Alexander Luria


อเล็กซานเดอร์ ลูเรีย (Алексфндр Романович Лерия)

แพทย์ผู้เขียน Higher Cortical Function in Man, The Working Brain

ลูเรีย เกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 1902 ในคาซาน, รัสเซีย (Kazan, Russia) เมืองริมฝั่งแม่น้ำโวลก้าห่าจากมอสโคว์มาทางใต้ราว 600 ไมล์
ครอบครัวของเขาเป็นยิว พ่อของเขาชื่อโรมัน (Roman Albertovich Luria) ทำงานเป็นศาสตราจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยคาซาน  ซึ่งภายหลังการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ในปี 1917 เขายังเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันการแพทย์คาซาน (Kazan Institute of Advanced Medical Education) แม่ของลูเรียเป็นทันตแพทย์ ชื่อว่า เยฟกีเนีย (Evgenia Viktorovna Haskin)
ลูเรียมีความรู้ภาษาเยอรมัน, ฝรั่งเศสและอังกฤษ เขาอ่านผลงานเขียนของนักจิตวิเคราะห์อย่างฟรอยด์ (Sigmund Freud), แอ็ดเลอร์ (Alfred Adler)  หรือจัง (Carl Jung) จนมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นนักจิตวิเคราะห์
1918 หลังจากจบมัธยมปลาย ได้เข้าเรียนที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยคาซาน (Kazan State Universtiy)
1921 ได้รับปริญญาสาขาครุวิทยาศาสตร์ แต่เขายังเลือกที่จะเรียนต่อด้านการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยคาซานต่อไปอีก
1922 ระหว่างที่เรียนเขาเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมนักจิตวิเคราะห์คาซาน (Kazan Psychoanalytic Association) เขาเขียนบทความรายงานชิ้นแรกๆ ชื่อ “The Modern Condition of Psychoanalysis” และหลังจากนั้นสมาคมที่เขาตั้งได้มีการส่งจดหมายติดต่อแลกเปลี่ยความเห็นกับซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud)
ปีนี้เขามีผลงานเขียน Principles of Real Psychology
1923 เริ่มเขียนรบทความลงในวารสาร โดยบทความชื่อ Problems of Psychophysiology of Labor and Reflexology ได้รับความสนใจจากศาสตราจารย์คอร์นิลอฟ  (K. N. Kornilov) หัวหน้าสถาบันจิตวิเคราะห์มอสโคว์ (Moscow Institute of Psychology) ศจ.คอร์นิลอฟ จึงได้เชิญให้ลูเรียมาทำงานวิจัยในมอสโคว์

ปลายปีลูเรียจึงย้ายมาอยู่ในมอสโคว์ และทำงานวิจัยที่ห้องปฏิบัติการด้านจิตของ ศจ.คอร์นิลอฟ และสอนหนังสือที่สถาบันคอมมิวนิสต์ศึกษา (Academy of Communist Education)
ปี 1923 นี่ มีบางข้อมูลบอกว่าเขาแต่งงานครั้งแรกกับเวร่า (Vera Blagovidova) 
1924 ได้รู้จักกับวีก๊อตสกี (Lev Semionovich Vygotsky) และในช่วงปี 1920s นี้ยังได้ทำงานลีออนเตียฟ (Alexie Nikolaevich Leonotiev) ซึ่งทั้งคู่เป็นนักจิตวิเคราะห์แถวหน้าของโซเวียต ซึ่งพวกเขาได้นำเอาเทคนิค “Combied Motor Method” มาใช้ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์และจิตสำนึก (Motor cognition) 
พวกเขาสามคนถูกเรียกว่า Troika (แปลว่า สาม) ซึ่งผลงานค้นคว้าของพวกเขาก้าวหน้าและกว้างขวางในหลายๆ ด้านของทฤษฏีทางจิตวิเคราะห์ สังคมและชีวะ
1929 เดินทางมาเช้าร่วมประชุมสภานักจิตวิเคราะห์ (Psychological Congress) ในสหรัฐฯ ซึ่งลูเรียได้นำเสนอผลงานของเขาเรื่อง On the Combined motor method
1931 ได้มาทำงานที่สถาบันวิจัยระบบประสาทคาร์เคียฟ (Psychoneurological Academy in Kharkiv) ยูเครน ปีนี่เขายังได้ออกเดินทางไปแถบเอเชียกลางเพื่อทำการศึกษาเกี่ยวกับคนท้องถิ่นและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ในอุซเบกิสถาน
1932 เดินทางไปเอเชียกลางอีกครั้งเพื่อค้นคว้า แต่กลายเป็นเหตุผลให้ช่วงปลายปีเขาถูกรัฐบาลสอบสวน โดยกล่าวหาว่าทำการวิจัยที่กระตุ้นการแบ่งแยกเชื้อชาติ
ช่วงที่เขาถูกสอบสวนนี้เขาได้ย้ายจากมอสโคว์มาอยู่ที่คาร์เคียฟ และเข้าเรียนที่ (Medical Insitute) และสอนหนังสือที่สถาบัน Academy of Psychoneurology
1933 แต่งงานกับลาน่า  (Lana P. Lipchina) นักจุลชีพ พวกเขามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนชื่ออีเลน่า (Elena Alexandrovna Luria) 
1934 กลับมาอาศัยอยู่ในมอสโคว์ โดยลูเรียได้ร่วมทำงานกับสถาบันวิจัยหลายแห่ง อย่าง Moscow State pedagogical Institute of defectology, Biomedical Institute, Institute of Neurosurgery N. Burgenko, All-Union Institute of Experimental Medicine
1936 เข้าเรียนที่สถาบันการแพทย์ หมายเลข 1 (1st Medical Institute)
1937 เขานำเสนอวิทยานิพนธ์ต่อสถาบัติจิตวิเคราะห์ทบิลิซี (Tbilisi Insitute of Psychology) เขาจึงได้รับปริญญาเอกด้านการแพทย์จากสถาบันทบิลิซีด้วย
ลูเรียได้เข้าทำงานที่สถาบันศัลยกรรมระบบประสาทเบอร์เดนโก้ (Burdenko’s Neurosurgical Institute) ระหว่างนี้ได้ค้นคว้าเกี่ยวกับอาหารบาดเจ็บของสมองส่วนเซเรบรัล (Cerebral lesions และความผิดปกติในการพูด (aphasia)
1941 ช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ศูนย์วิจัยถูกสั่งให้อพยพไปอยู่นหมู่บ้านไคส์กาช (Kisegach) เขตเชลยาบินส์ก (Chelyabinsk) โดยช่วงสงครามนี้ งานวิจัยเกี่ยวกับจิตของลูเรียมีความก้าวหน้ามาก เพราะว่ามีผู้ป่วยจำนวนมากมากให้เขาศึกษา
1943 ได้รับปริญญาเอกด้านการแพทย์  (Doctor of Medical Science)
1944 ย้ายกลับมามอสโคว์  และได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยมอสโคว์ (Moscow State University)
1947 ได้เป็นสมาชิกของสถาบันครูวิทยาศาสตร์โซเวียตรัสเซีย (Academy of Pedagogical Sciences of the RSFSR)
1950 บรรยาการศการเมืองในยุคสตาลินน ทำให้เขาถูกให้ออกจากสถาบันจิตวิเคราะห์, ม.มอสโคว์
ลูเรียได้ย้ายมาทำงานที่สถาบัน Defectological Institute และหันมาศึกษาเกี่ยวกับจิตวิทยาและด้านการพูดในเด็ก
1959 ได้กลับเข้าทำงานที่สถาบันศัลยกรรมระบบประสาทอีกครั้ง
1966 เป็นหัวหน้าภาควิชาจิตวิเคราะห์ที่ ม.มอสโคว์
1977 14 สิงหาคม, เสียชีวิตจากอาการหัวใจวายในมอวโคว์
1979 The Making of Mind : A Personal Account of Soviet Psychology หนังสือชีวประวัติที่เขาเขียนถูกพิมพ์ในสหรัฐฯ


งานเขียนบางส่วน

Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann