Jonathan Pollard


โจนาธาน โพลลาร์ด (Jonathan Jay Pollard)


โพลลาร์ด เกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 1954 ในเท็กซัส ครอบครัวของเขาเป็นยิว พ่อของเขาเป็นนักจุลชีพชื่อมอร์ริส (Morris Pollard)  เป็นครูสอนหนังสือ  และแม่ชื่อมอลลี่ (Molly Pollard)
1961 ครอบครัวย้ายมาอยู่ในอินเดียน่า
1970 เดินทางอิสราเอลเป็นครั้งแรก ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สถาบันไวซ์แมนน์ (Weizmann Instittue of Science) แต่ระหว่างอยู่ที่นี่เขาสร้างวีรกรรมชกต่อยกับเพื่อนจนต้องเข้าโรงพยาบาล
หลังจากเรียนจบมัธยมปลายเขาเข้าเรียนต่อที่สแตนฟอร์ด (Stanford Universtiy) ทางด้านรัฐศาสตร์
1976 จบจากแสตนฟอร์ด หลังจากนั้นเรียนจบเขาได้สมัครเข้าทำงานกับซีไอเอ แต่ว่าเมื่อมีการทดสอบด้วยเครื่องจับโกหก (polygraph test) พบว่าเขาเคยใช้ยาเสพติด จึงไม่ผ่านการทดสอบ  ต่อมาเขาจึงได้ไปสมัครงานกับหน่วยข่าวกรองของกองทัพเรือ(Navy Field Operational Intelligence Office) ซึ่งเขาสามารถเข้าทำงานที่กองทัพเรือได้เพราะไม่มีการทดสอบโพลีกราฟ โดยเขาทำงานในแผนกศูนย์ข้อมูลทางทะเล (Navy Ocean Surveillance Information Center) ที่แมรี่แลนด์ รับผิดชอบงานกิจการที่เกี่ยวข้องกับโซเวียต แต่ว่าอยู่ในราวสองเดือน หัวหน้าของเขาก็แนะนำให้หน่วยงานไล่เขาออก แต่โพลลาร์ดถูกย้ายไปอยู่ในแผนกกิจการด้านอัฟริกาใต้ (Task Force 168) แทนการถูกให้ออก
ระหว่างอยู่ที่ TF-168 นี้เองที่โพลลาร์ดได้พบกับอดีตทหารของกองทัพอากาศอิสราเอล พันเอก เอเวี่ยม เซลล่า (Aviem Sella)  ซึ่งโพลลาร์ดเป็นฝ่ายเสนอที่จะทำงานจารกรรมให้กับอิสราเอล โดยที่เขาได้รับค่าตอบแทนจากอิสราเอลเป็นเงินเดือนละหลายพันเหรียญ และบางครั้งจ่ายในรูปแบบของอัญมณีราคาแพง
1981 เขาได้พบรักกับแอน เฮนเดอร์สัน (Anne Henderson) ที่แคปปิตอลฮิลล์ ซึ่งทั้งคู่ได้ตัดสินใจใช้ชีวิตด้วยกันโดยที่ไม่ได้แต่งงานทันที
1982 โพลลาร์ดและภรรยาย้ายมาเช่าอพาร์ตเม้นท์อยู่ในวอชิงตัน ดี.ซี.
1985 9 สิงหาคม, เขาแต่งงานกับแอน ภรรยา
21 พฤศจิกายน, เขาและภรรยาพยายามจะข้อลี้ภัยในสถานทูตอิสราเอลในวอชิงตัน ดี.ซี. แต่ถูกปฏิเสธ และถูกเจ้าหน้าที่เอฟบีไอจับตัวเอาไว้
1987 4 มีนาคม, เขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต, เขาเป็นสายลับคนแรกของสหรัฐฯ ที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาจารกรรมข้อมูลให้กับชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ,ในขณะที่แอนนภรรยาของโพลลาร์ดถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาห้าปี
1989 แอนได้รับการปล่อยตัวหลังจำคุกมา 42 เดือน เพราะปัญหาสุขภาพ แต่อยู่ในช่วงทัณฑ์บนอีกราวสามปี เมื่อพ้นโทษแล้วเธอได้หย่ากับโพลลาร์ดและย้ายไปอยู่ที่อิสราเอล
1993 โพลลาร์ดได้จัดพิธีแต่งงานกับเอสเธอร์ (Esther Zeitz) ระหว่างที่เขาอยู่ในเรือนจำบัตเนอร์ (Butner Prison) เธอเป็นครูชาวแคนนาดา ที่เป็นเพื่อนของโพลลาร์ดมาก่อน พวกเขาพบกันครั้งแรกตั้งแต่ปี 1971 ช่วงยังเป็นวัยรุ่น เธอทราบข่าวว่าโพลลาร์ดถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในปี 1990 ระหว่างที่เธอไปอยู่ในอิสราเอล เธอจึงได้เขียนจดหมายติดต่อกับโพลลาร์ด จนที่สุดได้ตัดสินใจแต่งงานกับเขา โดยพิธีถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆ ในเรือนจำตามแบบยิว 
หลังแต่งงานแล้วเอสเธอร์ได้พยายามเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวโพลลาร์ด
1995 อิสราเอลมอบสัญชาติให้กับโพลลาร์ด ในขณะที่สมัยของประธานาธิบดีคลินตัน (Bill Clinton) ได้มีการหยิบเรื่องของเขามาพิจารณาว่าจะปล่อยตัวและส่งไปให้อิสราเอล  แต่ว่าจอร์จ เทเนต (George Tenet) ผู้อำนวยการของซีไอเอขณะนั้นประท้วงและขู่จะลาออก
มีการยืนอุทรณ์ในปี 1989 และ 2005 ให้มีการปล่อยตัวเขาแต่ว่ายังไม่เป็นผล และเขายังคงอยู่ในเรือนจำ


2015 สำนักข่าวหลายแห่ง ตีข่าวว่าโพลลาร์ดน่าจะได้รับการปล่อยตัวในเดือนพฤศจิกายนนี้

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann