Allen Dulles


อัลเลน ดัลเลส (Allen Welsh Dulles)
ผู้อำนวยการของ CIA 1953-1961

ดัลเลส เกิดในวอเตอร์ทาวน์, นิวยอร์ค (Watertown, NY) ในวันที่ 7 เมษายน 1893 พ่อของเขาชื่ออัลเลน ดัลเลส (Allen Macy Dulles) และแม่ชื่ออีดิธ ฟอสเตอร์ (Edith Foster) คนในตระกูลของเขามีตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯ มาหลายสมัย ตาของเขาชื่อจอห์น ฟอสเตอร์ (John Watson Foster) มีตำแหน่งเป็นเลขาธิการรัฐ (Secretary of State, เทียบเท่ารัฐมนตรีต่างประเทศ) ในสมัยของประธานาธิบดีแฮริสัน (Benjamin Harrison) , ลุงของเขาโรเบิร์ต แลนซิง (Robert Lansing) ก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกันในสมัยประธานาธิบดีวิลสัน (Woodrow Wilson) และพี่ชายของดัลเลส ชื่อจอห์น (John Foster Dulles) ก็เป็นเลขาธิการรัฐเช่นกันในสมัยของประธานาธิบดีไอเซ่นเฮาว์ (Dwight Eisenhower)

1914 สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยพรินตั้น (Princeton University) หลังจากนั้นเขาใช้เวลาเดินทางไปยังอินเดียและจีน ทำงานเป็นครูอาสา 
1916 เข้าทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ เขาถูกส่งไปประจำที่สวิสเซอร์แลนด์, 
1919 ย้ายมาประจำในคอนสแตนติโนเปิ้ล, ตุรกี
1920 แต่งงานกับโคลเวอร์ ท๊อดด (Clover Todd) และมีลูกด้วยกันสามคน โคลเวอร์ (Clover), โจอัน (Joan) , และอัลเลน ( Allen) อัลเลนกลายเป็นคนพิการจากการไปรบในช่วงสงครามเกาหลีแล้วสะเก็ตระเบิดฝังเข้าไปในสมอง
1921 ระหว่างที่ไปทำงานอยู่ในตุรกี เขาเขียนบทความ Protocols of the Elders of Zion ลงใน The Times 
1926 ได้รับปริญญาทางด้านกฏหมายขากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน (George Washington University Law School) หลังจากนั้นเขาได้งานกฏหมายที่บริษัท Sullivan and Cromwell
1927 เป็นผู้อำนวยการของ สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council on Foreign Relation)
1932 เป็นผู้แทนของสหรัฐฯ ประจำองค์การสันนิบาตชาติ (League of Nations)
1936 ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 พรรครีพับพลิกัน แบ่งออกเป็นสองขั่วคือฝ่ายที่ไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ไปอยู่กับปัญหาในยุโรป (isolationist) กับฝ่ายที่ต้องการให้สหรัฐฯ ไปแทรกแซง (interventionist)  ดัลเลสสนับสนุนฝ่ายที่ต้องการเห็นบทบาทของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ เขาเขียนหนังสือสองเล่มร่วมกับฮามิลตัน อาร์มสตรอง (Hamilton Fish Armstrong) ชื่อ How can we be neutral (1936) และ Can American remain neutral (1939)
ต่อมาดัลเลส ได้เข้าร่วมกับ OSS (Office of Strategic Services) ซึ่งเป็นหน่วยงานสืบราชการลับก่อนทที่จะมี CIA 
1942 เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง เขาถูกส่งไปประจำการณ์ในกรุงเบิร์น สวิส โดยเป็นหัวหน้าทีมของเครือข่ายสายลับ
1945 Operation Sunrise,  ดัสเลสเจรจาลับกับนายพลโวล์ฟ (Gen. Karl Wolff) ของนาซีเยอรมัน ซึ่งควบคุมกองทัพในอิตาลีตอนเหนือ นำไปสู่ความสำเร็จในการให้นาซีในอิตาลียอมจำนน
1947 ประธานาธิบดีทรูแมน (Harry Truman) ลงนามในกฏหมายยกเลิก OSS และให้มีการตั้ง CIA (Central Intelligence Agency) ขึ้นมาแทน 
1953 เมื่อไอเซ่นฮาว ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี , ดัลลาสได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการของ CIA เขาถือเป็นพลเรือนคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้
CIA ในยุคของอัลเลน สร้างโครงการอื้อฉาวอย่างโครงการ MK-Ultra โครงการลับซึ่งนำนักโทษมาเป็นสัตว์ทดลองการใช้ยาเสพติดประเภทต่างๆ เพื่อค้นคว้าเกี่ยวกับการควบคุมจิตใจของมนุษย์
Operation Gold,  เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อให้กับซีไอเอ ในการวางสายโทรศัพท์เข้าไปในเยอรมันตะวันออกผ่านอุโมงค์ลับใต้ดิน
Operation Mockingbird เป็นโครงการซื้อสื่อ นักข่าว เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ และ CIA 
Operation Ajax, สนับสนุนการปฏิวัติในอิหร่าน โดย CIA ให้การสนับสนุนซาห์โมฮัมหมัด ปาห์ลาวี (Mohammad Reza Pahlavi, Shah of Iran) ในการล้มรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีมอสซาเดก (Mohammad Mossadeq) 
1954 Operation PBSUCCESS, สนับสนุนการปฏิวัติในกัวเตมาลา ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นสาธารณรัฐกล้วย (Banana Republic) เพราะว่าบริษัทของสหรัฐ United Fruit Company ผูกขาดกิจการปลูกและส่งออกกล้วหอมเพียงรายเดียว และดูลลัสก็เป็นบอร์ดในบริษัทนี้ด้วย
Operation 40
1955 โครงการพัฒนาเครื่องบินสอดแนม U-2 เป็นอึกหนึ่งโครงการที่ประสบความสำเร็จในยุคของอัลเลน เครื่องบินถูกใช้สอดแนมเหนือน่านฟ้าโซเวียต และใช้ในช่วงวิกฤตมิสไซด์ในปี 1960
1961 เมษายน, Bay of Pigs , CIA นำกำลังบุกคิวบา แต่ว่าล้มเหลว
กันยายน, เขาต้องลาออจากตำแหน่งเพราะแรงกดดันในสมัยของประธานาธิบดีเคนเนดี หลังจากความล้มเหลวอย่างต่อเนื่องของ CIA ในการสังหารประธานาธิบดีคาสโตร (Fidel Castro) แห่งคิวบา
1963 เขียนหนังสือ The Craft of Intelligence
29 พฤศจิกายน, ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการวาร์เรน (Warren Commission) คณะกรรมการพิเศษซึ่งมีหน้าที่ในการสอบสวนคดีการสังหารประธานาธิบดีเคนเนดี แต่งตั้งโดยประธานาธิบดีลินดอน จอห์นสัน (Lyndon Johnson)
1969 29 มกราคม, เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ ที่จอร์จทาวน์ (Georgetown, D.C.) และถูกนำไปฝังที่สุสานในบัลติมอร์ (Baltimore)

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann