George Orwell



จอร์จ ออร์เวลล์ 
ผู้เขียน Animal Farm, 1949 


มีชื่อจริงว่า อีริค แบลร์ (Eric Arthur Blair) เกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 1903 ในโมติหะรี รัฐภิหาร์(Motihari,Bihar, India)  อินเดียซึ่งขณะนั้นอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ พ่อของเขาชื่อริชาร์ด (Richard Blair) ทำงานเป็นข้าราชการของอังกฤษอยู่ในแผนกกิจการค้าฝิ่น  แม่ชื่ออว่าไอด้า (Ida Mabel Limouzin) แบลร์ มีพี่สาวหนึ่งคนชื่อมาร์โจเรีย (Marjorie) และน้องสาวหนึ่งคนชื่อเอฟริล (Avril) 
1904 แม่พาครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ในอังกฤษ ย่านเฮนรี่ ออน เธม ของอ๊อกฟอร์ดไซร์ (Henley-on-Thames, Oxfordshire) ในขณะที่ริชาร์ดยังต้องทำงานอยู่ในอินเดีย 
1908 เมื่ออายุได้ห้าปี ได้เข้าเรียนในคอนแวนต์ของนิกายโรมันคาโธริค
1911 ย้ายมาเรียนที่โรงเรียรนเซนต์ไซเปรี้ยน (St.Cyprian’s Schoool) ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ 
- - ก่อนสงครามโลก ครอบครัวย้ายบ้านอีกครั้งไปอยู่ในชิปเลค (Shiplake) ที่นี่เขาได้รู้จักกับจาคินธ่า (Jacintha Buddicom) ซึ่งเป็นเพื่อนที่ชอบมานั่งอ่านและเขียนบทกวีด้วยกัน ทำให้ทั้งคู่ฝันที่จะเป็นนักเขียน
1917 เข้าเรียนที่อีตัน (Eton)
1921 ออกจากอีตัน 
1922 เข้าเป็นตำรวจอังกฤษที่ประจำอยู่ในพม่า โดยเขาออกเดินทางจากอังกฤษในเดือนตุลาคม ด้วยเรือโดยสาร S.S. Herefordshirte เมื่อไปถึงย่างกุ้งได้ถูกส่งไปฝึกในมันดาเลย์ ก่อนที่จะไปประจำการณ์บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี 
1924 ย้ายมาอยู่ในไซเรียม (Syriam) ใกล้กับย่างกุ้ง ซึ่งที่เมืองนี้มีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทเบอร์ม่าห์ออยล์ (Burmah Oil Company) ตั้งอยู๋ แบลร์บรรยายว่าสภาพเมืองสกปรก เพราะไอของกัมมะถันจากโรงงานทำให้ต้นไม้ตาย
1925 ย้ายมาอยู่ในเมืองอินไซน์ (Insein) ซึ่งเป็นที่ตั้งของคุกขนาดใหญ่ของพม่า 
1927 ลาออกจากงานตำรวจ เพราะตั้งใจจะเป็นนักเขียน
1928 มาอยู่ในปารีส และได้เขียนคอลัมน์ลงในวารสาร Monde 
1929 ช่วงสิ้นปีเขาเดินทางกลับมาอาศัยในอังกฤษ โดยกลับมาอยู่กับพ่อและแม่ที่เซาธ์วูล์ด เขาทำงานเป็นครูสอนพิเศษให้กับเด็กพิการ และเขียนบทความลงใน Adelphi 
1932 ได้งานเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนมัธยมฮาวโธรนส์  (The Hawthorns High School) 
1933 Down and Out in Paris and London เป็นผลงานชิ้นแรก โดยเขาใช้นามปากกาว่า George Orwell ซึ่งกลายเป็นซื่อที่นักอ่านรู้จักเขามากกว่าชื่อจริง แม้ว่าแบลร์ไม่ได้ตั้งใจทิ้งชื่อจริงของตัวเอง , นามสกุล Orwell นั้นตั้งตามแม่น้ำสายหนึ่งในอีสต์แองเลีย (East Anglia) 
แบลร์ได้งานใหม่เป็นครูที่วิทยาลัยเฟรย์ (Frays College) ลอนดอนใต้ แต่ว่าเพราะต้องเดินทางเป็นระยะทางใกล้ไปทำงาน โดยที่เขาขี่มอเตอร์ไซด์ไปทำให้เขาล้มป่วยด้วยอาการปอดบวมจนต้องเข้าโรงพยาบาลและต้องออกจากงานสอน
1934 เขาทำงานพาร์ททำอยู่ในร้านขายหนังสือมือสอง และปีนี้นิยายเรื่อง Burmese Days พิมพ์ออกมา
1936 ช่วงเวลานี้เจ้าของสำนักพิมพ์ชื่อวิคเตอร์ กอนแลนซ์ (Victor Gollancz) ได้แนะนำให้แบลร์เดินทางไปยังตอนเหนือของอังกฤษซึ่งขณะนั้นเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เพื่อจะได้ศึกษาเหตุการณ์มาใช้ในการเขียน ซึ่งกลายเป็นผลงาน The Road to Wigan Pier ซึ่งพิมพ์ออกมาในปีต่อมา
9 มิถุนายน, แต่งงานกับอีลีน (Eileen O’Shaughnessy)
1937 เกิดสงครามกลางเมืองในสเปน ช่วงที่นายพลฟรานซิสโก้ ฟรานโก้ (Francisco Franco) กำลังขึ้นมามีอำนาจโดยได้รับการสนับสนุนจากนาซีเยอรมัน แบลร์ได้ตัดสินใจเดินทางมายังสเปน และได้เข้าร่วมกับกองกำลังฝ่ายรีพับพลิกัน (Republican militia) และถูกส่งไปอยู่ในแนวหน้าด้านเมืองอราก้อน (Aragon) และเตรูเอล (Teruel) 
ระหว่างรบอยู่ในเตรูเอล แบลร์ได้รับบาดเจ็บที่ลำคอสาหัส เป็นผลให้การเปล่งเสียงของเขาไม่ปกติมาตั้งแต่นั้น ต่อมาหลังการรบกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ในบาเซโลน่าเขาก็หนีกลับอังกฤษ เขากลับไปอยู่กับภรรยาในกรีนวิช (Greenwich) 

1941 เมื่อเกิดสงครามโลก แบลร์ได้เข้าทำงานให้กับวิทยุบีบีซี ในฝ่ายโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งออกอากาศในอินเดีย 
1943 ออกจากบีบีซี มาเป็นนักเขียนและบรรณาธิการให้กับหนังสือแม็กกาซีนรายสัปดาห์ Tribune ซึ่งเป็นหนังสือของฝ่ายซ้าย 
1945 Animal Farm นิยายของเขาที่ตั้งใจโจมตีโซเวียตและสตาลิน โดยเปรียบสตาลินเป็นหมูที่ทรยศมนุษย์และเป็นผู้นำสัตว์ในฟาร์ม ซึ่งแม้สัตว์ทุกตัวจะรักมันแต่มันก็ใจร้ายกับมนุษย์
มีนาคม, อีลีน ภรรยาของเขาเสียชีวิ
1946 เข้าย้ายมาอยู่บนเกาะจูร่า (Isle of Jura) ในสก็อตแลนด์ ช่วงนี้เขาเริ่มมีอาการป่วยด้วยโรควัณโรค และต้องเข้าโรงพยาบาลหลายครั้ง 
1949 1949
13 ตุลาคม, แต่งงานกับโซเนีย (Sonia Brownell)
1950 21 มกราคม เสียชีวิตที่โรงพยาบาลลอนดอน ด้วยอาการของวัณโรค



A Clergyman’s Daughter , 1935
Keep the Aspidistra Flying, 1936
the Road to Wigan Pier, 1937
Homage to Catalonia, 1938

Coming Up For Air, 1939 

Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann