Aleksandre Benois


อเล็กซานเดอร์ เบนัวส์ (Александр Николаевич Бенуа)


เบนัว เกิดในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม (O.S. 21 เมษายน)  1870 ครอบครัวของเขาล้วนเป็นศิลปิน พ่อของเขาชื่อนิโคลัส (Nicholas Benois) เป็นสถาปนิกและยังเป็นสมาชิกของสถาบันศิลปะ Russian Academy of Arts ส่วนแม่ของเบนัวชื่อคามิลล่า (Camilla Kavos)
ตระกูล Benois ของเขา สืบเชื้อสายมาจากหลุยส์ เบนัวส์ (Louis Jules Benois) ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสอพยพมาอยู่ในรัสเซียในปี 1794 หลังเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศ
เบนัวส์จบมัธยมปลายจากโรงเรียนมัธยม หมายเลข 2 ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (2nd. gymnasium of St.Petersburg)  และเคยเข้าเรียนคอร์สศิลปะที่ Russina Academy of Fine Arts
1890 เข้าเรียนกฏหมายที่มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St.Petersburg University) ซึ่งระหว่างที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้เขาก็สนใจศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลป์ และฝึกเทคนิคการวาดรูปด้วยตนเอง
1894 หลังจากเรียนจบ เขาเริ่มทำงานเป็นจิตกรที่มุ่งไปในการวาดรูปวิวทิวทัศน์ โดยเฉพาะวิวของมุมต่างๆ ของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

เบนัว มีผลงานเขียนเกี่ยวศิลปะรัสเซีย พิมพ์ลงในบทหนึ่งของหนังสือ History of Painting in the 19th Century ที่แต่งโดย ริชาร์ด มัตเตอร์ (Richard Mutter) นักประวัติศาสตร์ชาวเยอร์มัน
1896 เดินทางมาฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก
1897 เริ่มเขียนงานภาพเขียนสีน้ำ ในชื่อชุด Last promenades of Louis XIV ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการอยู่ในฝรั่งเศส ภาพของเขาถูกนำไปจัดแสดงโดยปาเวล เตรตยากอฟ (Pavel Tretyakov) และประสบความสำเร็จสร้างชื่อเสียงให้กับเขาอย่างมาก การแสดงภาพเขียนของเขาทำให้เขาได้รู้จักกับลีออน บาสต์ (Leon Bakst) และ เซอร์เกย์ เดียกิเลฟ (Sergey Diaghilev)
1898 ร่วมกับบาสต์ (Leon Bakst) ก่อตั้งกลุ่มศิลปิน ในชื่อ Mir Iskusstva (World of Art)
1901 เขียนหนังสือ Russian Painting in the 19th Century
1903 เขาเขียนภาพประกอบให้กับบทกวี The Bronze Horseman ของพุชกิ้น (Alexander Pushkin)
2 พฤษภาคม, นิโคล่า (Nicola Alexandrovich Benois) ลูกชายของเขาเกิดมา
1904 พิมพ์หนังสือศิลปะสำหรับเด็กชื่อ Alphabet in Pictures
1905 กลับมาฝรั่งเศส ทำงานเป็นนักออกแบบให้กับคณะบัลเลต์ Russian Seasons (Ballets Russes) ของเซอร์เกย์ เดียกิเลฟ
1910 เริ่มพิมพ์ Russian School of Painting and The History of Painting of All Times and Peoples ออกมา แต่ว่าหยุดไปเมื่อเกิดการปฏิวัติรัสเซีย ในปี 1917


1918 หลังการปฏิวัติรัสเซีย เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์เฮอมินเทจ (The Hermitage)
1926 ย้ายจากสหภาพโซเวียตมาอยู่ในปารีส และได้งานทำกับคณะโอเปร่า Grand Opera
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ย้ายมาทำงานกับคณะ Milan’s La Scala
1955 เขาพิมพ์หนังสือบันทึกความทรงจำของตัวเองในชื่อ Memoirs ออกมาสองเล่ม
1960 9 กุมภาพันธ์ เสียชีวิตในปารีส

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann