George Soros



โซรอส เกิดในกรุงบุดาเปสต์  ของฮังการี เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 1930  ในครอบครัวชาวยิว พ่อของเขาชื่อทิวาดาร์ (Tivadar Schwartz) เป็นนักกฏหมาย แม่ชื่ออลิซาเบธ (Elizabeth)  โซรอสมีพี่ชายคนหนึ่งชื่อพอล (Paul Soros, 1926—2013)   พ่อของโซรอสยังเป็นนักเขียนที่ใช้ภาษาเอสเปอรันโต้ (Esperanto) ซึ่งโซรอสได้ถูกสอนให้ใช้ภาษานี้ด้วยตั้งแต่ยังเล็ก 

1944 โซรอสอายุ 13 ปี เมื่อนาซีบุกเข้ามาในบูดาเปสต์ในเดือนมีนาคม  ต่อมาโซรอสได้เข้าร่วมกับสภาชาวยิว (Jewish Council) ซึ่งตอนนั้นต้องการเด็กมาช่วยส่งข่าว โซรอสเป็นคนถือรายชื่อของนักกฏหมายชาวยิว ซึ่งนาซีต้องการจะเนรเทศไปยังค่ายกักกัน โซรอสจึงทำหน้าที่แจ้งเตือนคนเหล่านั้น ซึ่งหลังจากนั้นโซรอสก็ไม่ได้ทำงานกับสภาชาวยิวอีก
พวกเขาอาศัยอยู่ในฮังการีช่วงสงครามโดยอาศัยอยู่ในห้องลับที่สร้างขึ้นภายในบ้านของแม่ยายของทิวาดาร์ และทำเอกสารประจำตัวปลอมให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ซึ่งโซรอสถือเอกสารที่ใช้ชื่อตัวเองว่า ซอนดอร์ คิส (Sondor Kiss) ระบุว่าเป็นชาวโรมันเนีย
ทิวาดาร์ ได้ทำงานเป็นลูกจ้างให้กับ รมต.บวมบัช (Baumbach) รัฐมนตรีเกษตรเวลานั้น ซึ่งเขาช่วยดูแลโซรอสให้ โดยอ้างว่าโซรอสเป็นลูกบุญธรรม 
1945 ช่วงต้นปีโซเวียตสามารถเข้ามายึกบูดาเปสต์จากนาซีเอาไว้ได้ และได้ตั้งรัฐบาลคอมมิวนิสต์ในฮังการี ครอบครัวของโซรอสจึงไม่ต้องหลบซ่อนอีก พวกเขากลับไปอาศัยอยู่ใอพาร์ทเมนต์ของตัวเอง 
1947 โซรอสขณะที่อายุ 16 ปี อพยพมาอยู่ในอังกฤษ โซรอสเข้าเรียนที่ LSE  (London School of Economics and Political Sciences) ระหว่างที่เขาเรียนเขารับจ้างทำงานหลายอย่างทั้งเป็นเซลล์แมน, พนักงานเสิร์ฟ และทำงานที่ท่าเรือ 
คาร์ล ป๊อปเปอร์ (Karl Popper)  เป็นอาจารย์คนหนึ่งที่สอนโซรอส และมีอิทธิพลต่อเขาในแนวคิดสังคมเปิด (Open Society) จากผลงานเขียนของคาร์ลเรื่อง The Open Society and Its Enemies
โซรอสพูดถึงแนวคิดเรื่องสังคมเปิดของเขาเอาไว้ประโยคหนึ่งว่า “ฟาสซิสต์และคอมมิวนิสต์นั้นมีหลายอย่างที่คล้ายกันและพวกมันยืนอยู่ตรงข้ามกับหลักการณ์ของสังคมหนึ่ง นั้นคือสังคมเปิด / Fascism and communism have a lot in common and both stand in opposition to a different principle of social organization, the principle of Open Society.”
1951 ได้รับปริญญาตรีด้านปรัญชา  ระหว่างเรียนนี้เขาได้พัฒนาทฤษฏี Theory of  Reflxivity
1954 จบปริญญาเอกด้านปรัญชา
1956 เขาเดินทางมานิวยอร์ค และได้ทำงานอยู่ในบริษัทโบรกเกอร์เล็กๆ แห่งหนึ่งของวอร์ตสตรีท ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนให้โซรอสมาทำงานในแวดวงการเงินเป็นครั้งแรก 
1959 มาทำงานเป็นนักวิเคราะห์ที่ Wertheim & Co. 
1960 แต่งงานกับแอนนาลีซ่า (Annaliesa Witschak) ชาวเยอรมัน มีลูกชายด้วยกันสองคน และลูกสาวหนึ่งคน 
1963 ได้ตำแหน่งรองประธานของ Arnhold & S. Bleichroeder เป็นบริษัทโบรกเกอร์ที่เชี่ยวชาญในตลาดยุโรป
1969 ก่อตั้งบริษัท Double Eagle Fund ร่วมกับจิม โรเจอร์ (Jim Rogers)  ซึ่งภายหลังกลายมาเป็น Quantum Fund เขาตั้งชื่อนี้เพื่อเป็นเกียต์แก่ Karl Heisenberg นักฟิสิกชาวเยอรมัน ผู้บุกเบิกวิชาควอนตัม
1970 ก่อตั้ง Soros Fund Management โดยที่ตัวเขาเองรับตำแหน่งประธาน
1979 ก่อตั้ง Open Society Fund (OSF)
1983 หย่ากับภรรยาคนแรก และได้แต่งงานกับซูซาน (Susan Weber) ชาวเยอรมัน-ยิว พวกเขามีลูกด้วยกันสองคน คือ อเล็กซานเดอร์ (Alexander, b.1985) และกริกอรี (Gregory, b.1989)
1989 (Velvet Revolution) ช่วงระหว่างปี 70s-80s โซรอสให้เงินสนับสนุนกับหลายกลุ่มเคลื่อนไหวในหลายประเทศยุโรปตะวันออกที่เป็นคอมมิวนิสต์ 
1992 16 กันยายน (Black Wednesday) โจมตีค่าเงินปอนด์ของอังกฤษ โดยเทขายเงินปอนด์เป็นมูลค่ากว่าหมื่นล้านเหรียญ จนอังกฤษต้องลดค่าเงินปอนด์ และโซรอสได้กำไรกว่า 1 พันล้านเหรียญ ทำให้เขาได้รับฉายา  ผู้ทำลายธนาคารกลางอังกฤษ (The Man Who Broke the Bank of England)
1997 ร่วมกับโปตานิน (Vladimir Potanin) ซื้อกิจการ บริษัทโทรคมนาคม  Svyazinvest แต่ว่าไม่นานโซรอสกล่าวว่าเป็นการลงทุนที่ผิดผลาดที่สุดที่เขาเคยทำมา
โซรอสถูกโจมตีจากนายกรัฐมนตรีมหาเธห์ของมาเลเซียว่าเป็นผู้เข้าโจมตีค่าเงินบาทของไทย และเงินริงกิตของมาเลเซีย จนทำให้เกิดวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง
1998 เกิดวิกฤตการเงินในรัสเซีย 
โซรอสสนับสนุนเงินทุนให้กับ Otpor (Resistance) กลุ่มยุวชนในเซอร์เบียที่เคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้มประธานาธิบดีสโลโบดาน มิโลเซวิค (Slobodan Milosevic)  Otpor มีสมาชิกเข้าร่วมจนถึงระดับสูงสุดกว่า 70,000 คนในระยะเวลาสั้น 
2000 ปธน. มิโลเซวิค พ้นจากอำนาจในเซอร์เบีย
2002 โซรอส ถูกศาลฝรั่งเศสตัดสินให้มีความผิดในการใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading) ในการเข้าซื้อหุ้นของธนาคาร Societe Generale (GLE) เมื่อปี 1988 เขาถูกศาลสั่งปรับเป็นเงิน 2.2 ล้านเหรียญ แต่โซรอสอุทรณ์ต่อศาลมนุษยชนยุโรป (EU Court of Human Rigths)  อย่างไรก็ดี ศาลตัดสินให้เขาแพ้คดีนี้ในปี 2011
2003 เชื่อว่าเขามีส่วนให้การสนับสนุนการปฏิวัติในจอร์เจีย (Rose Revolution) สนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมในการโค่นอำนาจประธานาธิบดีเชวาร์ดนัดเซ่  (Eudard Shevardnadze) จนที่สุดแล้วเซวาร์ดนัดเซ่ยอมลาออก 
ในปีนี้โซรอสยังต่อต้านการหาเสียงเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง ของ ปธน.บุช (George W. Bush)
2004 เขาให้เงินทุนหลายล้านเหรียญ แก่ MoveOn.org 
2005 หย่ากับซูซาน ภรรยา
2007 OSF เข้าไปให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในซิมบัมเว่ ต่อเหยื่อทางการเมืองของ ปธน.มูกาเบ่ (Robert Mugabe)
2010 โซรอสเข้าซื้อหุ้นส่วนของตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ เป็นสัดส่วน 4% 
โซรอสสนับสนุนเงินทุนในการรณรงค์ให้กัญชาและ methadone เป็นสิ่งถูกกฏหมาย ในสหรัฐฯ
2012 ได้รับรางวัล Adam Smith Prize 
2013 แต่งงานกับทามิโก้ บอลตัน (Tamiko Bolton) ทั้งคู่อายุห่างกัน 42 ปี 


Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann