Osho



จันทรา เจน (Chandra Mohan Jain)
รู้จักกันในชื่ออสโช (Osho) ผู้คิดค้น Dynamic Meditation 

ออสโช เกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 1931 ในคุชวาดา รัฐมัธยประเทศ (Kuchwada, Madhya Pradest) อินเดีย เขาเป็นลูกคนโตในพี่น้องทั้งหมดสิบเอ็ดคน พ่อของเขาชื่อบาบุลาล (Babulal Jain) และแม่ชื่อศรัสวาตี (Saraswati)
ออสโช ได้รับการเลี้ยงดูจากยายทั้งแต่เล็กจนกระทั้งอายุได้เจ็ดปี เมื่อตาเสียชีวิตลงเขาจึงกลับมาอยู่กับบพ่อแม่
1951 เข้าเรียนที่วิทยาลัยฮิตการินี (Hitkarini College)  ในเมืองจาบัลเภอ (Jabalpur) แต่ต่อมามีปัญหากับครูจนต้องย้ายไปเรียนที่ วิทยาลัย ดี.เอ็น เจน (D. N. Jain college) ระหว่างนี้เขาก็ทำงานเป็นผู้ช่วยในกองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไปด้วย
1953 21 มีนาคม, ออสโช อ้างว่าตัวเขาเองตรัสรู้ในวันนี้ ระหว่างที่นั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ในสวนภานวาร์ตาล (Bhanvartal Garden)  ต้นไม้โพธิ์ต้นนี้ถูกเรียกว่าเป็น Osho Tree
1955 ได้รับปริญญาตรีทางด้านปรัชญา และได้เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยซาการ์ (University of Sagar) 
1957 ได้รับปริญญาโททางด้านปรัชญา  และได้ทำงานที่วิทยาลัยไรเภอ (Raipur Sanskrit College) แต่ว่าปีต่อมาย้ายมาสอนที่มหาวิทยาลัจาบัลเภอ (Jabalpur University) โดยเป็นอาจารย์สอนทางด้านปรัชญา และระหว่างที่เป็นอาจารย์สอนหนังสือนี้เขาใช้เวลาว่างในการเดินทางท่องเที่ยว โดยใช้นามแฝงว่า อาจารย์ ราจนีช (Acharya Rajneesh) ราจนีชเป็นชื่อที่เขาตั้งเองมาตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็ก
1960 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ 
1970 ออสโช นำเสนอวิธีการ Dynamic Meditation (อ้างว่าเป็นการทำสมาธิแบบหนึ่งในอยู่ลักษณะคล้ายการเต้น) เป็นครั้งแรก และได้ตั้งกลุ่มลัทธิของตัวเองขึ้นมา โดยมีการแต่งกายด้วยชุดสีส้ม เหมือนแซนยาซิน (Sannyasin) นักบวชแบบฮินดู
ช่วงปลายปีเขาย้ายมาอยู่ในมุมไบ (Mumbai) 
1971 เริ่มใช้ชื่อใหม่ว่า ภควาน ศรี ราจนิช (Bhagwan Shree Rajneesh)
1974 ย้ายมาอยู่ในเมืองปูนา (Poona~ Pune) รัฐมหาราช ที่นี่ออสโชเปิดโรงเรียนสอนการทำสมาธิตามหลักปรัชญาของเขาโดยชื่อปูนอาราม (Pune ashram) ซึ่งมีผู้เดินทางมาปฏิบัติสมาธิกับเขาเป็นจำนวนมากจากทั่วโลกหลายหมื่นคนในแต่ละปี
1980 วิลัส ทูป (Vilas Tupe) เด็กหนุ่มชาวฮินดูพยายามจะลอบสังหารออสโช แต่ไม่สำเร็จ เขาอ้างว่าออสโชเป็นสายลับซีไอเอ
1981 มา ชีร่า (Ma Anand Sheela) ซึ่งเป็นเลขานุการของออสโช ได้ริเร่ิมให้มีการย้ายปูนอารามจากอินเดีย ออกมาที่สหรัฐฯ โดยมูลนิธิของออสโช ได้ซื้อที่ดินกว่าหกหมื่นเอเคอร์ในโอรีกอน โดยได้ตั้งชื่อว่าฟาร์มราจนีช (Rancho Rajneesh) และได้เดินสิงหาคม ออสโช ก็ได้ย้ายมาอยู่ในที่ตั้งใหม่ในสหรัฐนี้  แต่ว่าฟาร์มราจนีชขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขานำเอาคนเร่ร่อนจากทั่วสหรัฐฯ มาอาศัยอยู่ในฟาร์ม จนรัฐบาลท้องถิ่นของเมืองไม่พอใจ
ช่วงเวลาที่อยู่ในอเมริกานี้ออสโชไม่ค่อยจะได้ออกมาสอนบรรดาลูกศิษย์ด้วยตัวเอง แต่ว่าชีร่าทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้รับมอบอำนาจต่างๆ แทน ในขณะที่ออสโชถูกกล่าวหาว่าใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย เขาครอบครองรถหรูเกือบร้อยค้น 
1984 ออสโช กล่าวหาชีร่า ว่าพยายามก่ออาชญากรรมหลายครั้ง อย่างการพยายามทำให้เชื้อซัลโมเนลล่า  (Salmonella) ระบาดในโอรีกอนโดยการใส่ลงไปในน้ำปะปา ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ทางการได้มาตรวจสอบก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง 
23 ตุลาคม, ออสโช ถูกจับในข้อหาละเมิดเงื่อนไขการขอวีซ่า แต่ว่าต่อมาได้รับการประกันตัวและถูกขับไล่ออกจากสหรัฐฯ
1985 เดินทางกลับมาอินเดีย แต่ไม่นานก็ออกเดินทางไปหลายประเทศในยุโรป แต่ว่าส่วนใหญ่ปฏิเสธไม่ให้เขาพำนักอาศัย จนสุดท้ายออสโชไปอยู่ที่อุรุกวัย 
1987 เดินทางกลับมาที่ปูนอารามอีกครั้ง และเริ่มเปิดสอนการทำสมาธิแบบของเขาอีกครั้ง แต่ตัวเขาเองก็เริ่มมีปัญหาสุขภาพ ออสโช บอกกับลูกศิษย์ว่าเขาถูกวางยาโดยเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ซึ่งแพทย์ประจำตัวของเขาคาดว่าว่าเป็นยาพิษพวกสารกัมมันตรังสีแต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันเรื่องนี้
1989 เขาเริ่มใช้ชื่อใหม่ว่า ออสโช ราจนิช (Osho Rajnessh) 

1990 19 มกราคม, เขาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ขณะอายุ 58 ปี

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann