านกฏหมาย
1782 เข้าทำงานที่ Council of Artois โดยที่เขาได้เป็นผู้พิพากษาคดีด้านอาชญากรรม
1788 หลุยส์ ที่ 16 ประกาศให้มีการเลือกตั้งในระดับจังหวัดทุกจังหวัด ทำให้โรบ์สปิแอร์ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 5 ตัวแทนของฐานะดรที่ 3 (Third Estate, ประชาชนทั่วไป) ของจังหวัดอาร์โตส 
1789 พฤษภาคม, เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมสภาฐานันดร (States-General) ซึ่งจัดโดยหลุยส์ ที่ 16  ภายในพระราชวังแวร์ซาย เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับวิกฤตการคลังของประเทศในเวลานั้น
20 มิถุนายน, Tennis Court Oath มีการกล่าวคำปฏิญาณที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ
27 กรกฏาคม, มีการตั้งสภารัฐธรรมนูญแห่งชาติ (National constituent Assembly)  โดยหลุยส์ ที่ 16 ทรงให้การรับรอง
14 กรกฏาคม, (Storming of the Bastille) ผู้สนับสนุนสภารัฐธรรมนูญแห่งชาติ บุกเข้าไปยังป้อมบาสติล ซึ่งเป็นเรือนจำ เพื่อยึดอาวุธ 
เขาได้รับความนิยมจากสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมจากการกล่าวโจมตีหลุยส์ ที่ 16 และราชวงศ์ รวมถึงแนวคิดสนับสนุนการปฏิรูปการปกครองให้เป็นประชาธิปไตย
30 กันยายน, สภารัฐธรรมนูญแห่งชาติถูกยุบไป และตั้งสภานิติบัญญัติ (Legislative Assembly) ขึ้นมาแทน
ตุลาคม, March on Versailles
พฤศจิกายน, National Guard
ร่วมในการประกาศร่าง  Declaration of the Rights of Man and of the Citizen, และรัฐธรรมนูญฉบับแรก (First French Constitution 1791)
Constituent Assembly-Legistative Assembly 
1790 เมษายน, ได้รับเลือกให้เป้นประฐานของกลุ่มจาโคบิน (Jacobin club~ Society of the Friends of the Constitution) จาโคบินเป็นชื่อโบสถ์คาโธลิกประชุมซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดประชุมของกลุ่ม
1791 20 มิถุนายน , หลุยส์ ที่ 16 พยายามหลบหนีออกจากฝรั่งเศสแต่ว่าถูกจับได้ใกล้กับพรหมแดนออสเตรีย การหลบหนีครั้งนี้ยิ่งทำให้สถานะของกษัตริย์ในฝรั่งเศสสั่นคลอน หลายฝ่ายต่างหมดความเชื่อมั่นและเห็นว่าพระองค์กลายเป็นผู้ทรยศ
17 กรกฏาคม, (Massacre on the Champ de Mars) เกิดการสังหารหมู่บริเวณสวนสาธารณะแชมเดอมาร์ โดยฝ่ายที่สนับสนุนสาธารณรัฐ
1792 กุมภาพันธ์, ในที่ประชุมสภานิติบัญญัติ โรบ์สปิแอร์ไม่เห็นด้วยกับที่ประชุมที่จะให้ฝรั่งเศสประกาศสงครามกับออสเตรีย ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ทำให้กลุ่มจาโคบิน และกลุ่มกิรอนดิน (Girondin) เผชิญหน้ากัน 
20 เมษายน, สภานิติบัญญัติ ประกาศสงครามกับออสเตรีย โรบ์สปิแอร์ไม่เห็นด้วยที่จะใช้กำลังทหารปกติ เพราะจะทำให้พวกขุนนางกลับมามีอิทธิพล แต่เขาเรียกร้องให้มีการตั้งกองกำลังประชาชนติดอาวุธเพื่อปกป้องประเทศแทน 
10 สิงหาคม, กองกำลังติดอาวุธบุกพระราชวังตูลีร์ (Tuileries palace) เพื่อจับหลุยส์ ที่ 16 เป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดการปกครองโดยระบบกษัตริย์ในฝรั่งเศส
โรบ์สปิแอร์ได้รับเลือกให้เป็นตำแทนจากปารีสเข้าร่วมการประชุมแห่งชาติ(National Convention)  
21 กันยายน, ประชุมแห่งชาติได้มีการประกาศให้ฝรั่งเศสเป็นสาธารณรัฐ และตัดสินลงโทษประหารชีวิตหลุยส์ ที่ 16
ออสเตรียประกาศสงครามกับฝรั่งเศส
1793 21 มกราคม, หลุยส์ ที่ 16 ถูกประหารชีวิต 
ช่วงสงครามในปารีสเกิดวิกฤตด้านอาหาร, ขญะที่เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ อย่างลีออน (Lyon) เกิดการกบฏ, เมืองท่าตูลอน (Toulon) ประกาศยอมแพ้ให้กับกองทัพอังกฤษ
2 มิถุนายน, สภาแห่งชาติของฝรั่งเศสที่มีการเผชิญหน้าระหว่างสองกลุ่มการเมืองคือจาโคบินและกิรอนดิน แต่ว่าจาโคบินใช้ผู้สนับสนุนที่มีหัวรุนแรงทำการจับตัวสนับสนุนกลุ่มกิรอนดิน เพื่อยึดอำนาจ
จากนั้นจาโคบินได้มีการตั้งกรรมมาธิการความมั่นคงแห่งชาติ (Committee of Publice Safety) มีกรรมาธิการ 9 คน แต่โรบ์สปิแอร์เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการ แต่ว่าเขากลายเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงที่สุด
การปกครองภายใต้กลุ่มจาโคบินและโรบ์สปิแอร์ เวลานั้นถูกเรียกว่า อาณาจักรแห่งความหวาดหวั่น (Reign of Terror) เพราะมีการปกครองที่โหดร้าย และฆ่าทุกคนที่ขัดขวาง แม้แต่จอร์จ แดนตัน (Georges Danton) ผู้นำที่ร่วมกันทำการปฏิวัติมาด้วยกันก็ถูกสังหาร
กรรมมาธิการความมั่นคงแห่งชาติได้เรียกร้องให้ประชาชาชนทั่วประเทศจับอาวุธ (levee en masse) ซึ่งทำให้ขณะนั้นมีคนกว่าเก้าแสนคนที่มีอาวุธ และพวกเขาได้ช่วยรบกับศัตรู, พลเมืองที่ยอมแพ้ต่อต่างชาติ และฝ่ายตรงข้าม โดยอาศัยกลยุทธ์ที่เหี้ยมโหด
นโปเลียน (Napoleon Bnaparte) เป็นนายทหารหนุ่มในขณะนั้น เขาได้นำกองทัพเข้ายึกฐานทัพเรือตูลอนกับมาได้จนกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง
1794 โรบ์สปิแอร์ปฏิเสธไม่ให้มีการตั้งสภาศาสนา (Supreme Being) 
27 มิถุนายน, โรบ์สปิแอร์ได้รับเลือกให้เป็นประธานของที่ประชุมแห่งชาติ (National Convention) 
27 กรกฏาคม, โรบ์สปิแอร์ถูกทำปฏิวัติ และตัวเขาถูกจับ หลังจากนั้นเขามีบาดแผลบริเวณกราม บ้างว่าเขาใช้อาวุธปืนพยายามจะฆ่าตัวตายแต่ว่ากระสุนพลาดมาโดนเฉพาะบริเวณดังกล่าว , แต่อีกข้อมูลหนึ่งบอกว่าเขาถูกยิ่งโดยชาร์ล แมร์ด้า (Charles-André Merda)
เขาถูกนำตัวไปขังไว้ในคุกเดียวกับที่มารี อันตัวเนตต์ (Marie Antoinette) เคยถูกขังไว้ก่อนจะถูกประหาร

28 กรกฏาคม, ถูกนำตัวไปประหารชีวิตด้วยกิโยติน บริเวณลานแห่งการปฏิวัติ (Place de la Revolution) 

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann